ยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชามีวิธีไหนบ้าง? รวมเทคโนโลยีดูแลรอบตาที่ได้รับความนิยม
ดวงตาเป็นจุดแรก ๆ ที่มักแสดงสัญญาณความเปลี่ยนแปลงของผิว ไม่ว่าจะเป็นหนังตาตก หางตาตก ริ้วรอย หรือผิวรอบดวงตาที่เริ่มขาดความกระชับ ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและดูมีอายุมากขึ้น หลายคนจึงเริ่มมองหาวิธีดูแลรอบดวงตาให้ดูกระชับขึ้น แต่ก็กังวลเรื่องความเจ็บ การใช้ยาชา หรือการพักฟื้นหลังทำ ปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับรอบดวงตา หลายรูปแบบที่ช่วยดูแลปัญหาผิวรอบดวงตาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้จะพาไปรู้จักเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยม พร้อมข้อควรรู้และแนวทางเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล
ทำไมผิวรอบดวงตาจึงหย่อนคล้อยเร็วกว่าบริเวณอื่น?
- ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่น
ผิวรอบดวงตามีความบอบบางและมีความหนาน้อยกว่าผิวส่วนอื่น จึงเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้ง่ายเมื่ออายุมากขึ้น
- มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
การกะพริบตา การยิ้ม และการแสดงสีหน้าในชีวิตประจำวัน ทำให้ผิวรอบดวงตาต้องยืดหดซ้ำ ๆ จนเกิดริ้วรอยได้ง่าย
- สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย
ผิวบริเวณนี้มีต่อมไขมันน้อย จึงแห้งง่ายและขาดความยืดหยุ่นได้เร็วกว่าผิวส่วนอื่น
- ได้รับผลกระทบจากไลฟ์สไตล์และสิ่งแวดล้อม
การนอนน้อย ความเครียด แสงแดด และมลภาวะ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวรอบดวงตาดูอ่อนล้า และหย่อนคล้อยเร็วขึ้น
รวม 5 โปรแกรมยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชา
รวม 5 โปรแกรมยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชา
ปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับรอบดวงตาหลายรูปแบบ ที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชา โดยแต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นและหลักการทำงานแตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล
-
Volnewmer Eyes
ใช้เทคโนโลยี Continuous Monopolar RF ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบบ Hydro Cooling System ช่วยเพิ่มความสบายผิวระหว่างทำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับและคุณภาพผิวรอบดวงตา
-
Thermage Eyes
เทคโนโลยี Monopolar RF ที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ช่วยดูแลความหย่อนคล้อยและริ้วรอยรอบดวงตา พร้อมระบบ Cooling ช่วยปกป้องผิวชั้นบนระหว่างทำ
-
EMFACE Eyes
ผสานพลังงาน RF และ HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) เพื่อช่วยดูแลทั้งผิวและกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตา โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือการผ่าตัด
-
Ultra 4D Lift รอบดวงตา
ใช้เทคโนโลยี Micro Pulsed Ultrasound ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับต่าง ๆ เพื่อช่วยดูแลความกระชับและริ้วรอยรอบดวงตา
-
Ultherapy รอบดวงตา
ใช้พลังงาน Focused Ultrasound พร้อมระบบ Real-Time Visualization ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะทำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรอบดวงตาและหนังตาที่เริ่มหย่อนคล้อย
แม้ทุกโปรแกรมจะช่วยดูแลปัญหาผิวรอบดวงตาได้ แต่ในแต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นแตกต่างกัน การประเมินโดยแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพผิว และความต้องการของแต่ละบุคคลได้มากขึ้น
โปรแกรมยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชา ช่วยดูแลปัญหาอะไรได้บ้าง
โปรแกรมยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชา ช่วยดูแลปัญหาอะไรได้บ้าง?
- ดูแลปัญหาหนังตาตกและหางตาตก
- ผิวรอบดวงตาดูตึงกระชับมากขึ้น
- ดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตาและรอบดวงตา
- ฟื้นฟูผิวรอบดวงตาที่เริ่มหย่อนคล้อย
- ดวงตาดูสดใสและดูอ่อนล้าน้อยลง
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
- ปรับคุณภาพผิวรอบดวงตาให้ดูเรียบเนียนขึ้น
- ดูแลผิวใต้ตาที่ขาดความกระชับ
- ชะลอสัญญาณความเปลี่ยนแปลงของผิวรอบดวงตาตามวัย
- ดวงตาและใบหน้าโดยรวมดูสดชื่นมากขึ้น
- เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดรอบดวงตา
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรอบดวงตาโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
เลือกโปรแกรมยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชาอย่างไรให้เหมาะกับปัญหา?
การเลือกโปรแกรมยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชา ควรพิจารณาจากปัญหาหลักที่ต้องการดูแล
- หากมีปัญหาหนังตาตก คิ้วตก หรือผิวรอบดวงตาหย่อนคล้อย อาจเหมาะกับเทคโนโลยีกลุ่ม Ultrasound เช่น Ultherapy หรือ Ultra 4D Lift ที่ช่วยดูแลความกระชับของผิวในชั้นลึก
- สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องริ้วรอยรอบดวงตา ผิวใต้ตาดูไม่เรียบเนียน หรือผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น เทคโนโลยีกลุ่ม Monopolar RF อย่าง Volnewmer Eyes หรือ Thermage Eyes อาจเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- ส่วนผู้ที่รู้สึกว่าดวงตาดูอ่อนล้า หรือมีความกังวลเรื่องความกระชับของผิว และกล้ามเนื้อรอบดวงตาไปพร้อมกัน EMFACE Eyes อาจตอบโจทย์ด้วยการผสานการดูแลทั้งผิว และกล้ามเนื้อรอบดวงตาในโปรแกรมเดียว
ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ข้อดีของการยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชา
- ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดบริเวณรอบดวงตา
- หลายโปรแกรมสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชา
- ใช้เวลาทำไม่นาน เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัด
- โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน
- สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ช่วยดูแลปัญหาหนังตาตกและหางตาตก
- ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูตึงกระชับขึ้น
- ช่วยดูแลริ้วรอยและรอยตีนกาบริเวณรอบดวงตา
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
- ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวรอบดวงตาให้ดูเรียบเนียนขึ้น
- มีเทคโนโลยีให้เลือกหลายรูปแบบตามปัญหาผิว
- สามารถวางแผนการดูแลร่วมกับหัตถการอื่นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมยกกระชับดวงตา ควรรู้อะไรบ้าง?
- ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวและปัญหารอบดวงตากับแพทย์ก่อนรับบริการ
- ระยะเวลาเห็นผลและความคงอยู่ของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่เลือก
- ควรแจ้งประวัติการรักษาและหัตถการที่เคยทำบริเวณรอบดวงตา
- ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและใช้เครื่องมือที่ผ่านการรับรอง
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อบ่งชี้และข้อจำกัดของแต่ละโปรแกรมก่อนตัดสินใจ
- ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ทั้งก่อนและหลังรับบริการ
FAQ เกี่ยวกับยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชา
-
ยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชาเจ็บไหม?
ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือรู้สึกตึงผิวเล็กน้อย โดยระดับความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและแต่ละเทคโนโลยี
-
ยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชาเห็นผลเมื่อไหร่?
หลายคนสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของความกระชับได้หลังทำ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
-
ยกกระชับดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชาต้องพักฟื้นไหม?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
-
โปรแกรมยกกระชับรอบดวงตาทำได้บริเวณไหนบ้าง?
สามารถดูแลได้หลายบริเวณ เช่น หนังตาบน หางตา ใต้ตา รอยตีนกา และผิวรอบดวงตา
-
อายุเท่าไหร่จึงเหมาะกับการยกกระชับรอบดวงตา?
โดยทั่วไปผู้ที่มีอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป หรือเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวรอบดวงตา สามารถเข้ารับการประเมินได้
-
สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่?
สามารถวางแผนทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ตามความเหมาะสม โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนรับบริการ
ปัญหาหนังตาตก หางตาตก ริ้วรอย และผิวรอบดวงตาที่เริ่มหย่อนคล้อย เป็นความกังวลที่พบได้เมื่ออายุมากขึ้น แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับรอบดวงตา ไม่ต้องใช้ยาชา หลากหลายรูปแบบที่ช่วยดูแลผิวรอบดวงตาได้แบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็น Volnewmer Eyes, Thermage Eyes, EMFACE Eyes, Ultra 4D Lift รอบดวงตา หรือ Ultherapy รอบดวงตา ซึ่งแต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นและหลักการทำงานแตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมควรพิจารณาจากปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนรับบริการ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมและตอบโจทย์ปัญหารอบดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด