กระชับสัดส่วน

มอนจาลีน (Mounjalean) คืออะไร? รู้จักเปปไทด์ลดความอยากอาหาร ตัวช่วยจัดการน้ำหนัก

Mounjalean

หลายคนที่พยายามลดน้ำหนักอาจเคยเจอปัญหาหิวบ่อย กินจุบจิบ คุมความอยากอาหารไม่ได้ แม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วก็ตาม จึงทำให้หลายคนเริ่มมองหาตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักที่ตอบโจทย์มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ มอนจาลีน (Mounjalean) เปปไทด์ลดความอยากอาหาร ที่ช่วยดูแลการควบคุมน้ำหนักผ่านกลไกของฮอร์โมน GLP-1 และ GIP ซึ่งเกี่ยวข้องกับความอิ่ม ระดับน้ำตาลในเลือด และระบบเผาผลาญพลังงาน บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า มอนจาลีน (Mounjalean) คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง และทำงานอย่างไรในการช่วยควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพโดยรวม

 

โรคอ้วน คืออะไร?

โรคอ้วน คืออะไร?

 

โรคอ้วน คืออะไร?

โรคอ้วน (Obesity) คือ ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคเรื้อรังบางชนิด โดยภาวะอ้วนเป็นโรคที่สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร ฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ ความเครียด และสิ่งแวดล้อม โดยพลังงานส่วนเกินจะถูกสะสมในรูปของไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง รอบเอว และอวัยวะภายใน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

 

ความอ้วนเกิดจากอะไร?

ภาวะอ้วนเกิดจากการที่ร่างกายได้รับพลังงานหรือแคลอรีมากกว่าที่สามารถเผาผลาญออกได้ ทำให้พลังงานส่วนเกินถูกสะสมในรูปของไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้ โดยสาเหตุของความอ้วนสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องร่วมกัน ดังนี้

  • พฤติกรรมการรับประทานอาหาร

ปัจจัยที่ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานที่มากเกินความต้องการ จนกลายเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย มักเกิดได้จากการรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น แป้ง น้ำตาล หรือไขมันสูง ของทอด หรือเครื่องดื่มที่มีความหวาน และแอลกอฮอล์

  • การใช้ชีวิต

พฤติกรรมการกินและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นอีกสาเหตุหลักที่อาจทำให้เกิดโรคอ้วน เช่น การกินจุบจิบ กินเยอะ กินดึก ขาดการออกกำลังกาย เคลื่อนไหวน้อย รวมถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ

  • ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง

การอดอาหารหรือการรับประทานอาหารน้อยเกินไปเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ระบบเผาผลาญในร่างกายพัง หรือทำงานได้ช้าลง เนื่องจากร่างกายเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน จึงทำให้เผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว และโรคอ้วน

  • ฮอร์โมนและความเครียด

ความเครียดสะสม รวมถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) เพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายรู้สึกหิวบ่อย หรือมีความอยากอาหารหวาน หรืออาหารพลังงานสูงมากขึ้น และอาจทำให้เกิดการสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องได้ง่าย

  • อายุและเพศ

เมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อในร่างกายจะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ช้าลง จึงอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย หรือมีการสะสมไขมันที่มากขึ้น นอกจากนี้เพศหญิงยังมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อาจส่งผลต่อการสะสมไขมันและการควบคุมน้ำหนักได้เช่นกัน

 

โรคอ้วนส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร?

