Nucleofill ทางลัดซ่อมแซมผิวระดับลึก พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนด้วย PN
ในปัจจุบัน เทรนด์การดูแลผิวไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทำให้ผิวกระจ่างใส หรือการเติมเต็มเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับ Skin Quality หรือคุณภาพผิวโดยรวมมากขึ้น ซึ่งหลาย ๆ คนจึงเริ่มมองหาตัวช่วยในการซ่อมแซมและฟื้นฟูสภาพผิวจากภายใน โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมคือ “Nucleofill” ซึ่งมีส่วนประกอบของ Polynucleotide (PN) สกัดจากปลาแซลมอนตามธรรมชาติ บทความนี้จะพามาทำความรู้จักว่า Nucleofill คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไร? เหมาะกับใคร? มีข้อดีอย่างไร? และฉีดกี่ครั้งเห็นผล? เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนเข้ารับบริการ

Nucleofill คืออะไร?
Nucleofill คืออะไร?
Nucleofill คือ ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวจากประเทศอิตาลี ที่ประกอบไปด้วย Polynucleotide (PN) สกัดจากปลาแซลมอนธรรมชาติ ซึ่งนำมาผ่านกระบวนการผลิตที่ช่วยให้สารมีความบริสุทธิ์สูง ลดสิ่งปนเปื้อน และลดโอกาสการระคายเคืองต่อผิว ทำให้สามารถเข้ากับผิวหนังได้ดี โดยไม่เสี่ยงอันตราย อีกทั้ง Nucleofill ยังมีความเข้มข้นของ Polynucleotide (PN) สูงถึง 37.5 mg / 1.5 ml และมีโมเลกุลขนาดใหญ่ถึง 2,500 kDa จึงช่วยให้สารสามารถคงตัวในชั้นผิวได้ดี พร้อมช่วยฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างล้ำลึกมากขึ้น
Nucleofill ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ปรับปรุงโครงสร้างผิว และซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพจากภายใน พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ รวมถึงต้านสารอนุมูลอิสระและเสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น เรียบเนียน กระจ่างใส และชุ่มชื้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
Nucleofill ทำงานอย่างไร?
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่จะทำงานผ่าน 3 กลไกสำคัญ ดังนี้
- Bio-Regeneration ฟื้นฟูและเสริมสร้างโครงสร้างผิว
เมื่อฉีด Nucleofill เข้าสู่ชั้นผิว สาร Polynucleotide (PN) จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น ผิวจะค่อย ๆ ดูแน่นกระชับ มีความยืดหยุ่น และแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย รวมถึงช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและดูอ่อนกว่าวัยอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
- Antioxidant Support ปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ
Nucleofill มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหาผิวเสื่อมสภาพและริ้วรอยก่อนวัย ไม่ว่าจะเกิดจากแสงแดด มลภาวะ ฝุ่น ควัน ความเครียด หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมของเซลล์ผิวให้ทำงานได้ดีขึ้น เมื่อผิวมีความแข็งแรงและสมดุล ก็จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและลดโอกาสเกิดความเสื่อมของผิวในระยะยาว
- Deep Hydration เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก
สาร Polynucleotide (PN) ใน Nucleofill มีคุณสมบัติในการดึงน้ำเข้ามาเก็บไว้ในผิวและช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว จึงช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้าน ขาดน้ำ หรือดูอ่อนล้าให้กลับมาดูสุขภาพดีมากขึ้น เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้ผิวดูฉ่ำวาว เนียนนุ่ม อิ่มน้ำ และสดใสจากภายใน

ข้อดีของ Nucleofill
ข้อดีของ Nucleofill
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่มีข้อดีหลายประการ ดังนี้
- มีน้ำหนักโมเลกุลสูง
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่มีน้ำหนักโมเลกุล (Molecular weight) สูงถึง 2,500 kDa ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถสร้างโครงสร้างรองรับในชั้นผิว (Scaffold Effect) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สารสามารถคงตัวอยู่ในผิวได้ดีและช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูผิวได้อย่างต่อเนื่อง
- มีความเข้มข้นสูง
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่มีความเข้มข้นสูงถึง 37.5 mg / 1.5 ml จึงทำให้สามารถฟื้นฟูผิวได้อย่างล้ำลึก ทั้งในด้านความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และการเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวดูแข็งแรง อิ่มน้ำ เรียบเนียน สดใส และดูสุขภาพดีจากภายใน
- มีการผลิตด้วย HPT Technology
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะที่เรียกว่า HPT Technology ซึ่งช่วยให้ได้สารที่มีความบริสุทธิ์สูง พร้อมลดสิ่งปนเปื้อนที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำให้ทำงานร่วมกับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่ถูกออกแบบมาให้มีค่า Physiological pH ใกล้เคียงกับสภาพผิวตามธรรมชาติของร่างกาย ประมาณ 6.8 – 7.2 จึงทำให้มีความอ่อนโยนต่อผิว ช่วยลดความแสบหรือการระคายเคืองระหว่างทำ รวมทั้งยังช่วยให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้นขณะฉีด
- เหมาะกับการเตรียมผิวก่อนทำหัตถการ
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่สามารถใช้เตรียมสภาพผิวก่อนทำหัตถการอื่น ๆ ได้ โดยจะช่วยเสริมความแข็งแรงและฟื้นฟูคุณภาพผิวให้พร้อมก่อนทำหัตถการ ทำให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้นและตอบสนองต่อการรักษาอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่เน้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายในมากกว่าการเติมเต็มผิวอย่างชัดเจน จึงช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้แลดูเป็นธรรมชาติ ผิวค่อย ๆ แข็งแรง ยืดหยุ่น ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ เรียบเนียน และดูสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว
เทคนิคที่นิยมใช้ฉีด Nucleofill
การฉีด Nucleofill มีหลายเทคนิค ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ตำแหน่งที่ฉีด และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งเทคนิคที่นิยมใช้ มีดังนี้
- เทคนิคฉีดแบบ 5 จุด (5 Points Technique)
เทคนิคการฉีดแบบ 5 จุด เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมในการฉีด Nucleofill โดยแพทย์จะเลือกฉีดในตำแหน่งสำคัญของใบหน้า เช่น บริเวณโหนกแก้ม หน้าใบหู หรือมุมขากรรไกรล่าง เพื่อช่วยให้ตัวยาสามารถกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอทั่วบริเวณผิว ลดจำนวนรอยเข็ม ลดอาการบวมช้ำ และช่วยให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้นขณะฉีด
- เทคนิคฉีดด้วยเข็มทู่ (Cannula)
เทคนิคการฉีดด้วยเข็มทู่ หรือ Cannula เป็นเทคนิคที่ช่วยให้แพทย์สามารถกระจายตัวยาได้ในบริเวณกว้าง โดยจะฉีดในลักษณะเป็นแนวเส้นใต้ผิวหนัง ช่วยลดอาการบวมช้ำและลดการกระทบกระเทือนเนื้อเยื่อผิว
- เทคนิคการฉีดแบบ Micro-Injection
เทคนิคการฉีดแบบ Micro-Injection เป็นเทคนิคการฉีดตัวยาในลักษณะจุดเล็ก ๆ หลายตำแหน่งทั่วบริเวณผิว เพื่อให้ตัวยาสามารถกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวโทรม ผิวแห้ง หรือขาดความสดใส

Nucleofill เหมาะกับใคร?
Nucleofill เหมาะกับใคร?
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิว พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมความแข็งแรงให้ผิว ซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มคน ดังนี้
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ และขาดความยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ หรือเริ่มมีร่องลึกบนใบหน้า
- ผู้ที่มีปัญหาผิวเสื่อมสภาพตามวัยหรือมีการสูญเสียคอลลาเจนใต้ผิว
- ผู้ที่มีผิวบอบบาง ผิวอ่อนแอ หรือเหนื่อยล้าสะสม
- ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ผิวลอกง่าย หรือแต่งหน้าไม่ติด
- ผู้ที่มีผิวไม่เนียนละเอียด รูขุมขนกว้าง หรือมีปัญหาหลุมสิวตื้น ๆ
- ผู้ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวหมองคล้ำ หรือมีจุดด่างดำ
- ผู้ที่ต้องเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะสะสม จนทำให้ผิวอ่อนล้าและดูโทรมง่าย
- ผู้ที่ต้องการเตรียมผิวให้แข็งแรงก่อนทำหัตถการอื่น เช่น เลเซอร์ เครื่องยกกระชับ ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไปและต้องการผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการปรับปรุง Skin Quality ในระยะยาว เพื่อให้ผิวดูสุขภาพดี แข็งแรง และอ่อนกว่าวัย
หมายเหตุ ก่อนฉีด Nucleofill ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ ไม่ว่าจะเป็นประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ ประวัติการทำหัตถการ และยาที่รับประทานอยู่
Nucleofill ไม่เหมาะกับใคร?
แม้ Nucleofill จะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว แต่ก็อาจไม่เหมาะกับบุคคลบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ดังนี้
- ผู้ที่อยู่ในช่วงของการตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรอยู่
- ผู้ที่มีการติดเชื้อ มีแผลเปิด ผื่นแพ้ หรือการระคายเคืองในบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่มีภาวะผิวอักเสบอย่างรุนแรง เช่น สิวอักเสบหนัก หรือมีโรคผิวหนังบางประเภทในบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ Nucleofill
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ปลาแซลมอน อาหารทะเล หรือสารสกัดจากปลา
- ผู้ที่มีโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์หรือเกิดแผลนูนได้ง่าย
หมายเหตุ ก่อนฉีด Nucleofill ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ ไม่ว่าจะเป็นประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ ประวัติการทำหัตถการ และยาที่รับประทานอยู่

ประโยชน์ของ Nucleofill
ประโยชน์ของ Nucleofill
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่มีคุณสมบัติเด่นและประโยชน์ ดังนี้
- ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระดับลึก
การฉีด Nucleofill สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวมีการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น ดูแน่นกระชับ และอ่อนกว่าวัยจากภายใน
- ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
การฉีด Nucleofill สามารถช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ลดปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวขาดน้ำ พร้อมปรับสมดุลผิวและเสริมความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดี ชุ่มชื้น ฉ่ำวาว และดูสดใสอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
- ช่วยยกกระชับผิว
การฉีด Nucleofill แม้จะไม่ใช่หัตถการกลุ่มยกกระชับโดยตรง แต่เมื่อผิวได้รับการฟื้นฟูและมีการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้ผิวดูยกกระชับ แน่นฟู และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในระยะยาว ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยจากภายใน
- ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว
การฉีด Nucleofill สามารถช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัย ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด มลภาวะ ฝุ่น ควัน หรือความเครียดสะสม ทำให้ผิวมีความแข็งแรงและสามารถรับมือกับปัจจัยภายนอกได้ดีมากขึ้น
- ช่วยปรับพื้นผิวให้เรียบเนียน
การฉีด Nucleofill สามารถช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวที่ไม่เรียบเนียน หลุมสิวตื้น ๆ หรือรอยแผลเป็นบางประเภทดูตื้นขึ้น ส่งผลให้ผิวเนียนละเอียดและมีความสมดุลจากภายใน
- ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส
การฉีด Nucleofill สามารถช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส ลดความหมองคล้ำของผิว แก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ และจุดด่างดำต่าง ๆ ส่งผลให้ผิวมีความเปล่งปลั่ง เนียนใส และสีผิวสม่ำเสมอมากขึ้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
Nucleofill vs Rejuran ต่างกันอย่างไร?
Nucleofill vs Rejuran แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่ได้รับความนิยมในการฟื้นฟูผิวเหมือนกัน แต่ทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้ก็มีจุดเด่น เทคโนโลยี และผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
- Nucleofill
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ Polynucleotide (PN) เข้มข้นสูงถึง 37.5 mg / 1.5 ml และมีโมเลกุลขนาดใหญ่ถึง 2,500 kDa ซึ่งสกัดจากปลาแซลมอนตามธรรมชาติ โดยนำมาผ่านกระบวนการสกัดและผลิตที่ทำให้ได้สารที่มีความบริสุทธิ์สูง ลดสิ่งปนเปื้อนและลดโอกาสเกิดการระคายเคืองผิว
Nucleofill ถูกออกแบบมาให้มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างผิวระดับลึก พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ รวมถึงต้านสารอนุมูลอิสระ เสริมเกราะป้องกันผิว และเพิ่มความกระชับให้ผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ เรียบเนียน และดูสุขภาพดีจากภายใน ซึ่งหลังฉีดผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานเฉลี่ยประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังฉีด
- Rejuran
Rejuran เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ Polynucleotide (PN) เข้มข้นสูงถึง 20 mg. / 1 ml ซึ่งสกัดจากปลาแซลมอนตามธรรมชาติ โดยนำมาผ่านกระบวนการสกัดและผลิตที่ทำให้ได้สารที่มีความบริสุทธิ์สูง ซึ่งมีการกำจัดโปรตีน แอนติเจน และสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ออกไป ทำให้ลดโอกาสเกิดการระคายเคืองผิว
Rejuran ถูกออกแบบมาให้มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ปรับผิวให้กระจ่างใส พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ลดการอักเสบ และเสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น เรียบเนียน อิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และดูสดใสอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งหลังฉีดผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานเฉลี่ยประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังฉีด
Nucleofill vs Vitaran ต่างกันอย่างไร?
Nucleofill vs Vitaran แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) เหมือนกัน แต่ทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้ก็มีจุดเด่น แหล่งที่มา เทคโนโลยี และระยะเวลาคงอยู่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
- Nucleofill
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ Polynucleotide (PN) เข้มข้นสูงถึง 37.5 mg / 1.5 ml และมีน้ำหนักโมเลกุลสูงถึง 2,500 kDa ซึ่งสกัดจากปลาแซลมอนตามธรรมชาติ โดยนำมาผ่านกระบวนการสกัดและผลิต เพื่อให้ได้สารที่มีความบริสุทธิ์สูง ลดสิ่งปนเปื้อน และลดโอกาสเกิดการระคายเคืองในระยะยาว
โดย Nucleofill ถูกออกแบบมาให้มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างผิว พร้อมทั้งเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ รวมถึงต้านสารอนุมูลอิสระ เสริมเกราะป้องกันผิว และเพิ่มความกระชับให้ผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น อิ่มน้ำ เรียบเนียน และดูสุขภาพดีอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งหลังฉีดผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานเฉลี่ยประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังฉีด
- Vitaran
Vitaran เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ Polynucleotide (PN) เข้มข้นสูงถึง 20 mg. / 1 ml ซึ่งสกัดจากปลาเทราต์ที่มีการเลี้ยงในระบบปิด ทำให้สามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งมีการตรวจคัดกรองสิ่งปนเปื้อนหลายครั้ง เพื่อให้ได้สารที่มีความบริสุทธิ์สูงและลดโอกาสเกิดการแพ้
โดย Vitaran ถูกออกแบบมาให้มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูโครงสร้างผิวเชิงลึก ลดการอักเสบ ลดความแดงของผิว และลดปัญหาสิว พร้อมทั้งกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ รวมถึงเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น เรียบเนียน กระจ่างใส และดูสุขภาพดีจากภายใน ซึ่งหลังฉีดผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานเฉลี่ยประมาณ 9 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังฉีด
Nucleofill ราคาเท่าไหร่?
โดยทั่วไปราคา Nucleofill ในแต่ละคลินิกจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด ประสบการณ์ของแพทย์ รวมไปถึงโปรโมชันส่งเสริมการขายในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ตรวจประเมินสภาพผิว วิเคราะห์ปัญหา และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เนื่องจากในแต่ละบุคคลอาจใช้ปริมาณในการฉีดที่แตกต่างกัน จึงแนะนำให้เข้ารับการปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้รับบริการอย่างแท้จริง
Nucleofill มีกี่รุ่น?
ในปัจจุบัน Nucleofill มีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ซึ่งแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิวและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนี้
- Nucleofill Strong
Nucleofill Strong เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวขาดความกระชับ มีริ้วรอย ร่องลึก และผิวเสื่อมสภาพตามวัย ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ในเรื่องของการฟื้นฟูผิวชั้นลึก เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ยกกระชับผิว และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
- Nucleofill Medium
Nucleofill Medium เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มดูแลผิวและต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม รวมถึงผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ดูโทรม เริ่มมีริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ และผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ในเรื่องของงานผิว เน้นเพิ่มความชุ่มชื้น และเพิ่มความฉ่ำวาวให้ผิว
- Nucleofill Soft Plus
Nucleofill Soft Plus เหมาะสำหรับการฉีดบริเวณใต้ตาและรอบดวงตาโดยเฉพาะ รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาผิวใต้ตาแห้ง มีริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ รอบดวงตา ใต้ตาคล้ำ และดูโทรมง่าย ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ในเรื่องของงานผิวบริเวณใต้ตา เน้นเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับใต้ตาให้กระจ่างใส และลดเลือนริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ
- Nucleofill Medium Plus
Nucleofill Medium Plus เหมาะสำหรับดูแลหนังศีรษะ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วง หนังศีรษะอ่อนแอ และผู้ที่ต้องการฟื้นฟูหนังศีรษะหลังปลูกผม ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ในเรื่องของการเสริมความแข็งแรงให้รากผมและหนังศีรษะ

ข้อควรรู้ก่อนฉีด Nucleofill
ข้อควรรู้ก่อนฉีด Nucleofill
- ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนฉีด เพื่อวิเคราะห์สภาพผิว วางแผนการรักษา และพูดคุยเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ต้องการ
- ควรแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด ทั้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ ประวัติการทำหัตถการ รวมถึงยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานอยู่
- งดการรับประทานยา วิตามิน หรืออาหารเสริมบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ก่อนฉีด เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคือง
- งดการสครับผิว ขัดผิว หรือกำจัดขนในบริเวณที่ฉีด เนื่องจากอาจทำให้ผิวระคายเคืองหรืออ่อนแอมากขึ้นได้
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือกลุ่ม Retinol เพื่อลดโอกาสเกิดอาการแสบ แดง หรือผิวไวต่อการระคายเคือง
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการฟื้นฟูผิวด้วย Nucleofill
ขั้นตอนการฉีด Nucleofill
- ปรึกษาแพทย์และวิเคราะห์สภาพผิว
ก่อนเริ่มฉีด Nucleofill แพทย์จะตรวจประเมินสภาพผิว ปัญหาผิว รวมถึงสอบถามผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาและเลือกเทคนิคการฉีดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- ทำความสะอาดผิวก่อนฉีด
ผู้ช่วยแพทย์จะทำความสะอาดผิวในบริเวณที่ฉีดอย่างละเอียด เพื่อขจัดคราบเครื่องสำอาง ความมัน และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากผิว ช่วยลดโอกาสเกิดการระคายเคืองและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการฉีด
- ทายาชาเฉพาะจุด
ในบางกรณีสำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องความเจ็บ อาจมีการทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะจุดให้ เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายและสบายผิวมากขึ้น
- แพทย์เริ่มฉีด Nucleofill
แพทย์จะทำการฉีด Nucleofill ด้วยเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการรักษา เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดีและสามารถฟื้นฟูผิวได้อย่างทั่วถึง
- แนะนำข้อควรปฏิบัติหลังฉีด
หลังฉีดเสร็จ แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดการบวมช้ำ ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี และส่งเสริมผลลัพธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด Nucleofill
- งดใช้เครื่องสำอางหรือแต่งหน้าในช่วง 12 – 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการจับ กด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนต่อผิว
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด รวมถึงสัมผัสกับความร้อนโดยตรง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อนมากผิดปกติ
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพื่อลดโอกาสเกิดการอักเสบและการระคายเคืองผิว
- งดการสครับผิว ขัดผิว หรือกำจัดขนในบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือกลุ่ม Retinol เพื่อลดโอกาสเกิดอาการแสบ แดง หรือผิวไวต่อการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหักโหมหรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง
- ควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
- ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างผิวระดับลึก ที่มีส่วนประกอบของ Polynucleotide (PN) สกัดจากปลาแซลมอน ซึ่งถูกพัฒนามาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ยกกระชับผิว และเสริมเกราะป้องกันผิว พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ส่งผลให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น กระชับ ชุ่มชื้น กระจ่างใส และดูสุขภาพดีจากภายใน ดังนั้น สำหรับใครที่สนใจฉีด Nucleofill สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ได้ที่ รมย์รวินท์คลินิก เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้สวยงามอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด