กระชับสัดส่วน

เช็คลิสต์ 5 สัญญาณ บ่งบอกความร่วงโรยของวัย

หนุ่มสาวทั้งหลายเคยตรวจเช็คตัวเองกันบ้างไหมคะ ว่าตัวเองนั้นเข้าสู่วัย “ร่วงโรย” แล้วหรือยัง? วัยที่เข้าสู่ความร่วงโรยนั่นเริ่มนับกันตั้งแต่อายุ 25 ปีเป็นต้นไป ที่เราเริ่มนับตั้งแต่ 25 ปีหลายคนอาจแย่งว่านั่นเรียกว่าแก่แล้วหรอ ช่วงอายุ 30-40 ปีน่าจะเหมาะกว่านะ

วิธีบำรุงผิวหน้า

ที่เริ่มนับตอนอายุ 25 นั่นเพราะว่าเป็นวัยแห่งกานเริ่มต้นนั่นเองค่ะ ลองสังเกตดูสิคะว่าความจริงแล้วสภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทีละนิด แม้จะเห็นไม่ชัดเจนแต่จะรู้ว่ามันต่างจากเดิม เช่น หลายคนเคยมีความกระฉับกระเฉง มีไฟในตัวเองไม่ว่าจะทำอะไร แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นสิ่งเหล่านั้นก็เริ่มลดน้อยลง และเตือนให้รู้ว่าร่างกายเริ่มถดถอยลงเรื่อยๆ

ดังนั้นใครที่มีอายุ 25 ปีเข้าไปแล้ว อาจจะต้องเริ่มหันมาสังเกตร่างกายตัวเองบางกลัวค่ะ สำรวจทั้งร่างกายและจิตใจตัวเองเลยนะคะ ระดับความร่วงโรยของเราอยู่ระดับไหนกันนะ แต่จะเช็คยังไงล่ะ กับสัญญาณบ่งบอกความร่วงโรยที่ว่านั้น ไม่ยากค่ะมีเพียง 5 ข้อ ไปเช็คพร้อมกันเลย 

  1. สัญญาณบ่งบอก แรงตก ไม่ค่อยมีแรง

    แรงตกที่ว่านี้คือพละกำลัง เรี่ยวแรงในการทำสิ่งต่างๆ ที่เคยมีแบบเต็มพิกัด ตอนนี้ลดน้อยลงมากกว่าเดิมจนอาจเรียกได้ว่าหมดเรี่ยวแรงกันเลยทีเดียว ถ้าให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ อย่าง เมื่อตอนอายุ 20 เราสามารถวิ่งได้วันละ 3 กิโลเมตร ในเวลา 45 นาที แถมยังไม่รู้สึกเหนื่อยด้วย แต่ตอนนี้ในวัย 30 ก็ไม่สามารถวิ่งได้ถึง 3 กิโลเมตรแล้ว ใช้เวลามากกว่าเดิม แถมเหนื่อยบ่อย พักบ่อยอีกต่างหาก นั่นแหละค่ะสัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่าร่างกายเริ่มถดถอย ไม่มีแรงแล้ว
  1. สัญญาณบ่งบอก ความจำเริ่มไม่ดี ขี้ลืม

    ความจำเริ่มไม่ดี ไม่ได้หมายความว่าจะความจำเสื่อมนะคะ แต่ถ้าหากให้เทียบกับตอนเด็กแล้ว จากที่เคยเป็นคนความจำดี อ่านหนังสือแล้วจดจำได้ในระยะเวลาสั้นๆ หรืออ่านรอบเดียวก็จำได้แล้ว 70-80% แต่ตอนนี้กลับต้องอ่านทวนหลายรอบ การจดจำ และความแม่นยำที่เคยมีกลับน้อยลง นึกไม่ค่อยออก หรือจำไม่ได้เลย นั่นอาจเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายด้วย ทำให้การทำงานของระบบประสาทและสมองก็จะเสื่อมลงตามอายุขัย ส่งผลให้เกิดอาการขี้หลงขี้ลืม ตัดสินใจช้า คิดก็ช้าลงตามไปด้วย เป็นเหตุที่เราเรียกว่าร่างกายเริ่มเข้าสู่วัยแห่งความร่วงโรยแล้วนั่นเองค่ะ
  1. สัญญาณบ่งบอก ร่างกายไม่ค่อยยืดหยุ่น

    หากได้สังเกตตัวเองตอนอายุยังน้อย ร่างกายเราจะมีความยืดหยุ่นสูง แต่พอเลยอายุ 25 ปีไปแล้ว ร่างกายจะเริ่มแข็งขืน ความยืดหยุ่นที่มีลดลง มันเป็นเพราะร่างกายขาดความยืดหยุ่นตามวัย รวมถึงการไม่ดูแลรักษาตัวเองด้วยนะคะ ลองสังเกตตัวเองเช่น เมื่อก่อนเคยเอื้อมมือไปแตะปลายเท้าได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้เอื้อมได้แค่หัวเข่าก็ถือว่าดีแล้ว อายุมากขึ้นจะเริ่มมีความรู้สึกว่าตัวแข็ง ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ เหมือนตอนอายุยังน้อยๆ ที่ร่างกายสามารถยืดหยุ่นได้ตามใจ
  1. สัญญาณบ่งบอก ผิวพรรณหยาบกร้าน หย่อนยานเป็นบางส่วน

    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ ว่าเมื่อเริ่มเข้าสู่วัย 25 ปีขึ้นไปแล้ว ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งก็เริ่มที่จะหยาบกร้านเป็นธรรมดา แม้จะสังเกตได้ไม่ชัดเจน แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงไปแบบนั้น สังเกตได้ชัดบริเวณผิวใบหน้า ผิวมือ ผิวเท้า ที่ผิวพรรณดูจะหยาบกร้านมากขึ้น

    นอกจากความหยาบกร้านที่มากขึ้นแล้ว ความหย่อนยานก็ตามมาโดยไม่รู้ตัว เช่น ช่วงใต้คางที่หย่อนลงมานิดๆ ที่เราเรียกว่าเหนียง ไหนจะช่วงท้องแขนที่ห้อยและหย่อนลงมาจนเห็นได้ชัด ก้นที่หย่อนและดูไม่ตึงกระชับ หน้าอกที่เริ่มสังเกตได้ถึงความคล้อยต่ำลงมา โดยเฉพาะคนที่มีมากหน่อยจะสังเกตเห็นได้ชัดเลยแหละ และช่วงหน้าท้องที่แม้จะไร้ไขมัน แต่จะเห็นว่าหย่อนคล้อยลงมา 
  1. สัญญาณบ่งบอก นอนไม่ค่อยหลับ

    เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นร่างกายจะไม่ค่อยอยากนอน หรือถ้านอนก็นอนไม่ค่อยหลับ หลับไม่สนิท แทนที่จะได้พักผ่อนให้หายเหนื่อย ร่างกายและจิตใจกลับยังตื่นอยู่ ซึ่งสังเกตจากหลายๆคนที่เริ่มมีอายุมากขึ้น มักจะบ่นว่านอนไม่ค่อยหลับ สาเหตุมักมาจากวัยที่มากขึ้น ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป

    และจากความเครียด ความกังวล การกินอยู่ ประกอบกันหลายๆ อย่าง ถึงขั้นนอนไปหลายชั่วโมงตื่นมายังรู้สึกอ่อนเพลีย เมื่อยตามเนื้อตัวเหมือนนอนน้อย หรือนอนหลายชั่วโมงแต่เป็นการนอนที่หลับๆตื่นๆก็มี การนอนแบบนั้นถือเป็นการนอนที่ไร้ประสิทธิภาพ

ทั้งหมด 5 ข้อนี้ คือสัญญาณที่บ่งบอก ว่าเราเริ่มก้าวเข้าสู่วัยแห่งความร่วงโรยแล้ว แน่นอนว่าเริ่มสำรวจได้เลยตั้งแต่อายุ 25 ปี หากมีสัญญาณแค่บางข้ออาจไม่รุนแรงมาก แต่ถ้ามีอาการทุกข้อนั่นถือว่าคุณเข้าสู่วัยแห่งความร่วงโรยเต็มตัว แม้จะฝืนไม่ให้แก่ไม่ได้ แต่เรายังสามารถดูแลร่างกายให้แก่ช้าลงได้นะคะ อาจจะปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายบ้าง ดูแลทั้งสภาพร่างกายภายนอกและจิตใจควบคู่ไปด้วย เพื่อชะลอความแก่และความร่วงโรยของวัยให้ช้าที่สุดค่ะ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
สามารถปรึกษาเราได้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก

???? โทร.080-1539000 และ  080-1549000
???? Line@ : @Romrawinclinic

line

Romrawin Clinic พร้อมให้บริการเสริมความงาม
โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในประเทศ

คุณหมอฐา-พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล

คุณหมอฐา-พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล ผู้อำนวยการแห่งรมย์รวินท์คลินิก จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แพทย์หญิงแถวหน้าของเมืองไทยผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลผิวพรรณ ที่มุ่งเน้นเสริมความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ารับการบริการ ผ่านแนวคิด “For The Better You สวยในแบบที่เป็นคุณ”  โดยคำนึงถึงปัญหาของคนไข้ และวิธีการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด คำนึงถึงความปลอดภัยและผลลัพธ์ระยะยาว ปัจจุบันรมย์รวินท์คลินิกมีสาขาถึง 28 สาขา และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนังชั้นนำในประเทศไทย

ปัจจุบันรมย์รวินท์คลินิกมีสาขาถึง 28 สาขา และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนังชั้นนำในประเทศไทย ที่พร้อมเรียนรู้เทรนความงามใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันอยู่เสมอ

รางวัลการันตีรมย์รวินท์คลินิก

รางวัลการันตีรมย์รวินท์คลินิก
  • Honorary Awards ในงาน HELLO! Beauty Awards 2022 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความงามและสถานการให้บริการด้านความงามผิวพรรณ รวมถึงการดูแลรูปร่างและสุขภาพด้วยเทคโนโลยีที่มีมาตรฐาน
  • The Most Trusted Botulinum Toxin Treatment Clinic ผู้นำการปรับรูปหน้า ด้วย Botulinum Toxin ตอกย้ำความเป็นในงาน Hello! Beauty Awards 2022
  • Top Allergan Aesthetics Valued Customer 2020 Body Contouring
  • Excellent Allergan Aesthetics Valued Customer 2020 
  • The Thailand Top Achiever for Ultheraphy TDs. : รางวัลยอดใช้ Ultheraphy TDs. สูงสุดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย
  • The Platinum Award for Merz German Toxin : รางวัลยอดใช้ Xeomin สูงสุดในไทย ระดับแพตทินั่ม
  • The Platinum Award for Merz Swiss Filler : รางวัลยอดฉีด Swiss Filler สูงสุดในไทย ระดับแพตทินั่ม
  • The Thailand To Achieve for Ultherapy, German Toxin, Swiss Filler
  • The Thailand Fastest Growth for Merz 2020
  • ICONIC ULTHERAPY TREATMENT 2018 จากนิตยสารแพรว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือปรึกษาปัญหากับแพทย์
ได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้
แชร์บทความนี้