Oligio X คืออะไร? รู้จักเทคโนโลยียกกระชับรุ่นใหม่ ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้ามักสูญเสียความกระชับและความยืดหยุ่น จนเกิดผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องลึก จากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวและคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านความงามถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมากระชับและดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้ คือ Oligio X เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่พัฒนาต่อยอดจาก Oligio เดิม ทำให้ได้ผลลัพธ์เรื่องยกกระชับและลดไขมันได้ดียิ่งขึ้น พร้อมตอบโจทย์ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Oligio X คืออะไร?
Oligio X คืออะไร?
Oligio X คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวและลดไขมันที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Oligio รุ่นเดิม เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง ด้วยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ที่มีความถี่อยู่ที่ 6.78 MHz ± 1% ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงสู่ผิวได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยยกกระชับกระชับ ลดความหย่อนคล้อย และปรับผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ โดย Oligio X สามารถปรับระดับพลังงานได้ตั้งแต่ 0.5 – 8.0 รวม 16 ระดับ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและแต่ละบริเวณของใบหน้าอย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ Oligio X ยังมีระบบ GXG Dual Mode ที่มี 2 โหมดการทำงาน ได้แก่ G Mode สำหรับการดูแลผิวในบริเวณกว้าง และ X Mode สำหรับบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูง ช่วยให้การรักษาครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังมีระบบสั่น (Vibration) ที่สามารถปรับระดับการสั่นได้ถึง 4 ระดับ ตั้งแต่การปิดสั่นไปจนถึงระดับสูง เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิวขณะทำ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังมีระบบ Contact Gas Cooling ที่ช่วยปล่อยความเย็นผ่านหัวทิป เพื่อปกป้องผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่างการรักษา โดยมีหัวทิปให้เลือกใช้งานถึง 2 ขนาด ได้แก่ F4.0 (4.0 cm²) สำหรับพื้นที่กว้าง และ E0.25 (0.25 cm²) สำหรับบริเวณเล็กหรือบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูง
ด้วยการผสานเทคโนโลยีเหล่านี้ Oligio X จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเทคโนโลยียกกระชับและลดไขมันที่โดดเด่นทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสบาย และไม่เสี่ยงอันตราย ทำให้ผิวมีความกระชับ ยืดหยุ่น เรียบเนียน และดูอ่อนกว่าวัยในระยะยาว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นนาน

คุณสมบัติเด่นของ Oligio X
คุณสมบัติเด่นของ Oligio X
Oligio X ถูกพัฒนาขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจากรุ่นเดิม เพื่อการยกกระชับและฟื้นฟูผิวลดไขมันได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยมีคุณสมบัติเด่นสำคัญ ดังนี้
- เทคโนโลยี GXG Dual Mode
หัวใจสำคัญของ Oligio X คือ มีระบบ GXG Dual Mode ที่สามารถปรับโหมดพลังงานได้ถึง 2 โหมด ภายในหัวทิปเดียว โดย G Mode (Gentle Heating) จะทำหน้าที่ส่งความร้อนระดับอ่อนลงสู่ชั้นผิวตื้น เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับให้ผิว ในขณะที่ X Mode (Deep Heating) จะทำหน้าที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมัน เพื่อช่วยยกกระชับโครงสร้างผิวและลดไขมันสะสม ซึ่งทั้งสองโหมดนี้จะทำงานแบบสลับกันอัตโนมัติ ทำให้สามารถกระจายพลังงานได้อย่างทั่วถึงในทุกชั้นผิว พร้อมช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผลลัพธ์ดูชัดเจนและคงอยู่ได้นานขึ้น
- ปล่อยพลังงานสูงถึง 400W
Oligio X มีระบบปล่อยพลังงานสูงถึง 400W ที่ถูกพัฒนาต่อยอดจาก Oligio รุ่นเดิม ช่วยให้การส่งพลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF มีความเสถียรและสม่ำเสมอมากขึ้น โดยพลังงานความร้อนสามารถลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็วระหว่างทำ พร้อมส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวดูแน่น กระชับ และยืดหยุ่นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
- ระบบทำความเย็นอัจฉริยะ (New Intensive Cooling System)
Oligio X มีระบบทำความเย็นอัจฉริยะ (New Intensive Cooling System) ควบคู่กับการยิงพลังงานแบบ Real-time ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ลดการสะสมความร้อน และเพิ่มความสบายระหว่างการรักษา อีกทั้งยังช่วยให้แพทย์สามารถปรับพลังงานได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นและลดโอกาสการระคายเคืองผิว
- Real-time Impedance Feedback
Oligio X มาพร้อมกับระบบตรวจวัดค่าความต้านทานผิวแบบ Real-time ที่ทำงานทุกครั้งขณะปล่อยพลังงาน ช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าพลังงานที่ส่งลงสู่ผิวอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ โดยระบบนี้จะช่วยให้การรักษามีความสม่ำเสมอทั่วทั้งใบหน้า ควบคุมประสิทธิภาพของทรีตเมนต์ได้อย่างแม่นยำ และปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ส่งผลให้การยกกระชับมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การรักษามากขึ้น
- Deeper Layer & Long-lasting Heat
Oligio X สามารถส่งพลังงานลงลึกสู่ผิวได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ชั้นหนังแท้จนถึงชั้นไขมันใต้ผิว พร้อมคงอุณหภูมิไว้ได้อย่างเหมาะสม โดยจะช่วยให้คอลลาเจนเดิมหดตัวอย่างรวดเร็วระหว่างทำและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่นขึ้น กระชับ เรียบเนียน และอ่อนกว่าวัยมากขึ้น ซึ่งการทำงานร่วมกันของระบบให้ความร้อนและความเย็น ทำให้พลังงานมีความเสถียร สม่ำเสมอ และผลลัพธ์คงอยู่ได้นานมากขึ้นได้

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
Oligio X กับ Oligio รุ่นเดิม ต่างกันอย่างไร?
Oligio X เป็นเทคโนโลยียกกระชับและลดไขมันที่ถูกพัฒนาต่อยอดจาก Oligio รุ่นเดิม โดยมีการปรับปรุงทั้งระบบพลังงานและการทำงานของหัวทิปให้มีความเสถียรและแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้การส่งพลังงานลงสู่ผิวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ส่งผลให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น พร้อมทั้งออกแบบให้ขณะทำรู้สึกสบายผิวมากกว่าเดิม และช่วยยืดระยะเวลาของผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้
พลังงาน
- Oligio X ถูกพัฒนาให้มีระบบ GXG Dual Mode สามารถปรับพลังงานได้ 2 โหมด ภายในหัวทิปเดียว โดย G Mode จะเน้นยกกระชับผิวชั้นตื้นและกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ ในขณะที่ X Mode จะเน้นส่งพลังงานลึกถึงชั้นไขมัน ช่วยยกกระชับผิวและลดไขมันสะสม ทำให้แพทย์สามารถเลือกปรับพลังงานให้เหมาะกับปัญหาในแต่ละบริเวณได้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น
- Oligio รุ่นเดิม มีการปล่อยพลังงานแบบโหมดเดียว หรือ Single Mode ที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวในระดับความลึกเดียว
เทคโนโลยีที่ใช้
- Oligio X มาพร้อมเทคโนโลยี GXG Dual Mode ที่สามารถปล่อยพลังงานสลับระหว่างโหมด G และโหมด X ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้ครอบคลุมทั้งผิวชั้นตื้นและผิวชั้นลึก รวมไปถึงชั้นไขมัน ช่วยให้การยกกระชับมีประสิทธิภาพและผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น
- Oligio รุ่นเดิม จะเน้นการปล่อยพลังงานในชั้นผิวหนังแท้เป็นหลัก ทำให้ได้ผลลัพธ์อยู่ในระดับผิวชั้นตื้นมากกว่า
ระบบทำความเย็น
- Oligio X มาพร้อมระบบทำความเย็นอัจฉริยะ (New Intensive Cooling System) ที่ปล่อยความเย็นได้ถี่ขึ้นถึง 11 Pluse ต่อช็อต ควบคู่กับการยิงพลังงานแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยควบคุมอุณหภูมิของผิว ป้องกันผิวไหม้ ผิวเบิร์น ลดการสะสมความร้อน และเพิ่มความสบายระหว่างการรักษามากขึ้น
- Oligio รุ่นเดิม มีระบบปล่อยความเย็นประมาณ 5 Pluse ต่อช็อต ช่วยลดการสะสมความร้อนและเพิ่มความสบายให้แก่ผู้รับบริการมากขึ้น
ความรู้สึกระหว่างทำ
- Oligio X ระหว่างทำจะให้ความรู้สึกสบายผิวมากกว่า เนื่องจากมีระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดความร้อนหรืออาการแสบระหว่างทำ ทำให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ทำให้ผิวระคายเคือง
- Oligio รุ่นเดิม ระหว่างทำจะให้ความรู้สึกอุ่นหรือร้อนเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ระยะเวลาคงอยู่
- Oligio X หลังทำสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก โดยผิวจะดูยกกระชับ ยืดหยุ่น และแน่นขึ้น พร้อมผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานกว่าประมาณ 8 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละบุคคล เนื่องจากพลังงานลงลึกและสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างครอบคลุม
- Oligio รุ่นเดิม หลังทำสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกเช่นกัน แต่จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวขั้นพื้นฐานหรือเน้นการฟื้นฟูผิวชั้นตื้นเป็นหลัก ทำให้ระยะเวลาของผลลัพธ์อาจสั้นกว่า Oligio X ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำ

Oligio X ช่วยเรื่องอะไร?
Oligio X ช่วยเรื่องอะไร?
- ช่วยยกกระชับผิว
Oligio X ช่วยยกกระชับผิวและลดความหย่อนคล้อยของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแก้ม กรอบหน้า หรือคาง ทำให้ผิวดูกระชับ กรอบหน้าคมชัด และใบหน้าเรียวเล็กมากขึ้น
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
Oligio X ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวดูแข็งแรง แน่นกระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
- ช่วยลดเลือนริ้วรอย
Oligio X ช่วยลดเลือนริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ และฟื้นฟูสภาพผิวรอบดวงตา ทำให้ผิวดูกระชับ เต่งตึง และริ้วรอยดูตื้นขึ้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
- ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว
Oligio X ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวม ปรับผิวให้เรียบเนียน และกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูสดใส เรียบเนียน สม่ำเสมอ และรูขุมขนเล็กลงอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
- ช่วยลดไขมันสะสม
Oligio X ช่วยลดไขมันสะสม โดยเฉพาะบริเวณแก้มและเหนียงใต้คาง ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กและกรอบหน้าคมชัดมากขึ้น

Oligio X เหมาะกับใคร?
Oligio X เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนตามวัย
- ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หนังตาตก แก้มห้อย และกรอบหน้าไม่คมชัด
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับบริเวณรอบดวงตาและหน้าผาก
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ บริเวณใบหน้าและรอบดวงตา
- ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะแก้มและเหนียงใต้คาง
- ผู้ที่มีผิวไม่กระชับ ผิวหลวม และขาดความยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างและผิวไม่เรียบเนียน
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นนาน
- ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้คมชัดและใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวม ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยและสุขภาพดีขึ้น
หมายเหตุ ก่อนทำ Oligio X ควรปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ ทั้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ ประวัติการทำหัตถการ และยาที่รับประทานเป็นประจำ

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
Oligio X ไม่เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงของการให้นมบุตร
- ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- ผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะหรือเครื่องมือแพทย์ฝังในร่างกาย
- ผู้ที่มีแผลเปิด แผดสด แผลอักเสบ หรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิด เช่น ผิวอักเสบเรื้อรัง ผื่นแพ้ หรือโรคสะเก็ดเงิน
- ผู้ที่มีโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันหรือโรคที่มีผลต่อการสมานแผล
- ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการบางประเภท เช่น ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบ เลเซอร์ หรือผ่าตัดบริเวณเดียวกันควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อน
- ผู้ที่มีผิวไวต่อความร้อนหรือมีแนวโน้มเกิดแผลไหม้ง่าย
หมายเหตุ ก่อนทำ Oligio X ควรปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ ทั้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ ประวัติการทำหัตถการ และยาที่รับประทานเป็นประจำ

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ข้อควรรู้ก่อนทำ Oligio X
- ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและโครงสร้างใบหน้าก่อนทำ
- ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ และยาที่ใช้อยู่เป็นประจำอย่างละเอียด
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA รวมถึงกลุ่มวิตามินเอหรือเรตินอล
- งดการสครับ ขัดผิว หรือทรีตเมนต์ที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองอย่างน้อย 3 – 7 วัน
- งดการทำหัตถการอื่น ๆ เช่น ฉีดโบ ฉีดฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่อาจทำให้ผิวไหม้อย่างน้อย 1 สัปดาห์
ขั้นตอนการทำ Oligio X
- แพทย์จะทำการประเมินสภาพผิว พร้อมวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
- ผู้ช่วยแพทย์จะทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก ความมัน และเครื่องสำอางออกจากผิว
- ถอดเครื่องประดับประเภทโลหะ เช่น ต่างหู สร้อย หรือกิ๊บ เพื่อป้องกันการรบกวนของพลังงานคลื่น RF
- ผู้ช่วยแพทย์จะทำการแปะแผ่น Return Pad บริเวณลำตัวหรือหลังของผู้รับบริการ เนื่องจาก Oligio X เป็นระบบ Monopolar RF จึงต้องมีการแปะแผ่นสื่อประสาทไว้ เพื่อรองรับการไหลเวียนของพลังงาน
- เชื่อมต่ออุปกรณ์และสายเคเบิลเข้ากับตัวเครื่อง Oligio X เพื่อให้พร้อมสำหรับการปล่อยพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- ผู้ช่วยแพทย์จะทาเจล (Oligio Fluid) ลงบนผิวหน้าในบริเวณที่ทำ เพื่อช่วยนำพาพลังงาน RF ลงสู่ผิวและลดการเสียดสีของหัวทิป
- แพทย์จะเริ่มทำการยิงพลังงาน RF ด้วยเครื่อง Oligio X ลงสู่ชั้นผิว โดยจะปรับโหมดและระดับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล
- หลังทำ Oligio X เสร็จ ผู้ช่วยแพทย์จะทำความสะอาดผิวอีกครั้ง พร้อมทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและทาครีมกันแดด เพื่อเติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิว
ข้อควรปฏิบัติหลังทำ Oligio X
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและกิจกรรมที่เพิ่มอุณหภูมิผิวประมาณ 1 สัปดาห์แรก
- ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV เนื่องจากหลังทำผิวอาจไวต่อแสงแดดชั่วคราว
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA รวมถึงกลุ่มวิตามินเอหรือเรตินอล
- งดการสครับ ขัดผิว หรือทรีตเมนต์ที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองอย่างน้อย 3 – 7 วัน
- งดการทำหัตถการอื่น ๆ บริเวณใบหน้า เช่น เลเซอร์ หรือทรีตเมนต์ที่รุนแรงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
- งดนวดหน้าแรง ๆ หรือกดจุดบนใบหน้าประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจนทำงานได้เต็มที่
- ควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์สม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวจากภายใน

เปรียบเทียบ Oligio X กับ เทคโนโลยียกกระชับอื่น ๆ
เปรียบเทียบ Oligio X กับ เทคโนโลยียกกระชับอื่น ๆ
ปัจจุบันเทคโนโลยียกกระชับผิวมีหลายรูปแบบ ทั้งกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) และกลุ่มคลื่นอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ซึ่งให้ผลลัพธ์ในระดับความลึกที่แตกต่างกัน โดย OligioX ถูกพัฒนาต่อยอดจาก Oligio เพื่อให้สามารถดูแลผิวได้ครอบคลุมหลายชั้นมากขึ้น ซึ่งมีความแตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับตัวอื่น ๆ ดังนี้
- Oligio X
Oligio X เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวและลดไขมันที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ความถี่อยู่ที่ 6.78 MHz ± 1% ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงลึกตั้งแต่ชั้นผิวหนังแท้จนถึงชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกกระชับผิว ฟื้นฟูสภาพผิว ปรับกรอบหน้าให้คมชัด และลดไขมันสะสม ทำให้ผิวดูแข็งแรง แน่นกระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยี GXG Dual Mode ที่สามารถปรับโหมดพลังงานได้ถึง 2 โหมด ภายในหัวทิปเดียว ช่วยให้พลังงานลงสู่ชั้นผิวได้ลึกขึ้น สามารถกระจายพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอ เพิ่มความเสถียร และประสิทธิภาพในการรักษา นอกจากนี้ยังมีระบบทำความเย็นอัจฉริยะ (New Intensive Cooling System) ที่จะช่วยปล่อยความเย็นระหว่างทำ ทำให้ลดความร้อนสะสม ป้องกันผิวไหม้ ผิวเบิร์น และเพิ่มความสบายในการรักษามากขึ้น
- Thermage FLX
Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวและลดไขมันที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ความถี่อยู่ที่ 6.78 MHz ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงลึกตั้งแต่ชั้นผิวหนังแท้จนถึงชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย และลดไขมันสะสม ทำให้ผิวดูแน่นฟู กระชับ ยืดหยุ่น และใบหน้าดูเรียวเล็กมากขึ้น
โดยมาพร้อมกับระบบสั่น Multi-Directional Vibration ที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายผิวระหว่างทำ อีกทั้งยังมีระบบปล่อยความเย็น Cooling Effect ช่วยลดความร้อนสะสมบนผิว และช่วยปกป้องผิวจากการระคายเคือง นอกจากนี้ยังมีระบบ AccuREP Technology ที่ช่วยปรับระดับพลังงานอัตโนมัติให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ทำให้การปล่อยพลังงานมีความสม่ำเสมอและแม่นยำมากขึ้น
- Ultherapy Prime
Ultherapy Prime เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย ปรับกรอบหน้าให้คมชัด ปรับผิวให้เรียบเนียน และฟื้นฟูคุณภาพผิว ทำให้ผิวดูแน่นกระชับ อิ่มฟู แข็งแรง ยืดหยุ่น และดูอ่อนกว่าวัยในระยะยาว
โดยมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่และมีความละเอียดสูงระดับ Full HD ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างผิวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพิ่มความแม่นยำ และประสิทธิภาพในการรักษา อีกทั้งยังมีระบบประมวลผลที่รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 20% ทำให้ประหยัดเวลามากขึ้น ลดความเจ็บขณะทำ และเพิ่มความสบายให้แก่ผู้รับบริการ
- Volnewmer
Volnewmer เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ความถี่อยู่ที่ 6.78 MHz ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงลึกตั้งแต่ชั้นผิวหนังแท้ส่วนบน (Papillary Dermis) ไปจนถึงชั้นผิวหนังแท้ส่วนล่าง (Reticular Dermis) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกกระชับ ปรับกรอบหน้าให้คมชัด เพิ่มวอลุ่มให้ผิว และลดไขมันสะสม ทำให้ผิวดูอิ่มฟู ยืดหยุ่น กระชับ และเรียบเนียนมากขึ้น
โดยมาพร้อมกับระบบ HydroCooling System ที่ช่วยปล่อยความเย็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลดความร้อนสะสม ลดอาการแสบร้อนระหว่าง และเพิ่มความสบายให้แก่ผู้รับบริการ อีกทั้งยังมีระบบตรวจวัดความต้านทานผิวแบบอัตโนมัติ หากหัวทิปไม่แนบสนิท ระบบจะหยุดการทำงานทันที ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง นอกจากนี้ยังมีหัวทิปทองคำ (Gold Tip) ที่ช่วยนำส่งพลังงานได้ดีและสม่ำเสมอ เมื่อเทียบกับหัวทิปทั่ว ๆ ไป ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดโอกาสการระคายเคืองผิว
Oligio X เจ็บไหม?
โดยทั่วไปการทำ Oligio X จะให้ความรู้สึกอุ่นบริเวณใต้ผิวเล็กน้อย เนื่องจากมีระบบทำความเย็นที่ถูกพัฒนามาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงช่วยลดความไม่สบายผิวและลดความร้อนสะสม ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นระหว่างทำ ทั้งนี้ระดับความรู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องความเจ็บหรือไวต่อความร้อน สามารถขอให้ผู้ช่วยแพทย์ทายาชาในบริเวณที่ทำได้

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
Oligio X มีผลข้างเคียงไหม?
หลังทำ Oligio X อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็น อาการผิวแดง รู้สึกตึงผิว และรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณผิวเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายในระยะเวลาไม่นาน โดยจะแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง
Oligio X เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวและลดไขมันที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Oligio รุ่นเดิม ซึ่งสามารถตอบโจทย์ปัญหาและสภาพผิวได้อย่างครอบคลุม ช่วยให้การรักษามีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้ผลลัพธ์ที่คงอยู่ยาวนาน พร้อมทั้งลดความรู้สึกเจ็บและเพิ่มความสบายระหว่างทำหัตถการ ดังนั้นสำหรับใครที่สนใจทำ Oligio X สามารถเข้ารับการปรึกษาแพทย์ได้ที่ รมย์รวินท์คลินิก เพื่อให้แพทย์ตรวจประเมินสภาพผิวและวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า รวมถึงวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ทำให้ผิวดูกระชับ ยืดหยุ่น เรียบเนียน และใบหน้าดูเรียวเล็กอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นนาน
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด