romrawin 39 scaled

Melasma รู้ลึกเรื่องฝ้า รักษาได้จริง

____ฝ้า (Meslasma) ปื้นสีน้ำตาลเข้มๆ ดำๆ ที่ขึ้นบนใบหน้านั้นเป็นปัญหาผิวยอดฮิตที่ส่วนมากจะพบในผู้หญิง แม้จะไม่ใช่โรคที่มีอันตราย แต่ก็ทำให้ผู้หญิงอย่างเราๆเสียความมั่นใจได้อยู่พอสมควร หลายคนจึงพยายามหาวิธีรักษา ทาครีมที่เห็นตามโฆษณาชวนเชื่อ หรือซื้อยามาทาเอง ซึ่งถ้าหากตรวจสอบไม่ดีพอก็ค่อนข้างมีความเสี่ยงที่จะเจอสารอันตรายในผลิตภัณฑ์นั้นๆได้ และอาจทำให้ฝ้าที่เป็นอยู่มีแนวโน้มแย่ลงจนรักษาได้ยากมากขึ้นอีกด้วย

____แม้ฝ้าจะรักษาให้หายขาดได้ไม่ง่ายนัก แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก็สามารถช่วยให้ฝ้าจางลงได้มาก และหากปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะลดโอกาสการกลับมาของฝ้าได้ด้วย

หัวข้อ … รู้ลึกเรื่องฝ้า

‘ฝ้า’ คืออะไร ?

romrawin 40

____ฝ้า (Meslasma) คือ ภาวะที่เซลล์ผิวหนังผลิตเม็ดสีผิวหรือเมลานินออกมามากเกินไป จนเห็นเป็นปื้นๆสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำบนโหนกแก้ม ทั่วทั้งแก้ม ดั้งจมูก เหนือริมฝีปาก หรือหน้าผาก ส่วนมากเกิดจากการที่มีแสงแดดมากระตุ้น ถ้าเราปกป้องผิวไม่ดีพอผิวจะรีบผลิตเม็ดสีขึ้นมา เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีจากแสงแดด นอกจากนั้นฝ้ายังอาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่างค่ะ

‘ฝ้า’ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

____ฝ้าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน การรู้สาเหตุว่าปัญหาฝ้าของเรามีสาเหตุมาจากอะไรนั้นสำคัญมาก เพราะจะทำให้สามารถป้องกัน และรักษาได้อย่างตรงจุด ลองมาดูกันค่ะว่า ปัญหาฝ้าของคุณเกิดจากสาเหตุใด?

สาเหตุทางตรง

  • รังสี UV จากแสงแดด
    แดดบ้านเราแรงมากค่ะ พิสูจน์ได้จากค่า UV Index ที่สูงกว่าหลายๆประเทศในโลก ทำให้สาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดฝ้าของสาวไทยคือแสงแดด เมื่อถูกกระตุ้นโดยรังสี UV-A และ UV-B เซลล์ผิวหนังจะสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นมาเพิ่มขึ้นจนเกิดเป็นฝ้าแดด ดังนั้นการปกป้องผิวให้ดีด้วยครีมกันแดด หมวก ร่ม หรือหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงที่แดดแรงๆให้ได้มากที่สุด ก็จะสามารถลดโอกาสการเกิดฝ้าได้มาก ไม่เพียงแต่แสงแดดเท่านั้น แสงจำพวก Visible Light ทั้งแสงไฟ แสงจากจอคอมพิวเตอร์ แสงจากโทรศัพท์มือถือ แม้แต่ความร้อนที่เกิดจากการทำอาหาร ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน
  • ฮอร์โมนในร่างกาย
    จากการศึกษาพบว่าระดับฮอร์โมนเพศหญิง นั่นก็คือฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีผลในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานิน มากขึ้น นั่นทำให้ผู้หญิงที่อยู่ในภาวะ หรือช่วงที่ฮอร์โมนเพศหญิงสูงจะมีแนวโน้มการเกิดฝ้ามากขึ้นด้วย เช่น ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้หญิงวัยกำลังจะหมดประจำเดือน ผู้หญิงในช่วงที่ได้รับฮอร์โมนทดแทน หรือผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นต้น
  • พันธุกรรม
    หากคุณแม่ พี่ น้อง หรือคนในครอบครัวเป็นฝ้า เราก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นฝ้าได้เหมือนกัน จากการศึกษาพบว่า การเกิดฝ้านั้นมีความสัมพันธ์กับพันธุกรรมได้ถึงเกือบ 50% เลยทีเดียว ฝ้าที่เกิดจากสาเหตุนี้มักเชื่อมโยงกับยีนที่ควบคุมการเกิดฝ้า ซึ่งมักจะรักษาให้หายขาดได้ยาก แต่สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรักษาให้จางลง และลดอัตราการเกิดฝ้าใหม่ได้

สาเหตุทางอ้อม และปัจจัยที่สนับสนุนให้ฝ้าเข้มขึ้น

  • การใช้เครื่องสำอางบางชนิด
    การไปซื้อครีมที่มีส่วนผสมของสารอันตรายมาใช้ ส่วนใหญ่เป็นครีมลดฝ้า ครีมหน้าขาว ที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา จะมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) หรือสารปรอท ซึ่งจะทำให้ผิวบางลง ระคายเคืองง่าย ไวต่อแสงมากขึ้น ทำให้ฝ้าฝังตัวลึก และรักษายากมากขึ้นด้วย
  • การใช้ยาบางชนิด
    การใช้ยาบางชนิดที่ทำให้ผิวไวต่อแสง เช่น ยากันชัก ยาปฏิชีวนะบางชนิด กลุ่มยาแก้อักเสบ NSAIDs ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น
  • ผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism)
    ในผู้ป่วยที่เป็นโรคภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์ หรือภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเพิ่มจำนวนขึ้นของเม็ดสีเมลานิน หรือการเป็นฝ้า อย่างมีนัยสำคัญ
  • ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ
    เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดความเครียดขึ้น ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ส่งผลให้เซลล์ผิวมีการผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้น

‘ฝ้า’ มีกี่ประเภท ?

____เราสามารถแบ่งลักษณะของฝ้าได้เป็น 2 ประเภท แต่ในบางเคสอาจเป็นฝ้าทั้ง 2 แบบผสมกันก็ได้ค่ะ

  • ฝ้าแบบตื้น
    เป็นฝ้าที่อยู่บนชั้นหนังกำพร้า ซึ่งจะมีขอบเขตชัด เป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือสีน้ำตาลอ่อน เกิดง่าย และสามารถรักษาให้จางลงได้ง่ายกว่า
  • ฝ้าแบบลึก
    เป็นฝ้าที่อยู่ลึกใต้ชั้นผิวหนัง หรือมีความผิดปรกติในชั้นหนังแท้เนื่องจากอยู่ลึก จึงทำให้ดูสีอ่อนกว่า อาจจะดูเป็นสีออกน้ำเงินๆ หรือม่วงๆ และมองเห็นขอบเขตไม่ค่อยชัดเจน ฝ้าชนิดนี้จะรักษาได้ยากกว่าฝ้าชนิดตื้น

ป้องกันการเกิดฝ้าได้อย่างไร ?

____แม้ฝ้าที่มีสาเหตุการเกิดมาจากปัจจัยภายใน อาทิ มาจากพันธุกรรม หรือฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ก็สามารถป้องกันโดยหลีกเลี่ยงสาเหตุการเกิดฝ้าจากปัจจัยภายนอกทั้งหลายได้ค่ะ

  • หลีกเลี่ยงแดดจัด
    เพราะแดดคือสาเหตุหลักของการเกิดฝ้า จึงควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยเฉพาะในช่วง 10.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีค่า UV Index หรือมีค่าความเข้มของรังสี UV สูงที่สุด นอกจากจะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้นจนเกิดฝ้าแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดผิวไหม้ และมะเร็งผิวหนังได้
  • ทาครีมกันแดดทุกวัน
    แม้จะเป็นวันที่ไม่ได้ออกนอกบ้าน หรือไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็ต้องทาครีมกันแดดทุกวันเพราะนอกจากแสงแดดจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้าแล้ว แสงไฟในบ้าน ทั้งไฟนีออน ไฟ LED แสงสีฟ้าจากจอโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน นอกจากนั้นแล้วควรเลือกครีมกันแดดให้ถูกต้อง และใช้อย่างถูกวิธีด้วย ควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF30+ ถึง SPF50+ และ PA+++ ขึ้นไป ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากหรือน้อยเกินไป ทาอย่างน้อย 30 นาทีก่อนออกแดด และควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงหากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
  • พกอุปกรณ์ป้องกันผิวจากแสงแดด
    เมื่อจำเป็นต้องออกแดดให้ปกป้องผิวด้วยหมวก ร่ม ที่สามารถกันรังสี UV ได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่ไม่มี อย.
    อย่าหลงเชื่อซื้อครีมลดฝ้า ครีมหน้าขาว ตามโฆษณาชวนเชื่อ เพราะอาจมีสารเคมี หรือส่วนผสมควบคุมที่อันตรายผสมอยู่ ทำให้ผิวบาง ไวต่อแดดมากขึ้น ทำให้เกิดเม็ดสีเพิ่มขึ้น และถ้าหากเกิดอาการแพ้ขึ้นมาร่วมด้วยก็จะยิ่งมีความซับซ้อน และรักษายากขึ้นไปอีกค่ะ

รักษาฝ้าด้วยวิธีใดได้บ้าง ?

____วิธีที่ดีที่สุด คือควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการผลิตเม็ดสีผิวที่เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดฝ้า แต่เมื่อเกิดปัญหาฝ้าขึ้นมาแล้ว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ที่มีความชำนาญในเรื่องการรักษาฝ้าเสียตั้งแต่เพิ่งเริ่มเป็น เพื่อตัดวงจรการเกิดฝ้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งที่ Romrawin Clinic มีโปรแกรมการรักษาฝ้าหลากหลายวิธี ที่แพทย์จะเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และปลอดภัยสูงสุดค่ะ

Untitled 2 01
  • NU PICO
    นวัตกรรมจัดการฝ้า และเม็ดสีผิวหมองคล้ำด้วยนวัตกรรม Picosecond Laser ที่จะช่วยแก้ปัญหาความผิดปกติของเม็ดสีผิว เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงรอยสัก ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน รูขุมขนเล็กละเอียด ทั้งยังช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นหลุมสิวได้ด้วย ซึ่ง นวัตกรรม Picosecond Laser เป็นการรักษาฝ้าที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง โดยไม่ทำให้ผิวเกิดความร้อน ไม่เสี่ยงต่อผิวไหม้
  • Super Smart FEM
    โปรแกรมเลเซอร์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ รอยด่างดำ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการไปช่วยลดปริมาณสาร VEGF ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเม็ดสีผิวส่วนเกิน จึงเป็นการตัดวงจรการสร้างเม็ดสี ทำให้ฝ้าเก่าลดเลือนไป และยังช่วยรับมือกับปัญหาฝ้าที่อาจจะเกิดใหม่ซ้ำซ้อนได้ พร้อมทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงทำให้ผิวจะดูกระชับ เรียบเนียน ริ้วรอยลดลงไปได้ด้วย เมื่อคอลลาเจนฟูเปล่งปลั่งผิวจึงกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • โปรแกรมฉีดยารักษาฝ้า
    เป็นการฉีดตัวยารักษาฝ้าสูตรเฉพาะที่เป็นวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไปในชั้นผิวตื้นๆ หรือที่เรียกว่าฉีดเมโส ซึ่งเป็นการฉีดตัวยาเข้าเฉพาะจุดเพื่อรักษาฝ้าอย่างเฉพาะเจาะจง ตัวยาจึงออกฤทธิ์ในชั้นผิวหนังที่มีปัญหาโดยตรง และไปยับยั้งการผลิตเม็ดสีผิวที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ลดจุดด่างดำ
    เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ คนไข้ควรดูแลตัวเองที่บ้านร่วมด้วย โดยการทาครีมบำรุงเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ ลดจุดด่างดำ พร้อมยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินขึ้นมาใหม่อีกด้วยค่ะ
    • Romrawin Spot Limited แต้มเพื่อลดเลือนจุดด่างดำ
      ครีมแต้มจุดด่างดำเฉพาะจุด ที่มีส่วนผสมของ Pnusyl Complex และ Vitamin B3 ที่จะช่วยยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำให้ดูจางลง ให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
    • Romrawin Intensive Serum เซรั่มช่วยผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ
      เซรั่มเนื้อบางเบาที่สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีส่วนผสมของ Polyhydroxy Acid (PHA) ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้เรียบเนียนขึ้นอย่างอ่อนโยนแบบไม่ระคายเคืองผิว และ Vitamin B3 ที่จะช่วยชะลอการสร้างเม็ดสีเมลานิน ปรับผิวให้ดูสว่างกระจ่างใส ช่วยให้ฝ้า กระ รอยหมองคล้ำดูจางลง และช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดให้กลับมาสดใส
    • Romrawin Absolute Light บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น กระจ่างใส
      ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรเข้มข้นสูตรฟื้นบำรุงให้ผิวกระจ่างใสยิ่งขึ้น บำรุงเข้มข้นแต่เนื้อบางเบา เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว มีส่วนผสมของ Brightening Complex ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีส่วนผสมสำคัญหลายชนิดที่จะช่วยในเรื่องของการชะลอการเกิดเม็ดสีผิวหมองคล้ำ และ Kojic Acid Dipalmitate และ Vitamin B3 ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง อีกทั้งยังช่วยยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ลดปัญหาจุดด่างดำ และรอยหมองคล้ำของผิวอย่างตรงจุด ให้ผิวชุ่มชื้นแข็งแรงขึ้น และสดใสเรียบเนียนสีผิวสม่ำเสมอขึ้นด้วย

____แม้ว่าการรักษาฝ้าให้หายขาดจะเป็นเรื่องยาก แต่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมความงามในปัจจุบันก็สามารถช่วยชะลอการเกิดฝ้า และทำให้ฝ้าดูจางลงได้มาก หากคนไข้ตั้งใจเข้าโปรแกรมรักษาอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงแสงแดด ทายาตามแพทย์สั่ง และทาครีมบำรุงผิวด้วยตัวเองที่บ้านเป็นประจำ ก็สามารถช่วยให้ฝ้าจางลง และลดโอกาสการเกิดฝ้าใหม่ได้เป็นอย่างดีค่ะ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
สามารถปรึกษาเราได้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก

📱 โทร.080-1539000 และ  080-1549000
📮 Line@ : @Romrawinclinic

line

Similar Posts