romrawin 58 1 scaled

รักษารอยดำ รอยสิว ด้วยเครื่อง Laser

แม้ว่าสิวจะหายแล้ว แต่ผิวในบริเวณที่เคยเป็นสิวมาก่อน อาจทิ้งร่อยรอยความบอบช้ำ ที่เรียกว่า “รอยสิว” เอาไว้บนใบหน้า โดยรอยสิวเกิดจากเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ถูกกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีเมลานิน (Melanin) มากกว่าปกติ ซึ่งคนที่มีสีผิวค่อนข้างเข้มจะมีโอกาสเกิดรอยสิวได้มากกว่า เนื่องจากมีอัตราการผลิตเม็ดสีเมลานินที่มากกว่า นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดรอยสิว ซึ่งจะเกิดจากปัจจัยอะไรบ้างนั้นไปดูกันค่ะ

หัวข้อ … รอยสิว

ต้นตอ “รอยสิว” เกิดจากอะไร

“รอยสิว” มีสาเหตุหลักมาจากการเซลล์เนื้อเยื่อในบริเวณที่เป็นสิว ถูกทำลายจากการอักเสบของผิวหนัง สามารถแบ่งชนิดของรอยสิวออกได้ 3 ชนิด ได้แก่

7 1
  • รอยแดง 
    เกิดจากร่างกายพยายามลำเลียงเลือดไปยังบริเวณที่อักเสบเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อภายใต้ผิว ทำให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัว ปรากฏเป็นรอยแดงในบริเวณที่เกิดสิว
  • รอยดำ 
    เกิดจากเซลล์ที่ผลิตเม็ดสีเมลานิน หรือ เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ถูกกระตุ้นให้อักเสบหรือระคายเคือง จากการแคะ แกะ เกาสิว เกิดเป็นรอยดำหรือรอยสีน้ำตาลเข้มบนผิวหนัง
  • หลุมสิว
    เกิดจากสิวอักเสบในระยะรุนแรง ซึ่งเกิดในชั้นผิวหนังที่ลึกกว่าชั้นผิวหนังปกติ แม้ร่างกายจะพยายามสร้างคอลลาเจน และเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ แต่ก็ไม่สามารถเติมเต็มได้ จนกลายเป็นหลุมสิวในที่สุด

5 วิธีป้องกันก่อนเกิดรอยสิว

คงจะดีไม่น้อย ถ้าเรามีคาถาในการเสกรอยสิวให้หายไปพริบตา แต่ในความเป็นจริง เราทำได้เพียงอดทน เพราะการทำให้รอยสิวลดเลือนลงนั้น มีหลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีใช้ระยะเวลาในการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความเข้มของรอยสิว 5 วิธีป้องกันก่อนเกิดรอยสิว

8 1
  • หลีกเลี่ยงการแกะ แคะ เกา หรือบีบสิว  
    รู้หรือไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น และยังเร่งให้เกิดรอยสิวที่เด่นชัดมากยิ่งขึ้น หากมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้มีความสะอาดไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น รวมถึงหลีกเลี่ยงการแกะ แคะ หรือบีบสิว
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลบเลือนรอยสิว
    ปัจจุบันมีครีม และเซรั่มที่ช่วยในการลบเลือนรอยสิวอยู่มาก โดยผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี จำเป็นต้องมีส่วนประกอบสำคัญ เช่น วิตามินซีที่จะช่วยลดการอักเสบของผิว สารเรตินอยด์ ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน และควรมีส่วนผสมของสารสกัด หรือกรดจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการลบเลือนจุดด่างดำ เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด
    เพราะแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นทำให้รอยสิวเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรหมั่นทาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติในการป้องกันแสง  UVA และ UVB กันแดด SPF 30++ ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง และควรทาบาง ๆ ขณะที่อยู่ภายในบ้านเพื่อปกป้องผิวหน้าจากแสงไฟและไอความร้อน
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ 
    การนอนน้อย หรือนอนดึก ส่งผลทำให้ร่างกายสูญเสียช่วงเวลาในการฟื้นฟู ซึ่งไม่ใช่แค่ผิวหน้า แต่รวมถึงผิวพรรณในส่วนอื่น ๆ และระบบการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายด้วย
  • อย่ากลัวที่จะปรึกษาแพทย์ 
    หากพยายามรักษารอยสิวด้วยตนเองแล้วยังไม่เห็นผล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการรักษารอยสิว ซึ่งทางเลือกที่ได้ผลลัพธ์อย่างชัดเจนและรวดเร็วมีหลากหลายวิธี เช่น การทำทรีตเม้นต์ด้วยการผลักวิตามินเข้าสู่ผิว การลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ และการทำเลเซอร์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลลัพธ์เร็วกว่าวิธีรักษารอยสิวด้วยวิธีอื่น ๆ

“เลเซอร์” ทางลัดรักษารอยสิว

การรักษาสิวด้วยการทำเลเซอร์ เป็นหัตถการที่แพทย์จะใช้เครื่องมือในการยิงแสง และเลเซอร์ลงบนผิว เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งความแรงและช่วงคลื่นจะแตกต่างกันตามชนิดของรอยสิว โดยหลักการทำงานของคลื่นพลังงานความร้อนจะเข้าไปทำลายกลุ่มเม็ดสีที่เกาะตัวเป็นรอยสิวให้จางลง นอกจากนี้เลเซอร์ยังถูกนำมาใช้ในการแก้ปัญหารอยหลุมสิว ให้ตื้นขึ้น โดยการส่งผ่านพลังงานความร้อนลงใต้ชั้นผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่โดยไม่ทำลายชั้นผิวเดิม ชนิดของเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษารอยสิว

  • Fraxel Laser 
    เป็นการปล่อยแสงเลเซอร์อนุภาคขนาดเล็กลงสู่ผิว เพื่อให้เกิดพลังงานความร้อนในชั้นผิวลึก แสงเลเซอร์จะเข้าทำลายเซลล์ผิวที่อ่อนแอ ขจัดเม็ดสีส่วนเกินโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ
  • eMatrix Laser
    เป็นเทคโนโลยีในการรักษารอยสิว ด้วยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency หรือ RF) โดยจะปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวในรูปแบบพีรามิด เพื่อให้พลังงานกระจายลงไปในชั้นคอลลาเจนสลายริ้วรอยและหลุมสิวให้ตื้นขึ้น รูขุมขนกระชับ ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • Fractional Laser
    เป็นการรักษารอยสิวด้วยการยิงแสงเลเซอร์อนุภาคขนาดเล็กลงสู่ผิวหนังชั้นลึก เพื่อกระตุ้นให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง และสร้างคอลลาเจนใหม่ที่แข็งแรงมาแทนที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวนุ่มฟูฉ่ำน้ำ รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น

ข้อควรรู้
ก่อนทำเลเซอร์ที่ รมย์รวินท์ คลินิก

ก่อนเข้าทำการรักษา ผู้รักษาจำเป็นต้องล้างเครื่องสำอาง และครีมบำรุงเพื่อเตรียมผิวหน้าให้พร้อม โดยหลังจากการรักษารอยสิวด้วยเครื่องเลเซอร์ อาจะมีรอยแดงหรือตกสะเก็ดในบริเวณที่ทำ แต่รอยดังกล่าวจะค่อยๆ จางหายไปเองภายใน 5-7 วัน ทั้งนี้สามารถใช้ชีวิตประจำวัน หรือแต่งหน้าได้ตามปกติ

ระยะเวลาในการรักษา
รอยสิวด้วยเลเซอร์

เนื่องจากปัญหาผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ดังนั้นระยะเวลาในการรักษารอยสิวจึงแตกต่างกันออกไป ตามปกติควรทำเลเซอร์เพื่อรักษารอยสิวอย่างน้อย 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 4-6 สัปดาห์ โดยรอยสิวจะค่อยๆ จางลง และสุขภาพผิวดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังเข้ารับทำเลเซอร์อย่างต่อเนื่อง

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
สามารถปรึกษาเราได้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก

📱 โทร.080-1539000 และ  080-1549000
📮 Line@ : @Romrawinclinic

line

Similar Posts