บทความ
Oligio และ Thermage FLX

Oligio และ Thermage FLX โปรแกรมยกกระชับผิวยอดนิยม ใครเหมาะกับอะไร?

Oligio และ Thermage FLX โปรแกรมยกกระชับผิวยอดนิยม ใครเหมาะกับอะไร?

ในยุคที่ภาพลักษณ์และความมั่นใจเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลผิวให้ตึงกระชับ ไม่หย่อนคล้อย กลายเป็นเป้าหมายของใครหลายคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวตามวัย เช่น ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หนังตาตก หรือผิวใต้ตาเริ่มหย่อน การเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์เรื่องการกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นต่อเนื่อง

ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลาย Oligio และ Thermage FLX ถือเป็นสองเทคโนโลยีโปรแกรมยกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมและถูกพูดถึงอย่างมากในวงการความงาม ด้วยจุดเด่นที่ต่างกัน ทั้งในแง่ของพลังงาน ความลึกของการยิงและระดับความรู้สึกขณะทำ แต่คำถามสำคัญคือ ทั้งสองเครื่องยกกระชับผิวเหมาะกับใคร? แบบไหนคุ้มค่ากว่า? เราควรเลือกตัวไหนให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวของตัวเอง

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Oligio และ Thermage FLX อย่างเจาะลึก เปรียบเทียบทุกแง่มุม ตั้งแต่หลากการทำงาน ผลลัพธ์ ความรู้สึกระหว่างทำ ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณเข้าใจและสามารถเลือกโปรแกรมยกกระชับผิวที่เหมาะสมกับตนเอง

 

สรุป Oligio และ Thermage FLX ใครควรเลือกโปรแกรมยกกระชับผิวแบบไหน?

  • Thermage FLX เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก เช่น หนังตาเริ่มตก ผิวใต้ตาไม่กระชับ กรอบหน้าเบลอ หรือใบหน้าโดยรวมเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ ประมาณ 40 ปีขึ้นไป ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการทำเพียงครั้งเดียว และหวังผลในระยะยาว 1–2 ปี
  • ในขณะที่ Oligio จะเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น มีไขมันสะสมบริเวณเหนียง กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือผิวหน้าเริ่มหย่อนเล็กน้อย สามารถทำซ้ำได้ทุก 6–12 เดือน เพื่อคงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง

 

รู้จักเทคโนโลยี RF เพื่อการยกกระชับผิว

หนึ่งในเทคโนโลยีด้านความงามที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือ การยกกระชับผิวด้วยคลื่น RF (Radiofrequency) ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น แต่สามารถกระตุ้นการฟื้นฟูผิวจากภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย และต้องการดูแลสภาพผิวให้กระชับเรียบเนียนยิ่งขึ้น

หลักการทำงานของคลื่นวิทยุ

คลื่น RF คือ พลังงานคลื่นความถี่วิทยุที่ถูกควบคุมให้อยู่ในระดับไม่อันตราย โดยเครื่องจะปล่อยพลังงานผ่านหัวอุปกรณ์ที่สัมผัสผิวหนังโดยตรง พลังงานนี้จะแปลงเป็นความร้อนบริเวณใต้ชั้นผิวในระดับลึก ซึ่งมักอยู่ที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) หรือแม้แต่ชั้นไขมัน (Subcutaneous layer) ด้วยความร้อนในระดับ 40–42 องศาเซลเซียส ที่ลงลึกใต้ผิว จะช่วยกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัว พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้น เรียบขึ้น และมีความยืดหยุ่นดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัด

 

Oligio คืออะไร? โปรแกรมยกกระชับผิวที่หลายคนไว้ใจ

Oligio คืออะไร? โปรแกรมยกกระชับผิวที่หลายคนไว้ใจ

 

Oligio คืออะไร? โปรแกรมยกกระชับผิวที่หลายคนไว้ใจ

Oligio เป็นเทคโนโลยีเพื่อการยกกระชับผิวที่พัฒนาขึ้น โดยใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่มีความถี่ 6.78 MHz จุดประสงค์หลักของเทคโนโลยีนี้คือช่วยฟื้นฟูผิวให้ตึงกระชับ ลดความหย่อนคล้อย และเสริมโครงสร้างผิวจากภายใน โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน

พลังงานจากเครื่อง Oligio จะลงลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Fat layer) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิว ช่วยลดความหย่อนคล้อย ฟื้นฟูความแน่นกระชับของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด

 

หลักการทำงานของ Oligio

การทำงานของ Oligio แบ่งได้เป็น 3 กลไกหลักที่ช่วยดูแลผิวอย่างครอบคลุม ได้แก่

  • กระตุ้นการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่

พลังงาน Monopolar RF ที่ลงสู่ผิวจะช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพเกิดการหดตัว และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา พร้อมทั้งปรับการเรียงตัวของเส้นใยให้แน่นและสม่ำเสมอ ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้น มีความยืดหยุ่น และลดความหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด

  • ช่วยลดไขมันส่วนเกินใต้ผิว

ความร้อนที่ลงไปยังชั้นไขมันจะมีผลต่อการลดไขมันสะสม โดยเฉพาะในบริเวณที่มักมีไขมันสะสม เช่น แก้ม กรอบหน้า และเหนียง จึงช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและชัดเจนมากขึ้น

  • ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนและลดเลือนริ้วรอย

นอกจากจะช่วยเรื่องความกระชับผิว Oligio ยังช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวดูเนียนละเอียด และมีความสม่ำเสมอของสีผิว ส่งผลให้ใบหน้าดูสดใสและสุขภาพดีโดยรวม

 

จุดเด่นของ Oligio ที่ควรรู้

  • หัวทิปแบบเฉพาะ F4.0 ซึ่งเป็นหัวขนาดใหญ่ ช่วยให้การส่งพลังงานลงสู่ผิวทำได้อย่างแม่นยำทั่วถึง และสม่ำเสมอในทุกพื้นที่ที่ทำการรักษา
  • มีระบบวัดอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ และการควบคุมแรงอัตโนมัติ จึงสามารถรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูผิว โดยไม่เสี่ยงต่อการไหม้หรือแสบร้อน อีกทั้งยังมีระบบทำความเย็นอัจฉริยะ ที่ช่วยให้รู้สึกสบายขณะทำหัตถการ
  • เป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานสะดวกมาก เพราะไม่จำเป็นต้องทายาชา ใช้เวลาทำไม่นาน และไม่ก่อให้เกิดบาดแผลหรือรอยแดงชัดเจนหลังทำ จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องพักฟื้น

 

Thermage FLX คืออะไร? ทำความเข้าใจโปรแกรมยกกระชับผิวอย่างลึกซึ้ง

Thermage FLX คืออะไร? ทำความเข้าใจโปรแกรมยกกระชับผิว

 

Thermage FLX คืออะไร? ทำความเข้าใจโปรแกรมยกกระชับผิว

Thermage FLX คือเทคโนโลยีเพื่อการยกกระชับผิวที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความกระชับผิวให้กับใบหน้าและลำตัว ด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ส่งพลังงานลงสู่ผิวอย่างแม่นยำ เพื่อกระตุ้นให้โครงสร้างผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน โดยเฉพาะการหดตัวของคอลลาเจนเดิม และการสร้างคอลลาเจนใหม่

ซึ่ง FLX ของ Thermage FLX เป็นตัวแทนคุณสมบัติ 3 ข้อสำคัญ ดังนี้

  • F = Faster

ประหยัดเวลาในการรักษา ด้วยหัวทิปที่ทำงานได้เร็วและครอบคลุมกว้างขึ้น

  • L = Algorithm

ใช้เทคโนโลยี AccuREP™ เพื่อควบคุมพลังงานให้ไม่อันตรายและมีประสิทธิภาพ

  • X = Experience

เพิ่มประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับผู้บริการ ด้วยระบบสั่นและความเย็นที่ช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย

 

กลไกการทำงานของ Thermage FLX

ระบบ Thermage FLX อาศัยพลังงาน Monopolar RF ที่ส่งผ่านคลื่นความร้อนลงสู่ชั้นผิวในระดับลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous layer) โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นบน ความร้อนที่สร้างขึ้นจะอยู่ในระดับ 50-60 องศาเซลเซียส ซึ่งเพียงพอในการทำให้คอลลาเจนที่เสื่อมสภาพเกิดการหดตัว และทำให้ผิวบริเวณนั้นกระชับขึ้นหลังทำ

จากนั้นร่างกายจะเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลาหลายเดือนหลังรักษา ส่งผลให้ผิวแลดูแน่นขึ้น เต่งตึงขึ้น และมีความเรียบเนียนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

จุดเด่นของ Thermage FLX

  • เทคโนโลยีสำคัญ AccuREP™ ซึ่งเป็นระบบเซนเซอร์วัดค่าความต้านทานของผิวแบบเรียลไทม์ เพื่อให้พลังงานที่ยิงออกมามีความแม่นยำและเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ลดความเสี่ยงจากพลังงานที่มากหรือน้อยเกินไป
  • มีระบบ Multi-Directional Vibration ซึ่งเป็นกลไกการสั่นของหัวเครื่องที่ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะยิงพลังงานลงผิว ทำให้หลายคนรู้สึกผ่อนคลาย
  • มีระบบ Pre & Post Cooling หรือระบบปล่อยความเย็นก่อนและหลังยิงคลื่นความร้อน ช่วยปกป้องผิวชั้นนอกไม่ให้เกิดอาการแสบร้อนหรือระคายเคืองในระหว่างทำหัตถการ

 

เปรียบเทียบ Oligio และ Thermage FLX เลือกโปรแกรมยกกระชับผิวแบบไหน?

เปรียบเทียบ Oligio และ Thermage FLX เลือกโปรแกรมยกกระชับผิวแบบไหน?

 

เปรียบเทียบ Oligio และ Thermage FLX เลือกโปรแกรมยกกระชับผิวแบบไหน?

  • เทคโนโลยี

ทั้ง Oligio และ Thermage FLX ต่างก็ใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกัน คือ คลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar Radio Frequency) โดยมีความถี่อยู่ที่ 6.78 MHz ซึ่งถือว่าเป็นความถี่มาตรฐานที่เหมาะสมต่อการส่งผ่านพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

  • ระดับความลึกของพลังงาน

Oligio สามารถส่งพลังงานลงสู่ผิวได้ลึกประมาณ 3 มม. ลงลึกได้ถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat) ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนและลดไขมันสะสมได้ดีในระดับผิวตื้นถึงกลาง ขณะที่ Thermage FLX สามารถส่งพลังงานได้ลึกมากขึ้น ประมาณ 4.3 มม. โดยเจาะผ่านทั้งชั้นหนังกำพร้า (Epidermis), หนังแท้ (Dermis) และ ชั้นไขมัน ทำให้ยกกระชับได้ในระดับที่ลึกกว่า

  • คุณสมบัติ

Oligio มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยยกกระชับผิว พร้อมทั้งลดไขมันสะสมในบริเวณแก้มและเหนียง กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในขณะที่ Thermage FLX ไม่เพียงแต่ช่วยยกกระชับผิวและลดไขมันสะสมเท่านั้น แต่ยังมีจุดเด่นในการปรับคุณภาพผิวโดยรวม (Skin Quality) ให้เรียบเนียนและกระชับผิวยิ่งขึ้น เสริมความกระชับผิวให้แน่นจากภายใน ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีและมีมิติที่ชัดเจนขึ้นทั่วทั้งใบหน้า

  • ระดับปัญหาผิว

Oligio จะอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น กรอบหน้าเริ่มเบลอ มีไขมันใต้คางเล็กน้อย หรือเริ่มมีริ้วรอยบางจุด ในขณะที่ Thermage FLX เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับปานกลางจนถึงมาก เช่น หนังตาตก ร่องแก้มลึก ผิวไม่กระชับทั่วทั้งใบหน้า และเริ่มสูญเสียโครงสร้างผิวตามวัย

  • ระยะเวลาเห็นผล

หลังจากทำ Oligio จะเริ่มเห็นผลลัพธ์หลังทำ จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ภายในช่วง 1–3 เดือน ส่วน Thermage FLX ก็ให้ผลลัพธ์เริ่มต้นได้ในระดับใกล้เคียงกัน โดยจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำ การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจะค่อย ๆ ปรากฏภายใน 2–6 เดือนหลังทำ

  • ระยะเวลาทำ

ระยะเวลาในการทำหัตถการของ Oligio ค่อนข้างรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ทำและลักษณะปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ส่วน Thermage FLX จะใช้เวลาทำนานกว่า โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40–90 นาที ต่อครั้ง เนื่องจากการยิงพลังงานลงลึกและครอบคลุมพื้นที่ผิวในบริเวณกว้างมากกว่า

  • ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่

ผลลัพธ์จากการทำ Oligio โดยทั่วไปจะสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน ในขณะที่ Thermage FLX ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า โดยสามารถอยู่ได้นานถึง 1–2 ปี จากการทำเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองของแต่ละคน

 

โปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX ช่วยอะไรบ้าง?

โปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX ช่วยอะไรบ้าง?

 

โปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX ช่วยอะไรบ้าง?

โปรแกรมยกกระชับผิว Oligio ช่วยอะไรบ้าง?

  • ช่วยยกกระชับผิวหน้าให้แน่นและเรียบเนียนขึ้น
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง
  • จัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนเดิมให้เป็นระเบียบ
  • ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณ กรอบหน้า แก้ม เหนียง
  • ยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและมีมิติมากขึ้น
  • ช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิวบริเวณใบหน้า
  • ลดริ้วรอยเล็ก ๆ เช่น รอยใต้ตา ร่องปาก รอยหางตา
  • กระชับรูขุมขนให้ผิวหน้าเรียบเนียน
  • ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูและสดใสจากภายใน
  • ผิวดูแน่นกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

 

โปรแกรมยกกระชับผิว Thermage FLX ช่วยอะไรบ้าง?

  • กระตุ้นคอลลาเจนเดิมและช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ 
  • ช่วยยกกระชับผิวในบริเวณที่หย่อนคล้อยมาก
  • ช่วยให้ผิวที่หย่อนยานกลับมาดูแน่นและกระชับขึ้น
  • ลดริ้วรอยลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา และหน้าผาก
  • ปรับคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้ดีขึ้น
  • ทำให้ผิวดูกระชับ มีมิติ เหมือนยกผิวจากภายใน
  • ช่วยให้โครงหน้าบริเวณกรอบหน้าและแนวขากรรไกรชัดขึ้น
  • ลดอาการผิวบางหรือเหี่ยวย่น
  • ฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น
  • ช่วยแก้ปัญหา ผิวไม่กระชับหลังลดน้ำหนักหรือหลังคลอด

 

ใครเหมาะกับโปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX บ้าง?

ใครเหมาะกับโปรแกรมยกกระชับผิว Oligio?

  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 25–40 ปี และเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย
  • ผู้ที่มีกรอบหน้าเริ่มไม่ชัด ต้องการให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
  • ผู้ที่มีไขมันสะสมเล็กน้อย เช่น บริเวณเหนียงหรือแก้มล่าง
  • ผู้ที่เริ่มสังเกตริ้วรอยบางจุด เช่น รอยใต้ตา หรือร่องแก้มตื้น
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ต้องการลงทุนสูง
  • ผู้ที่มีผิวค่อนข้างบอบบาง และไม่ต้องการความร้อนที่ลงลึกเกินไป
  • ผู้ที่ชอบผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ดูเปลี่ยนแปลงทีละน้อย
  • ผู้ที่มีเวลาน้อย ต้องการหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน

ใครเหมาะกับโปรแกรมยกกระชับผิว Thermage FLX?

  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด
  • ผู้ที่มีหนังตาตก ร่องแก้มลึก หรือผิวรอบคอหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวระดับลึก โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นานถึง 1–2 ปี
  • ผู้ที่ไม่ต้องการทำซ้ำบ่อย ต้องการทำเพียงครั้งเดียว
  • ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าค่อนข้างมาก เช่น เหนียงชัด แก้มหนา
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวควบคู่ไปกับการยกกระชับผิว (Skin Quality)
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับหลายบริเวณ เช่น ใบหน้า ลำคอ หรือหน้าท้อง

 

หมายเหตุ 

การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งระดับปัญหาผิว อายุ งบประมาณ ความคาดหวังผลลัพธ์ และการประเมินจากผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ การเข้ารับคำปรึกษาโดยตรงก่อนทำจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้แนวทางการดูแลผิวที่ตอบโจทย์ในระยะยาว

 

ใครไม่เหมาะกับโปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX?

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรง เช่น โรคหัวใจ, เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้, โรคแพ้ภูมิตัวเอง
  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าในร่างกาย เช่น pacemaker หรืออุปกรณ์ฝังในระบบประสาท
  • ผู้ที่มีแผลเปิด ผื่นอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีการอักเสบในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่เพิ่งทำศัลยกรรมหรือหัตถการอื่น เช่น ร้อยไหม ฉีดฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์แรง ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า
  • ผู้ที่มีผิวไวต่อความร้อน หรือมีประวัติแพ้การทำ RF
  • ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์แบบศัลยกรรม เห็นผลชัดเจนแบบไม่ต้องรอผลลัพธ์
  • ผู้ที่มีอาการทางผิวหนังเรื้อรัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคผิวหนังอักเสบ
  • ผู้ที่มีภาวะผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมากเกินไป ซึ่งอาจเหมาะกับการผ่าตัดมากกว่า
  • ผู้ที่มีไขมันสะสมมากจนเกินไป เช่น คางสองชั้นขนาดใหญ่ ซึ่งเทคโนโลยี RF อาจไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่มีผิวบางมากจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน อาจมีความรู้สึกไม่สบายมากกว่าปกติ
  • ผู้ที่ใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ต่อเนื่องหรือมียากดภูมิคุ้มกัน

 

หมายเหตุ

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นในการพิจารณาความเหมาะสมของผู้เข้ารับบริการเท่านั้น หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินอย่างรอบด้าน และเลือกแนวทางการยกกระชับผิวที่เหมาะสมในแต่ละกรณี ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

 

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX

  • ควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิว
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8–10 แก้วก่อนเข้ารับบริการ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและฟื้นตัวได้ดี
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนหน้า เพื่อให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล 
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น กรด AHA, BHA, เรตินอล อย่างน้อย 3–5 วันก่อนทำ
  • งดการทำทรีตเมนต์ เช่น การเลเซอร์ สครับหน้า หรือมาส์กแบบร้อน ก่อนทำ 5–7 วัน
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดจัด และควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ก่อนทำ 1–2 วัน เพราะอาจทำให้การฟื้นฟูช้าลง

 

การดูแลหลังทำเทคโนโลยียกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX

การดูแลหลังทำเทคโนโลยียกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX

 

การดูแลหลังทำเทคโนโลยียกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX

  • ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน
  • ควรทาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นสูงและไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันการกระตุ้นเม็ดสี
  • ควรดื่มน้ำวันละ 8–10 แก้ว เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน 
  • งดการขัดผิว สครับ หรือมาส์กหน้าแรง ๆ ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • งดทำทรีตเมนต์หน้า เลเซอร์ หรือหัตถการอื่น ๆ บริเวณเดียวกัน อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดนวดหน้าแรง ๆ หรือกดจุดนวดหน้าในช่วง 7 วันแรก
  • หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดใน 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, เรตินอล อย่างน้อย 5–7 วัน
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง อย่างน้อย 7 วัน 
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่ อย่างน้อย 3–5 วัน เพราะจะชะลอการฟื้นฟูผิว
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนัก 2–3 วันแรก

 

รวมคำถามที่ควรรู้ก่อนเลือกทำโปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX

โปรแกรมยกกระชับผิว Oligio แล้วควรทำซ้ำเมื่อไร?

  • โดยทั่วไปสามารถทำ Oligio ซ้ำได้ทุก 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ ความหย่อนคล้อย และการดูแลหลังทำ หากต้องการคงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง อาจทำซ้ำทุก 6 เดือน โดยไม่ต้องรอให้ผิวหย่อนคล้อยมากก่อน ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคลก่อนทุกครั้ง

โปรแกรมยกกระชับผิว Thermage FLX ทำได้บ่อยแค่ไหน?

  • Thermage FLX มักให้ผลลัพธ์ได้นาน 1–2 ปี แต่หากต้องการคงความกระชับผิวไว้เสมอ สามารถทำซ้ำได้ทุก 12–18 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสภาพผิว การใช้ชีวิต และอายุ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาอย่างเหมาะสม

ทำไมราคาของโปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX จึงไม่เท่ากัน?

  • Oligio และ Thermage FLX ราคาที่แตกต่างกันนั้นเกิดจากเทคโนโลยีที่ใช้ ความลึกของพลังงาน หัวทิปที่ใช้ครั้งเดียว และอายุของผลลัพธ์ โดย Thermage FLX มีระบบควบคุมพลังงาน AccuREP™ และหัวทิปเฉพาะทาง ทำให้ต้นทุนสูงกว่า

โปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX สามารถทำร่วมกับการฉีดหน้าได้ไหม?

  • สามารถทำ Oligio และ Thermage FLX ร่วมกับโปรแกรมฉีดโบ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ หรือฉีดไขมันได้ แต่ควรเว้นระยะห่างระหว่างหัตถการ อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวและได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนยิ่งขึ้น

คนผิวคล้ำสามารถทำโปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX ได้ไหม?

  • คนผิวคล้ำสามารถทำ Oligio และ Thermage FLX ได้แน่นอน เพราะทั้ง Oligio และ Thermage FLX ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ซึ่งไม่ส่งผลต่อเม็ดสีผิว แตกต่างจากเลเซอร์ที่อาจมีผลกับผิวคล้ำ จึงเหมาะกับทุกสีผิวโดยไม่เสี่ยงต่อการเกิดรอยด่างดำหรือแผลหลังทำ

โปรแกรมยกกระชับผิว Oligio และ Thermage FLX ระหว่างทำเจ็บ

  • ความรู้สึกขณะทำ Oligio และ Thermage FLX จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยทั่วไป Oligio จะรู้สึกอุ่นและตึงผิวเล็กน้อย ส่วนThermage FLX อาจรู้สึกอุ่นลึกและจี๊ด ๆ โดยเฉพาะบริเวณผิวบาง เช่น รอบดวงตา แต่มีระบบสั่นและทำความเย็นเพื่อช่วยลดความรู้สึกขณะทำ หากกังวลเรื่องความรู้สึกเจ็บ แพทย์อาจทายาชาหรือปรับพลังงานให้เหมาะสมได้

 

สรุปเลือกโปรแกรมยกกระชับผิวที่ใช่ เพื่อผิวที่กระชับในแบบของคุณ

การยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ในปัจจุบันมีทางเลือกที่น่าสนใจหลากหลาย ซึ่งในบรรดาหัตถการยอดนิยม Oligio และ Thermage FLX ถือเป็นสองโปรแกรมยกกระชับผิวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยแต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นและคุณสมบัติเฉพาะตัว ทั้งในด้านเทคโนโลยีที่ใช้ ความลึกของพลังงานที่ส่งลงสู่ชั้นผิวระยะเวลาในการเห็นผล ตลอดจนช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะคงอยู่

ทั้งนี้ การตัดสินใจเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุ สภาพผิวเป้าหมายที่ต้องการแก้ไข และการประเมินจากแพทย์อย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการ 

ไม่ว่าคุณจะเลือกโปรแกรมยกกระชับผิว Oligio หรือ Thermage FLX การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องทั้งก่อนและหลังทำ คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผิวคงความกระชับ เรียบเนียน และดูมีสุขภาพดีได้อย่างยาวนาน ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละบุคคล

[elementor-template id="15452"]