ฝ้า
กระแดด

กระแดดบนใบหน้าเกิดจากอะไร ? ไขข้อสงสัย พร้อมทำความรู้จักกระทุกชนิด

“กระแดด” เป็นปัญหาจุดด่างดำที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องเผชิญแสงแดดเป็นประจำ แม้ตอนแรกจะดูเหมือนแค่จุดเล็กๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป กระแดดสามารถเข้มขึ้น ขยายวงกว้าง และทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอจนเห็นได้ชัดได้ แม้กระแดดจะไม่อันตราย แต่ก็ส่งผลต่อความมั่นใจและมักรักษายากขึ้นหากปล่อยทิ้งไว้นาน การเข้าใจสาเหตุ กลไกการเกิด และปัจจัยกระตุ้น จะช่วยให้เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหากระแดดที่เกิดได้

 

กระมีกี่ชนิด ? วิธีสังเกตและความแตกต่าง

กระ (Freckles) ที่ปรากฎบนใบหน้ามีหลายประเภท ซึ่งกระแต่ละชนิดมีลักษณะ การเกิด และการตอบสนองต่อแสงแดดที่แตกต่างกัน การรู้ถึงชนิดของกระจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ และเห็นผลลัพธ์ตรงกับปัญหาผิวได้มากยิ่งขึ้น โดยกระสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทดังต่อไปนี้

กระตื้น (Ephelides) 

กระตื้นเป็นกระที่พบได้บ่อยที่สุด โดยกระตื้นที่เกิดในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ซึ่งเป็นผิวชั้นบนสุด ทำให้สามารถเห็นได้ง่ายและไม่ได้ลึก การเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีจึงตอบสนองต่อแสงแดดได้รวดเร็วมาก

ลักษณะเด่นของกระตื้นที่สังเกตได้

  • จุดเล็กมาก ๆ ขนาดประมาณ 1-3 มม.
  • มีสีน้ำตาลอ่อนจนไปถึงสีน้ำตาลกลาง
  • มีลักษณะแบนเรียบ ไม่นูน
  • กระจายตัวเป็นกลุ่ม
  • มีสีเข้มขึ้นได้ง่ายเมื่อเจอแดด

 

กระแดด (Solar Lentigines) 

กระแดดเป็นกระที่เกิดจากการสะสมเม็ดสีในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) มีการสะสมของเม็ดสีที่หนาแน่น มีการเสื่อมของผิวร่วมด้วย ทำให้เม็ดสีฝังแน่นมากขึ้น ส่งผลให้กระแดดจะมีสีคงชัด แม้หลบแดดแล้วก็จะไม่มีสีจางลง เนื่องจากเม็ดสีจะมีการสะสมคงตัวและอยู่ลึกมากกว่า

ลักษณะเด่นของกระแดดที่สังเกตได้

  • กระแดดจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งมีขนาดประมาณ 0.3-2 ซม.
  • มีสีน้ำตาลเข้มจนไปถึงสีดำ
  • มีขอบคมชัด ดูเป็นปื้นที่มีรูปร่างชัดเจน
  • มักพบในบริเวณที่โดนแดดเรื้อรัง 
  • สีไม่ค่อยเปลี่ยนแม้ต้องเจอกับแสงแดด

 

กระลึก (Nevus of Hori) 

กระลึกเป็นกระที่มีการสะสมในชั้นหนังแท้ (Dermis) ระดับเดียวกับการเกิดฝ้าลึก แต่แตกต่างกันในด้านโครงสร้างและการกระจายตัวของเม็ดสี ตอบสนองต่อการรักษายากกว่ากระตื้นและกระแดด

ลักษณะเด่นของกระลึกที่สังเกตได้

  • กระลึกจะมีสีออกน้ำตาลเข้มอมเทา , เทาเข้ม หรือ เทาน้ำเงิน คล้ายฝ้าลึก
  • กระลึกมักมีขอบไม่คมชัดเหมือนกระแดด 
  • มักมีรูปแบบกระจายเป็นปื้น
  • ไม่จางลงแม้จะเลี่ยงแสงแดด

 

กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis) 

กระเนื้อ เป็นกระที่ไม่เกี่ยวข้องกับเม็ดสีเมลานิน และไม่ได้เกิดจากแสงแดดโดยตรงเหมือนฝ้าประเภทอื่น ๆ แต่กระเนื้อเป็นภาวะที่ผิวหนาตัวจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิวชั้นบน ทำให้ลักษณะผิวดูนูนและหยาบขึ้น

ลักษณะเด่นของกระเนื้อที่สังเกตได้

  • กระเนื้อมีลักษณะเป็นตุ่มหรือปื้นนูนหนา ไม่แบนเหมือนกระตื้นหรือกระแดด
  • มีผิวสัมผัส สาก ขรุขระ หรือคล้ายคราบแห้งติดผิว
  • สีค่อนข้างเข้มแต่ไม่เทาเหมือนกระลึก
  • ไม่จางลง ไม่เปลี่ยนตามแสงแดด

กระแต่ละชนิดมีความต่างที่เห็นได้ชัด เนื่องจากเกิดจากความผิดปกติของผิวหนังในระดับต่างกัน การสังเกตและแยกกระแต่ละชนิดที่ตัวเองเป็นให้ได้ จะช่วยให้สามารถเลือกวิธีการรักษากระที่เหมาะกับปัญหาผิวที่เป็นได้อย่างแม่นยำ

 

กระแดดคืออะไร ? 

กระแดด (Solar Lentigines) คือ จุดเม็ดสีน้ำตาลขนาดเล็กที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง ซึ่งไม่ได้เกิดจากเม็ดสีสะสมแบบเป็นก้อน แต่เกิดจากการกระจายตัวของเม็ดสีที่มากกว่าปกติในผิวชั้นบน ทำให้เห็นเป็นจุดเล็ก ๆ กระจาย และจะเข้มขึ้นชัดเจนในช่วงที่ผิวได้รับแดดมาก แม้ไม่ได้เป็นภาวะที่อันตรายแต่ก็สร้างความกังวลใจให้กับหลายคนไม่น้อย

 

กระแดดบนใบหน้าเกิดจากอะไร ?

กระแดดบนใบหน้าเกิดจากอะไร ?

 

กระแดดบนใบหน้าเกิดจากอะไร ? 

กระแดด (Solar Lentigines) เกิดจากการสะสมของรังสี UV เป็นเวลานาน  จนทำให้ผิวเกิดความเปลี่ยนแปลงดับเซลล์ ซึ่งกระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแต่เป็นการสะสมแบบเรื้อรังที่ค่อย ๆ ทำให้เมลาโนไซต์ทำงานมากเกินความจำเป็น จนทำให้เกิดจุดสีน้ำตาลเข้มหรือดำขึ้นบนผิวหน้า หรือที่เราเรียกกันว่า “กระแดด” ซึ่งมักเห็นสีชัดและเข้มขึ้นในบริเวณที่โดนแดดซ้ำ ๆ  

 

ทำไมหลายคนถึงมีปัญหากระแดดบนใบหน้า

ทำไมหลายคนถึงมีปัญหากระแดดบนใบหน้า

 

ทำไมหลายคนถึงมีปัญหากระแดดบนใบหน้า

กระแดด (Solar Lentigines) เกิดจากการที่ผิวสัมผัสกับรังสี UV เป็นเวลานาน ร่วมกับการเสื่อมสภาพของผิวตามวัย ซึ่งส่งผลให้เมลาโนไซต์ทำงานผิดปกติจึงตอบสนองต่อรังสี UV ไวขึ้นและสร้างเม็ดสีมากกว่าความจำเป็น ซึ่งกระแดดไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีแต่เกิดจากการค่อย ๆ สะสมมาเรื่อย ๆ โดยสาเหตุที่ทำให้คนมักเป็นกระแดด มีดังนี้

  • ใบหน้าโดนแดดทุกวันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เมลาโนไซต์ถูกกระตุ้นซ้ำ ๆ จนสร้างเม็ดสีมากเกินความจำเป็นและสะสมเป็นจุดเข้มคงที่และลึก
  • การใช้ครีมกันแดดไม่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกระแดดได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากหลายคนทาครีมกันแดดในปริมาณน้อยเกินไป ทำให้ผิวยังได้รับการทำร้ายจากรังสี UV อย่างต่อเนื่อง
  • อายุที่มากขึ้น จะทำให้เม็ดสีสะสมง่ายขึ้นจากการที่ระบบผลัดเซลล์ผิวและการกำจัดเม็ดสีจะทำงานช้าลงส่งผลให้กระแดดชัดขึ้น
  • การเสื่อมของโครงสร้างผิวจากแสงแดดสะสม (Photoaging) เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เม็ดสีถูกจับตัวแน่นขึ้นในชั้นผิว และลงลึกกว่าจุดด่างดำทั่วไป ทำให้กระแดดมักกลายเป็นปัญหาที่อยู่ยาวและต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง
  • ผิวขาว ผิวบาง หรือผิวไวแดดง่าย มักมีเมลาโนไซต์ที่ตอบสนองต่อรังสี UV ได้รุนแรงและเร็วกว่า เนื่องจากผิวประเภทนี้มีเม็ดสีเมลานินตามธรรมชาติน้อยกว่า จึงไม่มีเกราะป้องกันแสงแดดเท่าผิวเข้ม
  • ไลฟ์สไตล์ที่ต้องโดนแดดเป็นประจำ จะทำให้เมลาโนไซต์ถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดกระแดดชัดเจนและเข้มขึ้นได้ 

หลายคนมีปัญหากระแดดบนใบหน้า เพราะผิวได้รับ รังสี UV สะสม อายุที่มากขึ้น การป้องกันแดดที่ไม่เพียงพอ จนทำให้เม็ดสีผลิตมากเกินไปและสะสมอยู่ลึกในผิว ส่งผลให้เกิดกระแดดที่ชัดเจนและมีสีเข้มขึ้นได้

 

ลักษณะของกระแดด

กระแดด (Solar Lentigines) มักปรากฎเป็นจุดสีน้ำตาลขนาดเล็ก ๆ แต่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างเฉพาะตัวที่ทำให้สามารถแยกออกฝ้า หรือจุดด่างดำประเภทอื่น ๆ ได้ โดยลักษณะของกระแดดสามารถสังเกตได้ ดังนี้

  • มีขนาดเล็กตั้งแต่ 3 มิลลิเมตร จนไปถึง 1 เซนติเมตร
  • มักเป็นจุดกลมหรือรี เป็นปื้นใหญ่ 
  • สีน้ำตาลเข้ม ไปจนถึงน้ำตาลดำ ขึ้นกับปริมาณเมลานินที่สะสม
  • มีรูปร่างค่อนข้างคมชัด ขอบชัด
  • สีเข้ม จางตามการได้รับแสงแดด
  • ผิวเรียบ ไม่มีรอยนูนหรืออาการผิดปกติ
  • ไม่ขรุขระ ไม่เจ็บ ไม่คัน และไม่อักเสบ 
  • เกิดทีละไม่กี่จุด แต่สีเข้มชัด

กระแดดคือจุดเม็ดสีที่เกิดจากแสงแดดสะสมเป็นเวลานาน มีลักษณะขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สีเข้ม ขอบชัด ผิวเรียบ และไม่หายไปเอง

 

กระแดดขึ้นบริเวณใดได้บ้าง ?

กระแดด (Solar Lentigines) สามารถเกิดได้ในทุกบริเวณ โดยเฉพาะบริเวณของผิวที่โดนแสงแดด และรังสี UV เป็นประจำ เนื่องจากเป็นบริเวณที่ได้รับการกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น โดยบริเวณที่พบกระแดดได้บ่อย มีดังต่อไปนี้

บริเวณที่พบกระแดดได้บ่อย

  • บริเวณใบหน้า (Face) เป็นบริเวณที่พบได้บ่อยมากที่สุด เนื่องจากเป็นบริเวณที่ได้สัมผัสกับแสงแดดและรังสี UV มาก โดยตำแหน่งที่นิยมเกิด ได้แก่ โหนกแก้ม สันจมูก จมูก หน้าแก้ม หน้าผาก และขมับ
  • บริเวณไหล่และหลังส่วนบน (Shoulders / Upper back) เป็นบริเวณที่ในบางครั้งได้รับแสงแดดและรังสี UV จัด ๆ เมื่อใส่เสื้อเปิดไหล่หรือใส่ชุดว่ายน้ำ จึงมักพบได้บ่อยในผู้ที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ว่ายน้ำ ปิกนิก หรือทำสวน
  • บริเวณแขนและต้นแขน (Arms / Forearms) เป็นบริเวณที่ได้รับการสัมผัสแสงแดดและรังสี UV อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน ทำให้เมลาโนไซต์ในบริเวณนี้ถูกกระตุ้นซ้ำ ๆ จนเกิดการสะสมเม็ดสีแบบกระจายตัว
  • บริเวณหน้าอกส่วนบน (Upper chest) เป็นบริเวณที่มีความบางตามธรรมชาติและมีเมลาโนไซต์ที่ตอบสนองต่อแสงไว จึงจะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีมากขึ้นจนเกิดกระแดดเด่นชัด 
  • บริเวณมือและหลังมือ (Hands / Dorsal hands) เป็นบริเวณที่ถูกแสงแดดบ่อยที่สุดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งผิวบริเวณนี้ยังมีชั้นไขมันน้อยและเสียน้ำง่าย ทำให้เกิดความเสื่อมตามวัยเร็วขึ้น เมื่อรวมกับการได้รับ UV ซ้ำ ๆ จึงทำให้เกิดกระแดดและจุดเม็ดสีเข้มได้
  • บริเวณหลังคอหรือไหล่หลัง (Nape / Upper back) เป็นบริเวณที่โดนแดดโดยตรงเป็นเวลานาน และเป็นบริเวณที่ไม่ได้รับการปกป้องด้วยเสื้อผ้าหรือครีมกันแดด ทำให้รังสี UV กระตุ้นเมลาโนไซต์อย่างต่อเนื่องจนเกิดกระแดดได้ง่าย

กระแดดสามารถเกิดได้ทุกบริเวณที่ได้รับแสงแดด โดยตำแหน่งที่พบบ่อยจะสัมพันธ์กับพฤติกรรมและการป้องกันของแต่ละบุคคล 

 

กระแดดแตกต่างจากกระประเภทอื่นอย่างไร ?

กระแดดแตกต่างจากกระประเภทอื่นอย่างไร ?

 

กระแดดแตกต่างจากกระประเภทอื่นอย่างไร ?

กระแดด (Solar Lentigines) แตกต่างจากกระประเภทอื่นที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่ชัดเจนในหลายด้าน โดยมีความแตกต่างกัน ดังนี้

  • ลักษณะจุดและขนาด กระแดดเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลเข้มถึงดำ ซึ่งมีขนาดใหญ่กระแท้และมีขอบเขตชัดเจน 
  • ความเข้มของสี สีของกระแดดเข้มและติดทน ไม่จางลงแม้หลีกเลี่ยงแดด ส่วนกระประเภทอื่นมีสีอ่อนถึงเข้มและสามารถจางได้เมื่อเลี่ยงแดด
  • ความลึกของเม็ดสี กระแดดเกิดจากเม็ดสีสะสมในชั้นผิวลึก ทำให้ติดทนยาวนาน ในขณะที่กระประเภทอื่นอยู่ชั้นหนังกำพร้าและสามารถจางลงได้
  • วัยและการเกิด กระแดดมักพบในผู้ใหญ่จากการที่ผิวสะสมแดดเป็นเวลานาน ในขณะที่กระแท้เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม อายุ 
  • ตำแหน่งที่พบ กระแดดมักเกิดในบริเวณโดนแดดสะสม ในขณะที่กระประเภทอื่นสามารถเกิดได้โดยไม่เกี่ยวกับแสงแดดโดยตรงได้
  • ความสัมพันธ์กับแสงแดด กระแดดเกิดจากแสงแดดสะสมและไม่จางง่าย ในขณะที่กระประเภทอื่นจะเข้มขึ้นเมื่อโดนแดดและจางได้เมื่อเลี่ยง
  • พื้นผิวและการสัมผัส กระแดดมีผิวเรียบ ส่วนกระประเภทอื่น เช่น กระเนื้อเป็นตุ่มนูน สาก สามารถสัมผัสได้ง่าย
  • สาเหตุการเกิด กระแดดเกิดจากการสะสมของรังสี UV และอายุ ส่วนกระประเภทอื่นอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง

การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ ช่วยให้สามารถสังเกตและจำแนกกระแต่ละชนิดได้อย่างชัดเจนและสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมะสมได้

 

กระแดดกับฝ้าต่างกันอย่างไร ?  

กระแดด (Solar Lentigines) และฝ้าเป็นรอยสีน้ำตาลที่ดูคล้ายกัน แต่มีสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกันชัดเจน โดยกระแดดเกิดจากแดดสะสม ทำให้เกิดจุดหรือปื้นเข้มขอบคม สามารถรักษาด้วยเลเซอร์ก็จะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ  ส่วนฝ้าเกิดจากเมลาโนไซต์ไวต่อแสง ฮอร์โมน และความร้อน ทำให้เป็นปื้นสีน้ำตาลขอบไม่คม ซึ่งเม็ดสีอาจลึกจึงรักษายาก ต้องดูแลอย่างต่อเนื่องและป้องกันแดดอย่างเคร่งครัดเผื่อไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ

 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กระแดดเข้มหรือชัดขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กระแดดเข้มหรือชัดขึ้น

 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กระแดดเข้มหรือชัดขึ้น 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กระแดด (Solar Lentigines) ที่เข้มขึ้นหรือชัดขึ้นมักเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยทั้งแสงแดด ความร้อน และการเสื่อมของผิว ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เมลาโนไซต์ทำงานมากกว่าปกติ โดยปัจจัยที่เป็นตัวการเร่งให้กระแดดเห็นชัดและเข้มมากขึ้น มีดังนี้

  • แสงแดด (UV) การโดนแดดสะสมเป็นเวลานาน  
  • ผิวที่เคยไหม้แดดรุนแรง สาเหตุหลักที่ทำให้กระแดดเข้มขึ้นทันที ส่งผลให้กระดูเป็นปื้นและเข้ม เด่นชัดขึ้น
  • การถูกแดดเผา (Sunburn) ส่งผลให้กระแดดเข้มขึ้นและมีโอกาสขยายตัวกว้างขึ้น จากการที่เมลาโนไซต์เสียสมดุล
  • อายุที่มากขึ้น (Photoaging) กระบวนการทำงานของเซลล์ผิวเสื่อมลง ทำให้เมลาโนไซต์ไวต่อแสงมากขึ้น ส่งผลให้กระแดดเพิ่มจำนวนและเข้มขึ้นง่าย
  • ความร้อน จากสิ่งที่เจอรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊ส เตารีด ซาวน่า หรือการอบตัว ก็สามารถกระตุ้นให้เมลาโนไซต์ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้กระแดดเข้มขึ้นได้
  • มลภาวะและอนุมูลอิสระ (Oxidative Stress) ทำให้ผิวเกิดการอักเสบระดับเซลล์ ส่งผลให้กระแดดดูเข้มขึ้น
  • นอนน้อยหรือความเครียดสูง ทำให้เกิดการเพิ่มการผลิตเมลานินและเร่งให้กระแดดเข้มขึ้นได้
  • ใช้สกินแคร์ผลัดเซลล์มากเกินไป อาจทำให้ผิวบางลง จนไวต่อแสงและทำให้กระแดดเข้มขึ้นได้
  • ไม่ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอหรือทาน้อยเกินไป อาจทำให้ผิวไม่ได้รับการปกป้องจากแดดและรังสี UV มากเพียงพอ ส่งผลให้ผิวยังถูกทำร้ายจากรังสี UV อยู่ ฝ้าแดดจึงสามารถเข้มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

 

กระแดดรักษาได้ไหม ? รวมวิธีรักษากระแดด

กระแดดรักษาได้ไหม ? รวมวิธีรักษากระแดด

 

กระแดดรักษาได้ไหม ? รวมวิธีรักษากระแดด

กระแดด (Solar Lentigines) สามารถรักษาได้ด้วยกระบวนวิธีทางการแพทย์ที่หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความรุนแรงที่เป็น และงบประมาณในการรักษา โดยวิธีรักษาฝ้าแดดที่ได้รับความนิยม มีดังนี้

  • เลเซอร์รักษากระแดด

เลเซอร์รักษากระแดดเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากกระแดดเกิดจากเม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่ในชั้นผิวหนังจากการโดนแสงแดดมาเป็นเวลานาน ทำให้การใช้เลเซอร์ช่วยทำลายเม็ดสีเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำลายผิวรอบ ๆ

ประเภทกันแดดที่ได้รับความนิยมในการรักษาแดด

ข้อดีของการใช้เลเซอร์รักษากระแดด

  • ลดกระแดดได้แม่นยำ
  • เห็นผลลัพธ์ในการรักษากระแดดได้ในระยะเวลาไม่นาน
  • ช่วยปรับสีผิวไม่เรียบเนียนและสม่ำเสมอได้
  • ลดโอกาสเกิดกระซ้ำบริเวณเดิม หากดูแลผิวและป้องกันแดดอย่างเหมาะสม

ข้อควรระวังในการใช้เลเซอร์รักษากระแดด

  • หลังทำควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่ควรแกะสะเก็ดหรือขัดผิวแรง ๆ
  • อาจเกิดรอยดำหรือรอยแดงชั่วคราวได้หลังทำ

เลเซอร์รักษากระแดดเป็นวิธีที่รักษากระแดดที่แม่นยำและเห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาไม่นาน เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์การลดกระแดดที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องดูแลผิวหลังทำอย่างดีและอาจต้องทำซ้ำหลายครั้งขึ้นอยู่กับความเข้มและขนาดของกระแดด

 

  • การใช้เวชสำอางในการลดเม็ดสี

การรักษากระแดดช่วยให้กระแดดจางลงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป และช่วยลดโอกาสการเกิดกระใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ควรใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายและให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

ข้อดีของการใช้เวชสำอางในการลดเม็ดสี

  • ช่วยลดความเข้มของกระและจุดด่างดำอย่างค่อยเป็นค่อยไป 
  • ลดโอกาสเกิดกระแดดซ้ำได้ 
  • ใช้ง่ายและสามารถใช้ร่วมกับการดูแลผิวประจำวันได้ 
  • เห็นผลชัดเมื่อใช้ต่อเนื่องตามคำแนะนำแพทย์

ข้อควรระวังในการใช้เวชสำอางในการลดเม็ดสี

  • ต้องใช้ต่อเนื่องตามคำแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง 
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะกับสภาพผิว ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • ควรทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ 
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับสารที่ทำให้ผิวระคายเคืองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

การใช้เวชสำอางเพื่อลดเม็ดสีเป็นวิธีที่ไม่เป็นอันตรายและมีประสิทธิภาพหากใช้อย่างต่อเนื่องภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ นอกจากช่วยให้กระแดดจางลงแล้ว ยังช่วยปรับสีผิวให้เรียบเนียน ลดโอกาสการเกิดกระซ้ำได้อีกด้วย

 

  • การป้องกันแดดอย่างเคร่งครัด

การป้องกันแดดอย่างเคร่งครัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดกระแดดให้จางลง ช่วยรักษาผิวให้สม่ำเสมอ และป้องกันไม่ให้เม็ดสีเมลานินสะสมมากขึ้น

ข้อดีของการป้องกันการเกิดใหม่

  • ลดโอกาสเกิดกระแดดและจุดด่างดำซ้ำ  
  • ปกป้องผิวจากความเสื่อมสภาพและริ้วรอยก่อนวัย 
  • ช่วยให้การรักษากระด้วยเลเซอร์ และการใช้เวชสำอางได้ผลดีขึ้น
  • ช่วยป้องกันไม่ให้เม็ดสีเมลานินสะสมมากขึ้น

ข้อควรระวังในการป้องกันแดดอย่างเคร่งครัด

  • ทาครีมกันแดดทุกวันแม้ในวันที่อยู่ในร่ม  
  • เลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิวและมีค่า SPF/PA สูงเพียงพอ  
  • ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมงเมื่อเจอแดดจัด 
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคืองร่วมกับครีมกันแดด

การปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนทำการรักษาจะช่วยประเมินวิธีการรักษาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อผิวรอบ ๆ และเพิ่มโอกาสเห็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นอันตราย และลดโอกาสกลับเป็นกระแดดซ้ำได้

 

การดูแลผิวร่วมด้วยระหว่างการรักษากระแดด

การดูแลผิวในระหว่างการรักษากระแดด (Solar Lentigines) เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการดูแลผิวอย่างถูกวิธีในระหว่างการรักษากระแดดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษากระแดด ลดโอกาสที่กระแดดจะเข้มขึ้น โดยการดูแลผิวระหว่างรักษากระแดดสามารถทำได้ด้วยวิธี ดังนี้

  • กันแดดเป็นประจำทุกวัน โดยใช้กันแดดที่มี SPF 50+ PA+++ และ สวมหมวก แว่นกันแดด และเสื้อแขนยาวเพื่อลดการสัมผัสแดดโดยตรงเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งที่มีแสงแดดจัด
  • ใช้ครีมบำรุงที่ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว เพื่อให้ผิวแข็งแรง ไม่ไวต่อแสง ลดโอกาสกระแดดเข้มขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการทำให้ผิวระคายเคือง เพราะการระคายเคืองจะทำให้กระเข้มขึ้นระหว่างการรักษากระแดดได้
  • รักษาสุขภาพผิวโดยรวม เพราะร่างกายที่แข็งแรงช่วยผิวฟื้นตัวและลดการกระตุ้นเม็ดสีในร่างกายได้
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์หลังทำการรักษากระแดด เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ ลดโอกาสกระกลับมาเข้ม และป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

การดูแลผิวอย่างถูกวิธีด้วยวิธีต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้กระแดดจางเร็วขึ้น ลดโอกาสกลับเข้มซ้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษากระแดดได้

 

เข้าใจ “กระแดด” ให้ถูกต้อง เลือกวิธีรักษาอย่างไม่เป็นอันตราย

กระแดด หรือ Solar Lentigines เป็นจุดสีน้ำตาลเข้มที่มักเกิดบริเวณผิวที่โดนแดดสะสมเป็นเวลานาน โดยกระแดดเกิดจากการที่แสงแดดกระตุ้นเมลาโนไซต์ให้ผลิตเมลานินมากเกินไป ทำให้ผิวเกิดรอยสีเข้ม ซึ่งกระแดดมักมีขอบชัดเจนและแตกต่างจากฝ้าที่มีขอบฟุ้ง 

แม้กระแดดจะเกิดจากแสงแดดสะสม แต่สามารถรักษาให้จางลงได้ด้วยวิธีที่เหมาะสม ทั้งการทำเลเซอร์ การใช้เวชสำอางในการลดเม็ดสี และการป้องกันแดดอย่างเคร่งครัดร่วมด้วยที่จะช่วยลดเม็ดสีผิดปกติ พร้อมกระตุ้นการฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนและสม่ำเสมอ โดยการป้องกันกระแดดอย่างเคร่งครัด การดูแลผิวให้แข็งแรง และรักษาสุขภาพโดยรวม จะช่วยลดโอกาสกระเข้มใหม่ ทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

[elementor-template id="15452"]