โบท็อก
ฉีดหน้าเรียว

สร้างกรอบ ปรับหน้าเรียวอย่างปลอดภัยด้วยการฉีดโบลดกราม เพิ่มมิติให้ใบหน้า

ความนิยมเรื่องของหน้าเล็ก รูปหน้าเรียว หน้าได้รูป หรือเทรนด์หน้าวีเชฟ ยังคงเป็นความงามของใบหน้าและสัดส่วนที่เป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะจะหันมุมไหน องศาไหนในการถ่ายรูปก็เป๊ะปังขึ้นกล้องแบบที่ไม่ต้องเข้าแอปแต่งรูปเพิ่ม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาหน้าบาน กรามใหญ่ทำให้รูปหน้าดูเหลี่ยม ถ่ายรูปออกมาแล้วรู้สึกไม่โอเค ทำให้หลายๆ คนต้องการหาทางแก้ไขในการปรับรูปหน้าอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ การฉีดโบท็อกกรามจึงเป็นหนึ่งในวิธีลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ช่วยปรับรูปหน้า ให้ดูเรียวเล็กลงได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน



โบท็อกกราม คือ

การฉีดโบลดกราม (Masseter Botox) คือ การฉีดสาร Botulinum Toxin Type A หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าโบท็อก (Botox) เข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณกรามชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานหนักๆ หรือบ่อยๆ จะทำให้มีขนาดเล็กลง หากแพทย์มีเทคนิคเฉพาะในการฉีดโบท็อกกรามยังสามารถปรับรูปหน้า V-shape ทำให้หน้าดูเรียวขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งเรียกเทคนิคนี้ว่า การฉีดโบลิฟกรอบหน้า นอกจากนั้นการฉีดโบยังช่วยให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งเกิดการคลายตัว ริ้วรอยจึงแลดูจางลงและตื้นขึ้น ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนตาม


โบท็อกกราม ช่วยเรื่องอะไร? ทำให้หน้าเรียวจริงไหม?

ฉีดโบท็อกหน้าเรียว

จากที่ได้ทราบกันไปแล้วนะคะว่าการฉีดโบท็อกช่วยยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ จึงทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง และส่งผลให้หน้าดูเรียวขึ้น แต่ทราบกันหรือไม่ว่าก่อนที่จะหน้าเรียวจากการฉีดโบท็อกกราม อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้กรามใหญ่แบบนี้

สาเหตุของกรามใหญ่ เกิดจากอะไร

โดยปกติแล้วสาเหตุของกรามใหญ่เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ

  • เกิดจากกระดูก : ทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมหากต้องการลดขนาดกราม ทำได้อย่างเดียวคือการศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อลดขนาดของกระดูกกราม
  • เกิดจากกล้ามเนื้อ : ทั้งเกิดจากจากพันธุกรรม การมีกล้ามเนื้อกรามมีขนาดใหญ่ หรือบางพฤติกรรมที่ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อกรามเกิดการทำงานมากยิ่งขึ้นอย่างการเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นประจำ การนอนกัดฟัน สามารถฉีดโบท็อก เพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อกรามได้

การฉีดโบลดกราม ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกรามได้อย่างไร

Botulinum Toxin Type A เป็นสารที่นิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในด้านการแก้ปัญหาริ้วรอย ร่องลึก ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ เป็นเวลาชั่วคราว ทำให้กล้ามเนื้อหยุดเคลื่อนตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง ริ้วรอย ร่องลึกก็จะค่อยๆ จางลงไปด้วย

โดยการฉีดโบท็อกกรามนั้นจะทำการฉีดไปที่กล้ามเนื้อแมสเซตเตอร์ เป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่อยู่ในบริเวณมุมขากรรไกร ที่จะเกิดการเคลื่อนไหวในระหว่างการเคี้ยวอาหารหรือการพูด ซึ่งโบท็อกจะเข้าไปทำให้ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) เกิดการสั่งการทำให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวมีประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ส่งผลให้ขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกรามมีขนาดเล็กลงไปด้วย

สรุปแล้วโบท็อกกรามทำให้หน้าเรียวจริงไหม ก็คงต้องขอตอบสามารถทำให้หน้าเรียวได้จริงค่ะ เพราะจากหลักการทำงานของโบท็อกจะช่วยปรับรูปหน้าให้เรียว หน้ามีความ V-shape ช่วยลดขนาดกราม เกิดความกระชับบริเวณกรอบหน้า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาใบหน้าของคนไข้ และเทคนิคการฉีดของแพทย์แต่ละท่านด้วยค่ะ


ฉีดโบท็อกลดกราม เหมาะกับใคร?

ฉีดโบลดกรามราคา
  • ผู้ที่มีปัญหาขนาดกล้ามเนื้อกรามใหญ่ กรามเหลี่ยมอย่างเห็นได้ชัด ไม่รับกับรูปหน้า
  • ผู้ที่ต้องการมีใบหน้าเรียวแบบ V-shape
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวอาหารลำบาก เพราะขนาดของกรามที่ใหญ่เกินไป
  • ผู้ที่นอนกัดฟันบ่อยๆ ซึ่งอาจทำให้หล้ามเนื้อกรามใหญ่ขึ้นหรือรู้สึกปวด ตึงบริเวณกรามได้
  • ผู้ที่มีความผิดปกติข้อต่อขากรรไกร และขากรรไกร (Temporomandibular Joint : TMJ)

Botox ยี่ห้อไหนดีที่สุด?

การทราบยี่ห้อ Botox ว่ามียี่ห้ออะไรบ้างก่อนจะไปฉีดโบท็อกกรามนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน เพราะปัจจุบันโบท็อกในไทยมีหลากหลายยี่ห้อหลากหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา เกาหลี เยอรมัน อังกฤษ เป็นต้น ที่ผ่านการตรวจสอบ และได้รับมาตรฐานการรับรองจากอย.ไทยถึง 8 ยี่ห้อด้วยกัน โดยยี่ห้อโบท็อกต่างๆ ในไทยมีดังต่อไปนี้

  • Allergan : ยี่ห้อโบท็อกจากประเทศอเมริกาที่ได้รับความนิยมในการนำมาฉีดส่วนต่างๆบริเวณใบหน้า ซึ่งมีจุดเด่นที่น่าสนใจก็คือเป็น Botox บริสุทธิ์ถึง 99.5%  สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5-6 เดือน โดยโบท็อกยี่ห้อ Allergan ในประเทศไทยจะมีด้วยกัน 2 ขนาดคือ 50 ยูนิต และ 100 ยูนิตค่ะ
  • XEOMIN : โบท็อกจากประเทศเยอรมัน มีจุดเด่นที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ ก็คือเป็นโบท็อกมีความบริสุทธิ์สูง ลดโอกาสการดื้อยา การฉีดโบท็อกยี่ห้อ XEOMIN ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการดื้อโบท็อกซ์ สำหรับผลลัพธ์ของยี่ห้อนี้นั้นจะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน และมีด้วยกัน 2 คือ 50 ยูนิต และ 100 ยูนิตขนาดคล้ายกับยี่ห้อ Allergan
  • Dysport : เป็นโบท็อกจากประเทศอังกฤษ มีอายุผลลัพธ์หลังการฉีดได้นานประมาณ 4-6 เดือน ในประเทศไทยจะมีด้วยกัน 2 ขนาดคือ 300 ยูนิต และ 500 ยูนิต
  • Aestox :  โบท็อกซ์จากประเทศเกาหลีใต้ ผ่านการรับรองจาก KFDA (Korea Food & Drug Administration) จุดเด่นคือเป็นโบท็อกที่ออกฤทธิ์ไว อยู่ได้นาน 4-6 เดือน และยังมีให้เลือกมากถึง 3 ขนาด 50 ยูนิต  100 ยูนิต และ 200 ยูนิตค่ะ
  • NABOTA : เป็นโบท็อกจากประเทศเกาหลีเพียงยี่ห้อเดียวที่ได้รับการรับรอง USFDA (U.S. Food and Drug Administration) โบท็อกมีความบริสุทธิ์สูงไม่แพ้กับยี่ห้ออื่นๆ ออกฤทธิ์ไว และอยู่ได้นาน 4-6 เดือนเช่นเดียวกับยี่ห้อ Aestox ปัจจุบันโบท็อก NABOTA ที่นำเข้ามาใช้ในไทยมี 1 ขนาด คือ กล่องดำ 100 ยูนิต 
  • HUGEL : โบท็อกจากประเทศเกาหลีใต้ ผู้ผลิตเดียวกับยี่ห้อ Aestox ซึ่งในประเทศไทยจะมีด้วยกัน 2 ขนาดคือ 50 ยูนิต และ 200 ยูนิต
  • Botulax : โบท็อกอีกหนึ่งยี่ห้อจากประเทศเกาหลีใต้ที่ผลิตโดยบริษัทเดียวกับ Aestox และ HUGEL ซึ่ง Botulax ผ่านการรับรองจาก KFDA (Korea Food & Drug Administration) มีให้เลือกมากถึง 3 ขนาดเหมือนกับยี่ห้อ Aestox นั่นคือขนาด 50 ยูนิต 100 ยูนิต และ 200 ยูนิตค่ะ
  • BTXA : โบท็อกซ์จากฮ่องกง ที่สามารถออกฤทธิ์อยู่ได้นานถึง 4-6 เดือน โดยในไทยมี 100 ยูนิตเพียงขนาดเดียว
  • CLODEW : โบท็อกซ์จากประเทศเกาหลี ผู้ผลิตเดียวกับโบท็อก NABOTA ซึ่งมีจุดเด่นคือออกฤทธิ์ไว มีความบริสุทธิ์สูง อยู่ได้นานถึง 4-6 เดือน และมีเพียงขนาดเดียวคือ ขนาด 100 ยูนิต

โบท็อกมีหลากหลายยี่ห้อ แล้วควรเลือกโบท็อกยี่ห้อไหนดี? ให้รมย์รวินท์ช่วยเลือกมั้ย อ่านบทความเพิ่มเติม คลิกเลย!


ฉีดโบท็อกครั้งแรก! สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกลดกรามมีอะไรบ้าง?

  • ก่อนฉีดโบท็อกกรามควรตรวจสอบสถานพยาบาลก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง สถานพยาบาลต้องมีใบอนุญาติ แพทย์ต้องมีประสบการณ์ สามารถตรวจสอบได้จากแพทย์สภา เพราะต้องมีการประเมินใบหน้าใหม่ และมีการประเมินปริมาณโบท็อกที่ต้องใช้ในการฉีดทุกครั้ง
  • งดทานยาแก้ปวดทุกชนิด และอาหารเสริมที่ทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด เพราะอาจส่งผลให้เกิดภาวะเลือดไม่หยุดไหลได้ หากใครมียาที่ทานประจำควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษา
  • ก่อนฉีดโบท็อกกราม ควรให้แพทย์ผสมยาต่อหน้าและสังเกตทุกครั้งว่ายาที่ใช้เป็นของแท้
  • ศึกษาเกี่ยวกับฉีดโบลดกรามทุกครั้ง รวมถึงวิธีตรวจสอบ โบท็อกของแท้ของปลอม
  • หากใครมีคอร์สทำหน้าต่างๆ แนะนำให้เข้ารับบริการให้เรียบร้อยก่อนฉีดโบท็อกกราม แต่ถ้าไม่สามารถเลื่อนได้แนะนำว่าให้เว้นระยะ 2 สัปดาห์หลังจากฉีดโบท็อกแล้วค่อยกลับไปทำจะดีกว่าค่ะ

ผลข้างเคียงที่อาจพบจากการฉีดโบท็อกกราม

ฉีดโบท็อกหน้าเรียว จริงไหม
  • หลังฉีดอาจทำให้ผิวบริเวณที่โดนเข็มมีรอยแดง ช้ำเขียว ซึ่งรอยช้ำเหล่านี้จะหายเองได้ภายใน 3-5 วัน
  • รู้สึกเคี้ยวอาหารลำบาก โดยเฉพาะอาหารที่มีความแข็งและความเหนียว เนื่องจากโบท็อกจะเข้าไปลดการทำงานของกล้ามเนื้อกราม สามารถหายเองได้ภายใน 1 สัปดาห์
  • รู้สึกหน้าตึง ควบคุมการขยับของใบหน้าได้ลำบาก เช่น การยิ้ม
  • ยิ้มแล้วทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เนื่องจากโบท็อกส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่ใช้ยิ้ม แต่อาการนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก
  • รู้สึกตึงและเจ็บบริเวณกราม อ้าปากกว้างได้ลำบาก
  • แก้มหย่อยคล้อย เนื่องจากโบท็อกช่วยลดกล้ามเนื้อกรามให้เล็กลง แต่ไม่ได้ช่วยลดไขมัน ทำให้ผู้ที่มีแก้มเยอะก็อาจจะแก้มหย่อนคล้อยลง
  • วิงเวียนศีรษะ ผิวแพ้เห่อเป็นรอยแดง

ผลข้างเคียงทั้งหมดที่กล่าวมา หากเป็นการฉีดโบท็อกซ์กรามของแท้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะหายเองได้หลังจากฉีดโบลดกราม แต่ถ้าฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ หมอเถื่อน หมอกระเป๋า อาจได้รับปริมาณโบท็อกซ์มากเกินไป ฉีดไม่ตรงจุด หรือได้รับโบท็อกซ์ของปลอมที่ไม่มีคุณภาพ ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายมากกว่านี้ได้


ข้อแนะนำหลังฉีดโบลดกราม

  • หลังฉีดโบท็อกกรามควรเคี้ยวหมากฝรั่งหรือกัดฟันไว้หลังฉีด และค่อยๆ บริหารกล้ามเนื้อ 30 นาที เพื่อให้ตัวยาโบท็อกเกิดการกระจายตัวและร่างกายดูดซึมเข้าไปได้มากที่สุด
  • งดเคี้ยวอาหารแข็งๆ หรือเหนียวจนเกินไป เพื่อลดการกระตุ้นกล้ามเนื้อกราม ในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากฉีดโบท็อกกราม
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดและงดสูบบุหรี่เป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังฉีด
  • งดอาหารประเภทที่ต้องอยู่หน้าเตาร้อนๆ ทุกชนิด เช่นปิ้งย่าง ชาบู
  • งดอาหารรสจัด อาหารหมัดดองทุกชนิด อาหารทะเล อาหารดิบๆ สุกๆ
  • งดกิจกรรมความร้อนทุกชนิด หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น ซาวน่า การออกกำลังกายหนักเกินไป เป็นเวลา 3 วันหลังฉีดโบลดกราม
  • งดทำเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้าเป็นเวลา 2 อาทิตย์
  • หลังฉีดโบท็อกกรามงดนอนราบ เพราะเลือดที่ไหลเวียนอาจทำให้ตัวยาเคลื่อนไปตำแหน่งอื่นได้
  • สามารถทาครีมบำรุงผิว แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางได้ตามปกติ หลังฉีดโบ 2 สัปดาห์

ฉีดโบท็อกกรามที่ไหนดี?

โบท็อกซ์กราม

การเลือกสถานที่ในการเข้ารับบริจาคก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นเรื่องที่ต้องมองไปถึงผลลัพธ์ รวมถึงความปลอดภัยหลังจากฉีดโบท็อกด้วย แม้ว่าปัจจุบันจะมีคลินิก สถานพยาบาลมากมายที่ให้บริการการฉีดโบท็อก แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ได้ ซึ่งวันนี้ Romrawin จะขอพาทุกท่านไปดูหลักการเลือกสถานที่ฉีดโบท็อกกรามว่าควรพิจารณาอะไรบ้าง

  • คลินิกต้องได้มาตรฐาน ได้รับการรับรอง มีใบอนุญาตในการเปิดคลินิก เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก
  • มีรีวิวที่น่าเชื่อถือจากผู้เข้ารับบริการจริง
  • ให้บริการหัตถการโบท็อกกรามโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพได้
  • โบท็อกที่ใช้เป็นของแท้ ดึงยาต่อหน้า นำกล่องกลับบ้านได้
  • สถานที่ตั้งคลินิกเดินทางง่าย เพราะจะทำให้สามารถมาติดตามผลการรักษาได้อย่างสะดวก

รีวิวฉีดโบท็อกกรามกับ Romrawin

ต้องการให้กรอบหน้าดูชัด จึงเข้ามารับบริการโปรแกรมฉีด Botox กราม และ Filler กับทางรมย์รวินท์คลินิก หลังทำ 3 สัปดาห์ หน้าเรียวชัดขึ้นมาก และริ้วรอยก็ดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด – รีวิวฉีดโบลดกรามจากครูทอม จักรกฤต โยมพยอม

ฉีดหน้า

ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังทำโปรแกรม VLift VLock ฉีดโบลดกราม ของคุณวินตั้น-ภพภูวินทร์ ศิวศรัญพัชร์ ( ศิลปิน/นักร้อง ) จะเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำได้ว่าบริเวณกรามมีขนาดเล็กลง รูปหน้าดูกระชับ เรียวเป๊ะมากยิ่งขึ้น


ฉีดโบลดกรามราคาเท่าไหร่

โบท็อกราคาเท่าไหร่? สำหรับที่รมย์รวินท์คลินิก เรามีบริการฉีดโบลดกราม และมีโบท็อกซ์หลากหลายยี่ห้อให้ลูกค้าเลือกตามความเหมาะสม

ราคาของโบท็อกที่รมย์รวินท์คลินิกจะแตกต่างไปตามยี่ห้อ และขนาดค่ะ โดยได้แก่

ยี่ห้อ Allergan

  • ขนาด 50 Unit ราคา 20,000.- /ขวด พิเศษโปรโมชั่น 15,000.- /ขวด
  • ขนาด 100 Unit ราคา 35,000.- /ขวด พิเศษโปรโมชั่น 25,000.- /ขวด

ยี่ห้อ Nabota

  • ขนาด 50 Unit ราคา 12,000.- /ขวด พิเศษโปรโมชั่น 6,900.- /ขวด
  • ขนาด 100 Unit ราคา 20,000.- /ขวด พิเศษโปรโมชั่น 9,900.- /ขวด

ยี่ห้อXeomin

  • ขนาด 100 Unit ราคา 35,000.- /ขวด พิเศษโปรโมชั่น 18,000.- /ขวด

ยี่ห้อ Dysport

  • ขนาด 300 Unit ราคา 35,000.- /ขวด พิเศษโปรโมชั่น 25,000.- /ขวด

ร้อยไหมหน้าเรียว vs โบลดกราม ทำอะไรดี?

หลายท่านคงเคยได้ยินว่านอกจากโบท็อกกรามแล้วยังมีการทำร้อยไหมหน้าเรียว ที่ช่วยให้ใบหน้าเรียวได้เช่นเดียวกัน ซึ่งข้อดีของการร้อยไหมหน้าเรียวนั้นจะช่วยยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า ซึ่งในระหว่างร้อยไหมหน้าเรียวจะมีรู้สึกรับรู้ได้ถึงเส้นไหมที่มีการร้อยเข้าที่บริเวณใบหน้า ส่วนการฉีดโบท็อกกรามจะช่วยให้ขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง จากการทำงานออกฤทธิ์ของโบท็อกที่เข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ

เมื่อเปรียบเทียบข้อดีของอาการทั้ง 2 แบบนั้นจะเห็นได้ว่ามีความปลอดภัยในการทำทั้งคู่ แต่การฉีดโบท็อกจะมีราคาที่ถูกกว่าการร้อยไหมหน้าเรียว ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมว่าคนไข้มีปัญหาใบหน้าแบบใด อย่างไรก็ตามหากท่านใดมีปัญหาไปหน้าที่หย่อนคล้อยต้องการยกกระชับและต้องการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามไปด้วย สามารถทำหัตถการทั้ง 2 ควบคู่พร้อมกันได้ค่ะ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกกราม

ฉีดโบท็อกหน้าเรียวจริงไหม

1. Botox ลดกราม กี่วันเห็นผล?

ส่วนใหญ่แล้วหลังการฉีดโบท็อกลดกรามจะสามารถเริ่มเห็นผลลัพธ์หลังการฉีดได้ใน 14 วัน กล้ามเนื้อจะทำงานน้อยลง เมื่อผ่านไป 2-3 เดือนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในกล้ามเนื้อบริเวณกราม ที่เวลากัดฟันแรงๆ แล้วกล้ามเนื้อบริเวณฟันกรามจะไม่ปูดขึ้นมา และกล้ามเนื้อดูนิ่มลง

2. ฉีด Botox ลดกราม เจ็บไหม?

ไม่เจ็บค่ะ เพราะในระหว่างก่อนฉีดและในขณะที่ฉีดจะมีการประคบเย็นเพื่อบรรเทา ลดความเจ็บอยู่เสมอค่ะ ใครที่กังวลว่าการฉีดโบลดกรามจะเจ็บนั้น หายกังวลและสบายใจในการฉีดได้เลย

3. ฉีดโบท็อกลดกรามอยู่ได้นานไหม?

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนเข้าใจผิดว่าการฉีดโบท็อกกรามสามารถอยู่ได้นานถาวรนั้น อยากให้ปรับความเข้าใจใหม่ค่ะ เพราะเพราะการฉีดโบท็อกเป็นการให้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งในเรื่องของผลลัพธ์การฉีดโบท็อกกรามจะอยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน

4.  โดยทั่วไปแล้วโบท็อกกรามควรฉีดกี่ยูนิต?

จริงๆ แล้วปริมาณ Botox ในการฉีดลดกรามมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับการประเมินปริมาณที่เหมาะสมปริมาณในการฉีดจากแพทย์ที่ดำเนินหัตถการดังกล่าวให้ ปกติแล้วบริเวณกรามจะใช้โบท็อกในการฉีดประมาณ 30-50 ยูนิตต่อข้างค่ะ

5. ฉีดโบท็อกแล้วหน้าตึง ทำอย่างไรดี?

หลายท่านเมื่อฉีดโบท็อกแล้วมีความรู้สึกหน้าตึง เกิดความกังวลใจว่าอาการหน้าตึงที่เกิดขึ้นจะเป็นผลข้างเคียงที่ไม่ดีหรือเปล่า การที่ฉีดโบท็อกแล้วหน้าตึงนั้นอาจเกิดจากการที่ได้รับปริมาณโบท็อกที่มากเกินไป ไม่เหมาะสมกับในบริเวณที่ทำ เพราะหลังฉีดเมื่อเวลาผ่านไปโบท็อกจะค่อยๆ ออกฤทธิ์มากยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ เมื่อหากเกิดอาการฉีดโบท็อกแล้วหน้าตึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อเข้ารับการแก้ไขอาการที่เกิดขึ้นค่ะ

6. อยากหน้าเรียวเล็ก ฉีดโบลดกรามอย่างเดียวพอไหม?

หากท่านใดอยากหน้าเรียวเล็กหน้าวีเชฟ จะถ่ายรูปกี่องศาก็ไม่ประหม่า กังวลว่าฉีดโบลดกรามอย่างเดียวจะพอหรอ มีหัตถการอื่นที่ทำควบคู่หรือสามารถทำหัตถการอื่นเพิ่มเติมได้หรือไม่นั้น จริงๆ แล้วสามารถทำหัตถการอื่นที่ช่วยยกกระชับ ปรับรูปหน้าได้ค่ะ เช่น การร้อยไหมหน้าเรียว การทำ Hifu หรือแม้กระทั่งการฉีดฟิลเลอร์


โปรโมชันโบท็อกกรามกับ Romrawin

ทำไมต้องฉีดโบลดริ้วรอยที่ รมย์รวินท์คลินิก?

เพราะที่รมย์รวินท์คลินิกพร้อมไปด้วยแพทย์มีประสบการณ์ในการฉีดโบท็อกกราม สามารถวินิจฉัยปัญหารูปหน้าได้อย่างตรงจุด แพทย์มีเทคนิคในการฉีดเฉพาะที่คิดค้นโดยรมย์รวินท์คลินิกเท่านั้น มีการฝึกอบรมวิชาการและเทคนิคใหม่ๆ เพื่อการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถมอบบริการที่ปลอดภัยให้กับลูกค้าทุกๆ ท่านที่เข้ารับบริการ สารที่ฉีดใช้เป็นของแท้ทุกกล่อง สามารถตรวจสอบจากอย.ได้


ลิสอ้างอิงข้อมูล

Alex Brewer. (July 17, 2022).  Botox side effects: What you should know.
https://www.medicalnewstoday.com/articles/drugs-botox-side-effects

Ashley Laderer. (Jun 10, 2022). How masseter Botox can slim down your face and prevent teeth grinding.
https://www.insider.com/guides/health/treatments/masseter-botox

Kirsten Nunez. (January 7, 2021). All About Masseter Botox.
https://www.healthline.com/health/masseter-botox


Romrawin Clinic พร้อมให้บริการเสริมความงาม
โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในประเทศ

คุณหมอฐา-พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล

คุณหมอฐา-พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล ผู้อำนวยการแห่งรมย์รวินท์คลินิก จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แพทย์หญิงแถวหน้าของเมืองไทยผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลผิวพรรณ ที่มุ่งเน้นเสริมความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ารับการบริการ ผ่านแนวคิด “For The Better You สวยในแบบที่เป็นคุณ”  โดยคำนึงถึงปัญหาของคนไข้ และวิธีการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด คำนึงถึงความปลอดภัยและผลลัพธ์ระยะยาว ปัจจุบันรมย์รวินท์คลินิกมีสาขาถึง 28 สาขา และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนังชั้นนำในประเทศไทย

ปัจจุบันรมย์รวินท์คลินิกมีสาขาถึง 28 สาขา และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนังชั้นนำในประเทศไทย ที่พร้อมเรียนรู้เทรนความงามใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันอยู่เสมอ

รางวัลการันตีรมย์รวินท์คลินิก

รางวัลการันตีรมย์รวินท์คลินิก
  • Honorary Awards ในงาน HELLO! Beauty Awards 2022 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความงามและสถานการให้บริการด้านความงามผิวพรรณ รวมถึงการดูแลรูปร่างและสุขภาพด้วยเทคโนโลยีที่มีมาตรฐาน
  • The Most Trusted Botulinum Toxin Treatment Clinic ผู้นำการปรับรูปหน้า ด้วย Botulinum Toxin ตอกย้ำความเป็นในงาน Hello! Beauty Awards 2022
  • Top Allergan Aesthetics Valued Customer 2020 Body Contouring
  • Excellent Allergan Aesthetics Valued Customer 2020 
  • The Thailand Top Achiever for Ultheraphy TDs. : รางวัลยอดใช้ Ultheraphy TDs. สูงสุดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย
  • The Platinum Award for Merz German Toxin : รางวัลยอดใช้ Xeomin สูงสุดในไทย ระดับแพตทินั่ม
  • The Platinum Award for Merz Swiss Filler : รางวัลยอดฉีด Swiss Filler สูงสุดในไทย ระดับแพตทินั่ม
  • The Thailand To Achieve for Ultherapy, German Toxin, Swiss Filler
  • The Thailand Fastest Growth for Merz 2020
  • ICONIC ULTHERAPY TREATMENT 2018 จากนิตยสารแพรว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือปรึกษาปัญหากับแพทย์
ได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้
แชร์บทความนี้

Related Posts