ภาวะอ้วนไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงเรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย ทั้งระบบเผาผลาญ ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงฮอร์โมนต่าง ๆ และยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด และภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน ได้แก่

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันพอกตับ
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • โรคข้อเข่าเสื่อม

 

แนวทางการรักษาโรคอ้วน

โรคอ้วนมีทางรักษาไหม? นอกจากการดูแลสุขภาพและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ปัจจุบันมีแนวทางในการรักษาโรคอ้วนที่หลากหลาย โดยการเลือกแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของภาวะอ้วน สุขภาพโดยรวม และการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล ดังนี้

  • การควบคุมอาหาร

การควบคุมอาหารเป็นแนวทางพื้นฐานที่ช่วยลดน้ำหนักและลดโรคอ้วนได้อย่างยั่งยืน โดยการควบคุมอาหารจะเน้นไปที่การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อลดพลังงานส่วนเกิน และเลือกทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ซึ่งการควบคุมอาหารจะช่วยลดน้ำหนักโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุล

  • การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างยั่งยืน  จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย และเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย พร้อมเสริมสร้างการสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ช่วยลดไขมันสะสมในร่างกาย และช่วยให้รูปร่างกระชับมากขึ้น

  • การใช้เปปไทด์ลดความอยากอาหาร

เปปไทด์ลดความอยากอาหารเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดน้ำหนัก โดยเปปไทด์ลดความอยากอาหารจะออกฤทธิ์ผ่านกลไกของฮอร์โมน GIP และ GLP-1 ในร่างกาย ซึ่งจะช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น และทำให้กินอาหารได้น้อยลง จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยลดการลดน้ำหนักและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมช่วยดูแลสุขภาพโดยรวมได้

อย่างไรก็ตาม การใช้เปปไทด์ลดความอยากอาหารควรอยู่ภายใต้การดูแลและประเมินโดยแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

  • การผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Sleeve Gastrectomy)

การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยรักษาโรคอ้วนหรือลดน้ำหนัก สำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์ มีภาวะอ้วนระดับรุนแรง และมีปัญหาสุขภาพร่วมด้วย โดยแพทย์จะทำการลดขนาดกระเพาะอาหาร เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถรับประทานอาหารได้น้อยลง และอิ่มเร็วขึ้น ซึ่งแนวทางการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะอาหารจะต้องได้รับการพิจารณา และการประเมินจากแพทย์เท่านั้น

 

มอนจาลีน (Mounjalean) คืออะไร?

มอนจาลีน (Mounjalean) คืออะไร?

 

มอนจาลีน (Mounjalean) คืออะไร?

มอนจาลีน (Mounjalean) คือ เปปไทด์ลดความอยากอาหารที่ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก และช่วยดูแลผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยทำงานผ่านกลไกการเลียนแบบฮอร์โมน GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) และ GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนธรรมชาติของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความหิว ความอิ่ม และระดับน้ำตาลในเลือด มอนจาลีน (Mounjalean) สามารถช่วยลดความอยากอาหาร ความอิ่ม และระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้สามารถควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหารได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเผาผลาญพลังงานให้ทำงานได้ดีมากขึ้น ส่งผลให้น้ำหนักและสัดส่วนลดลง และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่เกณฑ์ปกติอีกด้วย 

 

มอนจาลีน (Mounjalean) เปปไทด์ลดความอยากอาหารทำงานอย่างไร?

มอนจาลีน (Mounjalean) เป็นเปปไทด์ลดความอยากอาหารที่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกการทำงานของฮอร์โมน GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) และ GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) ซึ่งช่วยลดความอยากอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือด และระบบเผาผลาญพลังงาน โดยมอนจาลีนสามารถทำงานร่วมกับหลายระบบในร่างกาย ดังนี้

  • Mounjalean ทำงานกับ “สมอง”

มอนจาลีนจะส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม โดยเฉพาะสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ที่ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และอิ่มนานขึ้น จึงช่วยลดพฤติกรรมกินจุบจิบ และช่วยควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้น

  • Mounjalean ทำงานกับ “ตับอ่อน”

มอนจาลีนจะช่วยกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง พร้อมช่วยลดการหลั่งกลูคากอน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จึงช่วยรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลิน

  • Mounjalean ทำงานกับ “ระบบย่อยอาหาร”

มอนจาลีนช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารภายในกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะได้นานขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอิ่มนาน ลดความหิวระหว่างวัน และช่วยลดปริมาณการรับประทานอาหารโดยไม่รู้สึกโหยง่าย

  • Mounjalean ทำงานกับ “เซลล์ไขมัน”

มอนจาลีนช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น และช่วยลดการสะสมของไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องและรอบเอว ซึ่งเป็นไขมันที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ

 

มอนจาลีน (Mounjalean) ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

มอนจาลีน (Mounjalean) ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

 

มอนจาลีน (Mounjalean) ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

มอนจาลีน (Mounjalean) เป็นเปปไทด์ลดความอยากอาหารที่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกการทำงานของฮอร์โมน GIP และ GLP-1 จึงไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องการลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพในหลายด้าน ดังนี้

  • มอนจาลีน (Mounjalean) ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็วขึ้น

เนื่องจากมอนจาลีนออกฤทธิ์ต่อสมองส่วนควบคุมความหิว ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และอิ่มนานขึ้น จึงช่วยลดพฤติกรรมกินจุบจิบและช่วยควบคุมปริมาณอาหารระหว่างวันได้ง่ายขึ้น

  • มอนจาลีน (Mounjalean) ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

มอนจาลีนสามารถช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน และช่วยควบคุมการหลั่งกลูคากอน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุล จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยดูแลผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับเบาหวานชนิดที่ 2

  • มอนจาลีน (Mounjalean) ช่วยปรับสมดุลระบบเผาผลาญ

มอนจาลีนช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานส่วนเกินและไขมันสะสมได้ดีขึ้น

  • มอนจาลีน (Mounjalean) ช่วยลดไขมันในช่องท้องและไขมันใต้ชั้นผิว

มอนจาลีนช่วยลดไขมันใต้ชั้นผิวและไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพและเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และไขมันพอกตับ รวมถึงปัญหารูปร่าง ที่สร้างความไม่มั่นใจได้

  • มอนจาลีน (Mounjalean) ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน

เมื่อสามารถควบคุมน้ำหนัก ลดไขมันสะสม และปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะอ้วนในระยะยาวได้

  • มอนจาลีน (Mounjalean) ช่วยให้อิ่มนาน ลดการกินจุบจิบ

มอนจาลีนช่วยชะลอการย่อยและการเคลื่อนตัวของอาหารในกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะได้นานขึ้น จึงช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดความหิวระหว่างวัน และช่วยลดพฤติกรรมการจุบจิบได้

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การใช้มอนจาลีนต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ก่อนเข้ารับการบริการ ควรแจ้งประวัติการรักษา ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัวให้ละเอียด

 

มอนจาลีน (Mounjalean) เหมาะกับใคร?

  • มอนจาลีน (Mounjalean) เหมาะกับผู้ที่มีค่า BMI ≥ 30 kg/m² ซึ่งเข้าข่ายภาวะอ้วน และต้องการลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง
  • มอนจาลีน (Mounjalean) เหมาะกับผู้ที่มีค่า BMI ≥ 27 kg/m² และมีโรคประจำตัวหรือมีปัญหาสุขภาพร่วมด้วย เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
  • มอนจาลีน (Mounjalean) เหมาะกับผู้ที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลด
  • มอนจาลีน (Mounjalean) เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมความอยากอาหารและลดไขมันสะสม
  • มอนจาลีน (Mounjalean) เหมาะกับผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes)
  • มอนจาลีน (Mounjalean) เหมาะกับผู้ที่ต้องการตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์

 

ใครไม่เหมาะกับมอนจาลีน (Mounjalean) ?

  • มอนจาลีน (Mounjalean) ไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด
  • มอนจาลีน (Mounjalean) ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มอนจาลีน (Mounjalean) ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางประเภท ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการ

 

ข้อดีของมอนจาลีน (Mounjalean)

  • ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยลดความอยากอาหาร
  • ช่วยลดไขมันในช่องท้อง ( Visceral Fat)
  • ช่วยดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
  • ช่วยลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย
  • ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
  • ช่วยปรับสมดุลการเผาผลาญของร่างกาย 
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ เบาหวาน และโรคเรื้อรังอื่น ๆ
  • ช่วยเสริมผลลัพธ์การลดน้ำหนักเมื่อปรับพฤติกรรมร่วมกัน เช่น การออกกำลังกาย และการควบคุมอาหาร

 

ผลข้างเคียงของมอนจาลีน (Mounjalean)

เปปไทด์ลดความอยากอาหารมอนจาลีน (Mounjalean) อาจมีผลข้างเคียงที่อาจพบได้เล็กน้อยระหว่างการรักษา เช่น

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ท้องอืด
  • ท้องเสีย
  • ท้องผูก
  • เบื่ออาหาร

 

ทำความรู้จักกับฮอร์โมน GLP-1 และ GIP ในมอนจาลีน (Mounjalean) คืออะไร?

ทำความรู้จักกับฮอร์โมน GLP-1 และ GIP ในมอนจาลีน (Mounjalean) คืออะไร?

 

ทำความรู้จักกับฮอร์โมน GLP-1 และ GIP ในมอนจาลีน (Mounjalean) คืออะไร?

มอนจาลีน (Mounjalean) เป็นเปปไทด์ลดความอยากอาหารที่ทำงานเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย ที่มีความสำคัญต่อการควบคุมความหิวและความอิ่ม คือ

  • GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) 
  • GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide)

โดยทั้ง 2 เป็นฮอร์โมนจากทางเดินอาหาร (Gut Hormones) ในกลุ่ม Incretin Hormones ที่มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมความอยากอาหาร การเผาผลาญพลังงาน และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งทั้ง 2 ฮอร์โมนสามารถทำงานเสริมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) คืออะไร?

GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) หรือฮอร์โมนความอิ่ม ที่ร่างกายผลิตจาก L-cell บริเวณลำไส้เล็กส่วนปลาย โดยร่างกายจะหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร เพื่อช่วยควบคุมความหิว และช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้มีความสมดุล โดย GLP-1 จะถูกหลั่งออกมามากขึ้นเมื่อรับประทานอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรต 

 

GLP-1 มีหน้าที่อะไรบ้าง?

  • ช่วยควบคุมความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็วขึ้น และรับประทานอาหารได้น้อยลง
  • ช่วยชะลอการย่อยและการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อิ่มนานขึ้น
  • กระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลิน เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ลดการหลั่งกลูคากอน (Glucagon) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
  • ช่วยลดการสะสมของไขมัน และลดความเสี่ยงของภาวะอ้วน

 

GLP-1 มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

  • สมอง

GLP-1 จะส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมความหิว ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และลดความอยากอาหาร

  • ตับอ่อน

GLP-1 จะช่วยกระตุ้นการหลั่งของอินซูลิน และลดการหลั่งกลูคากอน เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

  • กระเพาะอาหาร

GLP-1 ช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารในกระเพาะอาหาร ทำให้อิ่มนานขึ้น และลดพฤติกรรมกินจุบจิบ

  • ตับ

GLP-1 ช่วยลดการสร้างน้ำตาลกลูโคสใหม่จากตับ และช่วยให้เซลล์ตับเก็บสะสมน้ำตาลได้ดีขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง

 

GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) คืออะไร?

GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) ที่ร่างกายผลิตจาก K-cell ในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum และ Jejunum) โดยร่างกายจะหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร มีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน รักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือดและจัดการพลังงานในร่างกาย นอกจากนี้ในทางการแพทย์ GIP ยังสามารถช่วยเสริมการทำงานของ GLP-1 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

GIP มีหน้าที่อะไรบ้าง?

  • ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและกลูคากอน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยให้ร่างกายจัดการพลังงานและเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็ว และอิ่มนาน
  • ช่วยปรับสมดุลระบบเผาผลาญพลังงาน
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก และลดการสลายของมวลกระดูก

 

GIP มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

  • สมอง

GIP สามารถส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) เพื่อช่วยควบคุมความหิว ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และช่วยลดความอยากอาหารระหว่างวัน

  • ตับอ่อน

GIP จะกระตุ้นการทำงานของเบต้าเซลล์ในตับอ่อนให้หลั่งอินซูลินและกลูคากอน เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

  • เนื้อเยื่อไขมัน

GIP มีส่วนช่วยในการดูดซึม และสะสมพลังงานส่วนเกินในรูปของไขมันตามเนื้อเยื่อ ทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ ทำให้ร่างกายสามารถใช้พลังงานอย่างได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

  • กระดูก

GIP ช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูกใหม่ ลดการสลายของกระดูก และช่วยรักษาความหนาแน่นของมวลกระดูกให้แข็งแรง

 

ทำไมมอนจาลีน (Mounjalean) จึงใช้ทั้ง GLP-1 และ GIP?

มอนจาลีน (Mounjalean) เปปไทด์ลดความอยากอาหาร ที่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกของฮอร์โมนธรรมชาติ 2 ชนิด ได้แก่ GLP-1 และ GIP ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการควบคุมน้ำหนักได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มนาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การนำฮอร์โมน GLP-1 และ GIP มาทำงานร่วมกัน ยังสามารถช่วยลดผลข้างเคียงบางอย่างที่เกิดขึ้นจากฮอร์โมน GLP-1 ได้ เช่น อาการคลื่นไส้  จึงทำให้มอนจาลีน (Mounjalean) เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดูแลน้ำหนัก และช่วยลดไขมันสะสม ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักร่วมกับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

 

ทำไมการใช้ GLP-1 และ GIP ร่วมกันจึงได้ผลดีกว่า?

ทำไมการใช้ GLP-1 และ GIP ร่วมกันจึงได้ผลดีกว่า?

 

ทำไมการใช้ GLP-1 และ GIP ร่วมกันจึงได้ผลดีกว่า?

  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น
  • ลดความอยากอาหารและเพิ่มความอิ่มได้ดีกว่า
  • ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันและลดไขมันในช่องท้อง
  • เสริมการทำงานของสมองและฮอร์โมนความอิ่ม
  • ช่วยลดผลข้างเคียงและทำให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การใช้มอนจาลีนต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ก่อนเข้ารับการบริการ ควรแจ้งประวัติการรักษา ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัวให้ละเอียด

 

การลดน้ำหนักส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างไร?

การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในหลายด้าน ทั้งระบบเผาผลาญ ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และไขมันพอกตับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องจำนวนมาก
  • ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น จึงช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยลดภาระของข้อเข่าและกระดูก เพราะน้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดต่อข้อเข่า ข้อสะโพก และกระดูกสันหลัง
  • ช่วยให้คุณภาพในการนอนหลับดีขึ้น เนื่องจากในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือมีไขมันสะสมบริเวณลำคอ อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือมีอาการนอนกรน การลดน้ำหนักสามารถช่วยให้ระบบหายใจทำงานดีขึ้น และนอนหลับได้มีคุณภาพมากขึ้น
  • ช่วยเพิ่มความมั่นใจในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านรูปร่าง การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการเข้าสังคม ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและบุคลิกภาพโดยรวม
  • ช่วยลดความเครียด กระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุขในร่างกาย จึงช่วยลดความเครียดและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
  • ช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น เช่น การเดิน การขึ้นบันได หรือการออกกำลังกาย จะทำได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

 

มอนจาลีน (Mounjalean) เปปไทด์ลดความอยากอาหาร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพโดยรวม ผ่านกลไกการทำงานของฮอร์โมน GIP และ GLP-1 ที่ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มนาน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือผู้ที่ควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล

อย่างไรก็ตาม การใช้มอนจาลีน (Mounjalean) ควรอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลโดยแพทย์ พร้อมปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายควบคู่กัน เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องในระยะยาว สำหรับใครที่สนใจดูแลรูปร่างด้วย มอนจาลีน (Mounjalean) สามารถเข้ามาปรึกษาและสอบถามได้ที่ รมย์รวินท์คลินิก ทุกสาขา

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการบริการ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด