โบท็อก
ฉีดโบลดริ้วรอย

ฉีดโบลดริ้วรอย เลือกโบท็อกแบบไหนให้ดีที่สุด? ฉีดกี่วันเห็นผล?

การฉีดโบลดริ้วรอย หรือ Botox ริ้วรอย คือ หนึ่งในหัตถการที่ช่วยในการป้องกันการเกิดริ้วรอย (Prejuvenation) รวมถึงสามารถช่วยย้อนวัยให้กับผิว (Rejuvenation) แก้ปัญหาริ้วรอยที่มีอยู่ให้จางไปได้ดีอีกด้วย

ดังนั้นการโบท็อกซ์ริ้วรอยจึงเป็นหัตถการที่แนะนำให้ทำตั้งแต่ยังไม่เกิดริ้วรอยร่องลึกขึ้น เพราะการโบท็อกลดริ้วรอยตั้งแต่แรกเริ่มจะช่วยยับยั้งการขยับใบหน้าเป็นประจำในชีวิตประจำวันที่นำไปสู่การเกิดรอยพับ รอยย่นฝังลึก ซึ่งจะได้ผลดีกว่าการปล่อยให้เกิดริ้วรอยไปแล้ว จึงกลับมาแก้ไขปัญหาที่หลัง ดังนั้นเราจะมาแนะนำถึงกลไกการทำงานของการฉีดโบลดริ้วรอย แล้วถึงชี้ให้เห็นเลยว่าตำแหน่งไหนที่ไม่ควรพลาดที่จะ Botox ริ้วรอย



ฉีดโบลดริ้วรอย คืออะไร 

โบท็อก (Botox) หรือ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) คือ สารสกัดจากแบคทีเรีย คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ช่วยยับยั้งการทำงานมัดกล้ามเนื้อชั่วคราว ลดการขยับของกล้ามเนื้อ ทำให้ลดการขยับของใบหน้าที่นำไปสู่การเกิดรอยพับ รอยย่นซ้ำ ๆ จนนำไปสู่ปัญหาริ้วรอยร่องลึก ช่วยให้ใบหน้าดูเต่งตึงอีกครั้ง

ฉะนั้นกับคำถามที่ว่าฉีดโบลดริ้วรอยดีไหม? จากคุณสมบัติเบื้องต้นของโบท็อกที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าการฉีดโบลดริ้วรอย คือการฉีดสารโบท็อกตัวดังกล่าว เข้าไปในจุดบริเวณต่าง ๆ ที่เราใช้แสดงสีหน้าเป็นประจำอยู่บ่อย ๆ เช่น โบท็อกหางตา โบท็อกหว่างคิ้ว โบท็อกหน้าผาก เป็นต้น เพื่อลดการขยับของกล้ามเนื้อบริเวณนี้ ทำให้ลดการเกิดริ้วรอยไปได้นั่นเองค่ะ

ยังมีหัตถการอื่น ๆ ที่ช่วยลดริ้วรอยได้อีก :  Ulthera 


Botox ลดริ้วรอย มีหลักการทำงานอย่างไร 

ฉีดตีนกา

จากคุณสมบัติของเจ้าตัวโบท็อกแล้ว เราจะพาทุกท่านมาขยายความให้เห็นชัด ๆ ว่าเจ้าสารตัวนี้จะเข้าไปช่วยลดริ้วรอยให้เราได้อย่างไรกัน?

แรกเริ่มนั้นริ้วรอยบนใบหน้านั้น เกิดจากหลากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลัก ๆ เลยนั้น เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น โครงสร้างผิวจึงเสื่อมโทรมลง และการแสดงสีหน้าเป็นประจำ ในบริเวณเดิม ๆ ทำให้เกิดรอยพับซ้ำ ๆ ในที่เดิม จึงกลายเป็นริ้วรอยฝังลึกในที่สุด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ รวมด้วยที่ส่งผลให้คุณภาพผิวแย่ลง ทำลายคอลลาเจน (Collagen) ในชั้นผิว จึงมีโอกาสมากในการเกิดริ้วรอยขึ้น เช่น

  • แสงแดด
  • บุหรี่
  • อาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของโซเดียม คาเฟอีน ไขมันสูง น้ำตาลสูง
  • นอนหลับไม่เพียงพอ
  • ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น

โดยลักษณะของริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนใบหน้าสามารถพบได้หลัก ๆ 2 ลักษณะ คือ

  • ริ้วรอยร่องตื้น คือ ริ้วรอยที่เพิ่งเกิดได้ไม่นาน บนชั้นหนังกำพร้าที่เป็นผิวหนังชั้นบนสุด จึงยังไม่ได้เป็นริ้วรอยที่ฝังลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ โดยจะมีลักษณะเป็นเส้นริ้วรอยบาง ๆ เท่านั้น
  • ริ้วรอยร่องลึก คือ ริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากการที่โครงสร้างผิวที่เสื่อมลง ร่วมถึงการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน จึงเกิดริ้วรอยซ้ำ ๆ บริเวณเดิม ลึกลงไปถึงผิวชั้นหนังแท้ จึงฟื้นให้กลับมาเหมือนวัยเด็กได้ยากแล้วนั่นเองค่ะ

ฉะนั้นเพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยร่องลึกตั้งแต่ต้น คือการฉีดโบลดริ้วรอยเข้าไปในบริเวณต่าง ๆ สารโบท็อกจะเข้าไปออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทในบริเวณดังกล่าว ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัว ริ้วรอยเหี่ยวย่นจะถูกคลายออก รวมถึงเวลาขยับแสดงสีหน้า ก็จะไม่เกิดรอยพับของผิว ยับยั้งการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ ได้อีกด้วย


ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยดีไหม? อันตรายหรือเปล่า? 

ฉีดโบลดริ้วรอยอันตรายไหม? แม้ในปัจจุบันโบท็อกซ์ริ้วรอยมีความนิยมอย่างมาก ตามกระแสชะลอวัยที่ฮอตฮิตในปัจจุบัน แต่ Romrawin เชื่อเลยว่าหลาย ๆ ท่านยังมีความลังเลใจ อยากที่จะฉีดโบลดริ้วรอย แต่ก็กลัวผลข้างเคียง หรือกังวลว่าหลังฉีดโบลดริ้วรอยจะทิ้งสารโบท็อกตกค้างอยู่ในร่างกายหรือเปล่า 

Romrawin มีคำตอบ หากคุณใช้โบท็อกซ์ริ้วรอยที่เป็นของแท้ มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน รวมถึงฉีดโบลดริ้วรอยกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ โบท็อกซ์ริ้วรอยจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย  เพราะคุณหมอจะคำนวณตำแหน่งที่ฉีด และปริมาณโบท็อกลดริ้วรอยใช้กี่ยูนิตจึงจะเหมาะสม เพื่อไม่พลาดไปโดนจุดอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการ 

ที่สำคัญหากเป็นตัวยาแท้ก็จะไม่มีโอกาสที่ตัวโบท็อกจะไหลกระจายไปบริเวณอื่น ๆ นอกเนื่องจากบริเวณที่กำหนด และจะไม่ทิ้งสารตกค้างเอาไว้ และจะสลาย พร้อมหมดฤทธิ์ไปตามแต่ละคุณภาพของโบท็อกแต่ละยี่ห้อ โดยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน – 1 ปี


ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยเหมาะกับใครบ้าง?

แนะนำว่าสำหรับการฉีดโบลดริ้วรอย อาจจะพิจารณาจากปัญหาริ้วรอยว่ามีมากเพียงใด หรือหากพิจารณาจากอายุ อาจจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป เนื่องจากหลังอายุ 25 ปี กระบวนการผลิตคอลลาเจนจะลดลง โครงสร้างผิวจะอ่อนแอลง เสียความชุ่มชื้น และยืดหยุ่น ทำให้ง่ายต่อการเกิดริ้วรอยค่ะ

เพราะยิ่งเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย เพิ่งปรากฏริ้วรอยร่องตื้นได้ไม่นาน การฉีดโบลดริ้วรอยจะเป็นการยับยั้งปัญหาริ้วรอยได้ตั้งแต่ต้นตอ


ฉีดโบลดริ้วรอยนิยมทำบริเวณใดบ้าง

What is wrinkle botox used for

ฉีดโบลดริ้วรอยนั้นสามารถฉีดได้หลากหลายทั่วใบหน้า ตามแต่ละปัญหาผิวที่พบ ตามแต่ละบริเวณที่ผิวสามารถเกิดรอยพับขึ้นมาได้ ซึ่งจุดหลัก ๆ ที่พบริ้วรอย ได้แก่ หน้าผาก หว่างคิ้ว รอบดวงตา ร่องแก้ม และกรอบหน้า

โบท็อกหน้าผาก 

ฉีดโบหน้าผากเป็นหนึ่งในบริเวณยอดฮิตเลยสำหรับการเริ่มต้นฉีดโบลดริ้วรอยเลย เพราะบริเวณหน้าผากเป็นบริเวณที่คนส่วนมากแสดงสีหน้า รวมถึงเวลาพูด มักจะย่นหน้าผาก ทำให้เกิดรอยพับขึ้น หากปล่อยทิ้งเอาไว้นาน ๆ จะทำให้กลายเป็นร่องรอยฝักลึกลงไปได้

โบท็อกหางตา/ตีนกา

ตีนกา หรือริ้วรอยบริเวณหางตา เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ชี้ให้เห็นถึงช่วงวัยที่ร่วงโรย ดังนั้นการฉีดโบท็อกตีนกา จะช่วยให้คุณดูอ่อนเยาว์ลง โดยเฉพาะเมื่อแสดงสีหน้ายิ้ม รอยตีนกาที่หางตาก็จะคลี่หายไป เท่านั้นไม่พอการฉีดริ้วรอยใต้ตา ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความสดใสให้ดวงตาของคุณดูอ่อนวัย เปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น

โบท็อกระหว่างคิ้ว

ทุกครั้งที่คนเราใช้ความคิด หรือแสดงสีหน้าหลาย ๆ อารมณ์ มักจะติดนิสัยขมวดคิ้ว หรือย่นจมูก การฉีดโบท็อกระหว่างคิ้ว จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้คลายตัว รอยย่นต่าง ๆ ก็จะคลี่ออก ทำให้เมื่อพยายามที่จะขมวดคิ้ว หรือย่นจมูก ก็จะไม่เกิดริ้วรอยเหล่านี้ขึ้น

โบท็อกลิฟกรอบหน้า

อีกหนึ่งบริเวณที่หลาย ๆ คนอาจจะคิดไม่ถึง แต่เมื่ออายุเยอะขึ้นใบหน้าก็จะหย่อนคล้อยลง การใช้โบท็อกช่วยฉีดบริเวณตามกรอบหน้า ก็จะช่วยยกใบหน้าให้กระชับ ดูเด็กขึ้นนั่นเองค่ะ ที่สำคัญอาจจะดูมาถึงริ้วรอยบริเวณลำคอ การฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยก็จะช่วยให้ริ้วรอยแสดงความมีอายุบริเวณคอหายไปค่ะ

โบท็อกร่องแก้ม

การแสดงสีหน้าขณะพูด รวมถึงการยิ้มบ่อย ๆ  กล้ามเนื้อบริเวณนี้จะขยับอยู่ตลอด ทำให้เกิดริ้วรอยเป็นร่องขึ้น ทำให้ดูมีอายุ การฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยสามารถช่วยแก้ปัญหาร่องแก้มได้เพียงระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถฉีดโบลดริ้วรอยได้เต็มที่ มิฉะนั้นจะทำให้ยกมุมปากไม่ได้ เวลายิ้มจะดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องใช้การฉีดฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มริ้วรอยแทน

ประโยชน์อื่น ๆ ของโบท็อก : โบท็อกกราม


ฉีดโบลดริ้วรอยกี่วันเห็นผล?

Botox ตีนกา

โบท็อกลดริ้วรอยกี่วันเห็นผลนั้น โดยทั่วไปโบท็อกเมื่อฉีดเข้าไปสู่กล้ามเนื้อแล้วจะเริ่มออกฤทธิ์หลังฉีดโบลดริ้วรอยไปแล้วประมาณ 3 – 4 วัน จะเริ่มรู้สึกตึง ๆ ในบริเวณที่ฉีด จะขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดไปก็มีความยากกว่าปกติ ทำให้ไม่เกิดรอยพับขึ้นนั่นเองค่ะ และโบท็อกจะเห็นผลเต็มที่เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ 3 – 4 สัปดาห์ และจะมีอายุยาวนานไปถึง 3 เดือน – 1 ปี ขึ้นกับยี่ห้อของโบท็อก และการดูแลรักษาหลังฉีดโบลดริ้วรอย


ข้อดี ข้อจำกัดของการฉีดโบลดริ้วรอย

การฉีดโบลดริ้วรอยมีข้อดีมากมายทั้งช่วยเคลียร์ปัญหาริ้วรอย รอยย่นเก่าให้จางลง รวมถึงช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ ให้ไม่เกิดขึ้น จนนำไปสู่ปัญหาริ้วรอยร่องลึกที่ลุกลามไปใหญ่ แต่ทั้งนี้การฉีดโบลดริ้วรอยก็ยังคงมีข้อจำกัดในบางส่วนอยู่ดีค่ะ จึงอาจจำเป็นต้องทำหัตถการอื่น ๆ ร่วมด้วย จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า

ข้อดีของการฉีดโบลดริ้วรอย

การฉีดโบลดริ้วรอยมีข้อดีหลัก ๆ เลยคือสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อในบริเวณที่แสดงสีหน้ามาก ๆ คลายตัวออก ทำให้เมื่อต้องแสดงสีหน้าในชีวิตประจำวันอีก ในบริเวณเดิมผิวก็จะไม่เกิดการพับซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นริ้วรอย ดังนั้นโบท็อกซ์ริ้วรอยจึงช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ ได้ รวมถึงช่วยคลี่รอยย่นเก่า ๆ ให้คลายออกอีกครั้งได้ค่ะ

ข้อจำกัดของการฉีดโบลดริ้วรอย

การฉีดโบลดริ้วรอยแม้จะมีส่วนช่วยในการลดริ้วรอยได้มาก แต่โบท็อกซ์ริ้วรอยเองก็มีข้อจำกัดอยู่เช่นกัน อย่างในบางจุดอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่ 

อาจจะต้องใช้หัตถการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ในบริเวณร่องแก้ม การฉีดโบท็อกซ์ก็อาจจะไม่สามารถฉีดได้เต็มที่ เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้ยกมุมปากไม่ขึ้น หากฉีดปริมาณมากเกินไป จะทำให้ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ จึงอาจจะต้องใช้การฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มร่องแก้ม หรือใช้เครื่องยกกระชับอื่น ๆ ร่วมด้วย


เตรียมตัวก่อนฉีดโบลดริ้วรอยอย่างไรดี

เพื่อให้การฉีดโบลดริ้วรอยเห็นผลได้อย่างเต็มที่ ปลอดภัย และเห็นผลยาวนานที่สุด เราควรจะเตรียมตัวเราให้พร้อมสำหรับเข้ารับการทำหัตถการ พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลของโบท็อก คลินิก และแพทย์ให้ครบถ้วน

  1. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน  สะอาด มีใบจดทะเบียนเปิดคลินิก
  2. แพทย์ที่ทำการฉีดโบท็อกเป็นแพทย์ที่สามารถตรวจสอบในเว็บแพทยสภาได้ มีประสบการณ์
  3. แพทย์ให้บริการด้วยความจริงใจ ประเมินปัญหาได้อย่างตรงจุด
  4. อุปกรณ์ทางการแพทย์สะอาด และได้มาตรฐาน
  5. ตรวจสอบโบท็อกว่าเป็นโบท็อกแท้ ได้รับรองจากอย.
  6. โบท็อกที่ใช้ต้องเปิดขวดใหม่ และผสมตัวยาให้ดูต่อหน้า
  7. สามารถเก็บกล่อง และขวดโบท็อกกลับบ้าน เพื่อสแกนตรวจสอบว่าเป็นของแท้ได้
  8. งดรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน NSAIDs Ponstan
  9. งดสครับใบหน้า เลเซอร์ แว็ก หรือนวดหน้า
  10. ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ทั้งโรคประจำตัว และยาที่รับประทานเป็นประจำให้แพทย์ทราบ

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกลดริ้วรอย

หลังจากเตรียมตัวพร้อมแล้ว รวมถึงตรวจสอบโบท็อกแล้วว่าเป็นโบท็อกแท้แน่นอน ก็จะถึงเวลาในการเริ่มทำหัตถการกันค่ะ

  1. แพทย์จะประเมินใบหน้า สภาพผิว ปัญหาที่กังวล
  2. แพทย์จะวางแผนการรักษาฉีดโบลดริ้วรอยว่าต้องใช้ปริมาณจุดละกี่ยูนิต และควรใช้โบท็อกยี่ห้ออะไร
  3. ในบางเคสที่กังวลว่าจะเจ็บเจ้าหน้าที่จะมีการทายาชาทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 30 นาที
  4. ระหว่างทำหัตถการเจ้าหน้าที่จะมีการสลับประคบน้ำแข็งร่วมด้วย เพื่อลดอาการเจ็บ
  5. แพทย์จะเริ่มฉีดโบลดริ้วรอยตามแผนที่วางเอาไว้

ดูแลตัวเองหลังฉีดโบลดริ้วรอยอย่างไร

หลังฉีดโบลดริ้วรอยทันที แพทย์จะแนะนำให้ขยับเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ ทันที 1 – 2 ครั้ง เพื่อให้ตัวสารที่ฉีดเข้าไป เซลล์ประสาทดูดซึมเข้าไปได้มากที่สุด และเพื่อให้ผลลัพธ์ของการชะลอวัยคงอยู่ต่อเนื่องจึงควรฉีดโบลดริ้วรอยเป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน – 1 ปี ตามแต่ละยี่ห้อของโบท็อกที่ใช้ และไม่ควรจะฉีดถี่เกินไป  อาจจะทำให้เกิดอาการดื้อโบท็อก และไม่เห็นผลในที่สุด

นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามอื่น ๆ ที่แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยง หลังจากฉีดโบลดริ้วรอยสักระยะหนึ่ง เพื่อผลลัพธ์ที่คงทน อยู่ยาวนานขึ้น

  1. หลังฉีดโบลดริ้วรอย ห้ามนอนราบอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  2. งดกิจกรรมที่ใช้ความร้อนทุกชนิดหลังฉีดโบลดริ้วรอย เช่น อบซาวน่า เลเซอร์ เป็นต้น
  3. หลังฉีดโบลดริ้วรอย เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และอาหารที่ต้องนั่งหน้าเตา อาหารเผ็ดมาก ๆ อาหารหมักดอง
  4. งดสูบบุหรี่หลังฉีดโบลดริ้วรอย

สามารถทำหัตถการอื่น ๆ ที่ช่วยลดริ้วรอยได้อีก : Hifu 


ฉีดโบลดริ้วรอยที่ไหนดี? 

ฉีดโบลดริ้วรอยที่ไหนดี

ฉีดโบลดริ้วรอยที่ไหนดี? การตัดสินใจทำหัตถการกับใบหน้าเป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณา และเลือกสรรให้ดีที่สุด เพื่อให้เลี่ยงโอกาสเกิดผลข้างเคียงให้มากที่สุด มีเช็กลิสต์อะไรบ้างในการเลือกคลินิกในการฉีดโบลดริ้วรอยมาดูกันค่ะ

  • คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ จากกระทรวงสาธารณสุข
  • คลินิกต้องสะอาด กว้างขวาง เครื่องมือสะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อ
  • ตัวยาโบท็อกที่ใช้ต้องได้มาตรฐาน ผ่านอย.
  • ทางคลินิกต้องแกะกล่องยาใหม่ ให้ดูต่อหน้า
  • แพทย์ตรวจสอบแล้วว่าเป็นแพทย์จริง
  • แพทย์มีประสบการณ์ และประเมินใบหน้าเราอย่างตรงไปตรงมา
  • มีรีวิวจากผู้รับบริการฉีดโบลดริ้วรอยจริง จากแหล่งรีวิวที่เป็นกลาง

ไม่เพียงแค่ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคลินิก แพทย์ และตรวจสอบว่าเป็นตัวยาโบท็อกแท้เพียงเท่านั้น แต่การเลือกยี่ห้อของโบท็อกซ์ริ้วรอยก็มีผลต่อผลลัพธ์ของหัตถการเช่นกัน

  • Aestox โบท็อกราคาน่ารัก สบายกระเป๋า สำหรับมือใหม่หัดเข้าวงการ โบท็อกความบริสุทธิ์ 99.5% จากเกาหลี ผ่านอย. ไทย ปลอดภัย ให้ผลลัพธ์ยาวนานถึง 4 – 6 เดือน
  • Nabota โบท็อกจากประเทศเกาหลี ราคาน่ารักอีกหนึ่งยี่ห้อ เเถมคุณภาพก็ไม่น้อยหน้ายี่ห้ออื่น ๆ เลย มีความบริสุทธิ์สูง 98.7% ได้รับรองจาก อย.อเมริกา U.S.FDA  ตัวยาออกฤทธิ์เร็ว ผลลัพธ์หน้าไม่แข็งไม่ตึง  ดูธรรมชาตินาน 5 – 7 เดือน
  • Xeomin โบท็อกขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ เห็นผลชัดเจน จากประเทศเยอรมัน ที่มีความบริสุทธิ์ 100% โดยไม่มีโปรตีนผสมเลย ลดอาการแพ้โปรตีน โอกาสดื้อยาน้อย ผลลัพธ์อยู่นาน 8 เดือน – 1  ปี
  • Allergan โบท็อกจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีส่วนผสมของโปรตีนอยู่เล็กน้อย มีโอกาสดื้อยาต่ำ จึงนิยมใช้กันทั่วโลก ให้ผลลัพธ์แม่นยำเป็นธรรมชาตินานถึง 8 เดือน – 1 ปี

โบท็อกซ์ลดริ้วรอยราคาเท่าไหร่?

ฉีดโบลดริ้วรอยราคาจะมีราคาแตกต่างกันไปตามยี่ห้อของโบท็อก ปริมาณตัวยาที่ใช้ รวมถึงพื้นที่บริเวณที่ทำการฉีดโบลดริ้วรอย โดย Romrawin Clinic จะมีให้คุณลูกค้า ปรึกษากับแพทย์ว่าควรเลือกพิจารณาการฉีดจากอะไร โดยราคาการฉีดโบลดริ้วรอยส่วนมากจะเริ่มต้นที่ 3,500 บาทขึ้นไป


รีวิวฉีดโบลดริ้วรอยกับ Romrawin Clinic 

“พัดเป็นคนแสดงสีหน้าเยอะ โดยเฉพาะขมวดคิ้ว กับรอยย่นบนหน้าผาก แต่พอพัดฉีดโบลดริ้วรอยกับ Romrawin ไป  พอจะขมวดคิ้ว ยิ้ม ก็ไม่ทิ้งรอยย่นบนหน้าผาก คิ้ว หรือตีนกาเลย”


คำถามที่พบบ่อย 

1. ฉีดโบท็อกหน้าผากแล้วรู้สึกตึงมาก ทำอย่างไรดี? 

ฉีดโบท็อกหน้าผากตึงมาก หากได้รับการฉีดโบลดริ้วรอยในปริมาณมากจนเกินไป จึงไม่มีวิธีแก้ไขได้ นอกจากรอให้โบท็อกค่อย ๆ หมดฤทธิ์ และคลายไป หรืออาจจะมีการทำหัตถการที่ให้ความร้อนอย่างการใช้คลื่น RF ให้ความร้อนช่วยเข้าไปสลายฤทธิ์ของโบท็อกในบางส่วน ทั้งนี้เพื่อเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าวจึงจำเป็นต้องเลือกแพทย์ที่มีฝีมือ มากประสบการณ์เท่านั้น

2. ฉีดโบลดริ้วรอยอยู่ได้กี่เดือน?

ฉีดโบลดริ้วรอยอยู่ได้กี่เดือน จะขึ้นกับปริมาณของโบท็อกที่ฉีดเข้าไป และยี่ห้อโบท็อกซ์ริ้วรอยที่เลือกใช้ โดยเฉลี่ยทั่วไปแล้วจะมีอายุอยู่ได้ตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 1 ปี ตามการดูแลรักษาหลังฉีดโบลดริ้วรอยด้วยเช่นกัน

3. โบท็อกลดริ้วรอยใช้กี่ยูนิต?

โบท็อกลดริ้วรอยใช้กี่ยูนิต แพทย์จะพิจารณาจากบริเวณที่ฉีด ปัญหาริ้วรอยที่พบ และความชอบส่วนตัวของคุณลูกค้าว่าอยากได้แบบธรรมชาติมาก หรือค่อนข้างตึงมากนั่นเองค่ะ โดยรวม ๆ แล้ว โบท็อกซ์ริ้วรอยจะใช้อยู่ที่ประมาณ 8 – 12 ยูนิตค่ะ

4. ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย พร้อมกับการทำหัตถการอื่นๆได้หรือไม่?

ฉีดโบลดริ้วรอยสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ร่วมด้วยได้ค่ะ พิจารณาตามปัญหาใบหน้าอื่น ๆ ที่คุณลูกค้าเผชิญอยู่ เช่น ในกรณีที่ต้องการยกกระชับใบหน้าร่วมด้วย แนะนำว่าให้ทำหัตถการ Hifu Ulthera หรือ Thermage ร่วมด้วยค่ะ


ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยกับ Romrawin Clinic 

เพื่อให้ความอ่อนวัย อ่อนเยาว์คงอยู่ยาวนานที่สุด ให้การฉีดโบลดริ้วรอยเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ และลดริ้วรอยเก่าให้จางลง แต่ทั้งนี้การฉีดโบลดริ้วรอย เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงหน้าแข็งทื่อ ดูไม่ธรรมชาติ แสดงสีหน้าไม่ได้ คุณลูกค้าควรพิจารณาให้ดีถึงคุณภาพของตัวยาโบท็อกที่แท้ คลินิกที่ได้มาตรฐาน และแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการออกแบบรูปหน้า

ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดรวมอยู่ใน Romrawin Clinic ทั้งหมด ฉะนั้นหากคุณสนใจที่จะฉีดโบลดริ้วรอย ให้ทีมแพทย์ และทีมงานของเราให้การดูแลคุณสิคะ


อ้างอิง

Yvonne Pierpont, M.D. (Jul 16, 2019). Is Botox the fix for all facial wrinkles?. Mayo Clinic  Health  System  . https://www.mayoclinichealthsystem.org/hometown-health/speaking-of-health/is-botox-the-fix-for-all-facial-wrinkles#:~:text=Botox%20uses%20various%20forms%20of,restore%20a%20more%20youthful%20appearance.

Carissa Stephens, R.N., CCRN, CPN (Apr 11, 2023). I Don’t Regret Botox. But I Wish I Knew These 7 Facts First. Healthline. https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/botox-facts


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือปรึกษาปัญหากับแพทย์
ได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้
แชร์บทความนี้

Related Posts