บทความ

EMFACE Submentum คืออะไร? โปรแกรมดูแลเหนียง ช่วยให้ใบหน้าดูคมชัดขึ้นได้อย่างไร

EMFACE Submentum คืออะไร? โปรแกรมดูแลเหนียง ช่วยให้ใบหน้าดูคมชัดขึ้นได้อย่างไร

ปัญหาเหนียง ไขมันใต้คาง หรือกรอบหน้าไม่ชัด เป็นหนึ่งในความกังวลที่พบได้บ่อยในหลายช่วงวัย แม้ว่าบางคนจะมีรูปร่างสมส่วนหรือน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ก็ยังอาจมีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนล่างได้ ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูไม่คมชัด หน้าดูกลมกว่าความเป็นจริง หรือส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวัน

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีด้านความงามหลากหลายรูปแบบ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อดูแลปัญหาเหล่านี้ โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับคามสนใจคือ EMFACE Submentum โปรแกรมดูแลบริเวณใต้คางและใบหน้าส่วนล่างที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลปัญหาเหนียง กรอบหน้าไม่ชัด และความหย่อนคล้อยบริเวณ Lower Face ผ่านการทำงานของพลังงานที่เน้นทั้งการดูแลผิว ไขมันใต้คาง และกล้ามเนื้อใบหน้าไปพร้อมกัน

หลายคนอาจสงสัยว่า EMFACE Submentum คืออะไร แตกต่างจากโปรแกรมยกกระชับทั่วไปอย่างไร ช่วยดูแลปัญหาเหนียงได้จริงหรือไม่ และเหมาะกับใครบ้าง บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยี EMFACE Submentum ตั้งแต่หลักการทำงาน จุดเด่น ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ ไปจนถึงข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้ารับการประเมินกับแพทย์

 

EMFACE Submentum คืออะไร?

EMFACE Submentum คืออะไร?

 

EMFACE Submentum คืออะไร?

EMFACE Submentum คือเทคโนโลยีดูแลใบหน้าส่วนล่างและบริเวณใต้คางที่พัฒนาต่อยากจาก EMFACE โดยออกแบบ Applicator สำหรับบริเวณใต้คาง (Submentum) โดยเฉพาะ เพื่อช่วยดูแลปัญหาเหนียง ไขมันสะสมใต้คาง กรอบหน้าไม่ชัด และความหย่อนคล้อยบริเวณ Lower Face

เทคโนโลยีนี้ทำงานด้วยการผสานพลังงาน Synchronized RF และ HIFES™ เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ควบคู่กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าส่วนล่างและใต้คาง ทำให้สามารถดูแลทั้งคุณภาพผิว ความกระชับของใบหน้า และความไม่กระชับบริเวณใต้คางได้ในโปรแกรมเดียวกัน

จุดเด่นของ EMFACE Submentum คือเป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องพักฟื้น และใช้เวลาทำต่อครั้งไม่นาน จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลกรอบหน้าและเหนียง โดยไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน

EMFACE Submentum ต่างจาก EMFACE แบบเดิมอย่างไร?

แม้ EMFACE และ EMFACE Submentum จะใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกัน คือการผสานพลังงาน  Synchronized RF และ HIFES™ แต่ทั้งสองโปรแกรมถูกออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาคนละบริเวณของใบหน้า

  • EMFACE จะเน้นการดูแลกล้ามเนื้อและผิวบริเวณใบหน้าส่วนบนและส่วนล่าง เช่น หน้าผาก แก้ม และคิ้ว เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูยกกระชับและลดเลือนริ้วรอย
  • ในขณะที่ EMFACE Submentum ถูกพัฒนาเพิ่มเติมด้วย Applicator สำหรับบริเวณใต้คางโดยเฉพาะ เพื่อมุ่งเน้นการดูแลปัญหาเหนียง ไขมันใต้คาง กรอบหน้าไม่ชัด รวมถึงความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนล่าง ทำให้สามารถดูแลบริเวณ Lower Face ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

ดังนั้น หาก EMFACE เน้นการดูแลโครงสร้างใบหน้าโดยรวม EMFACE Submentum จะเน้นการดูแลบริเวณใต้คางและกรอบหน้าเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลเหนียงหรือใบหน้าส่วนล่างที่เริ่มความกระชับมากกว่าเดิม

 

EMFACE Submentum ทำงานอย่างไร?

EMFACE Submentum ทำงานอย่างไร?

 

EMFACE Submentum ทำงานอย่างไร?

EMFACE Submentum อาศัยการทำงานของเทคโนโลยี Synchronized RF และ HIFES™ ซึ่งถูกออกแบบให้ส่งพลังงานลงสู่บริเวณใต้คางพร้อมกัน เพื่อช่วยดูแลปัญหาความไม่กระชับของใบหน้าส่วนล่างในหลายระดับชั้น

  • Synchronized RF

เป็นพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงที่ช่วยเสร้างความร้อนในชั้นผิวอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวบริเวณใต้คางดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น พร้อมทั้งช่วยดูแลไขมันสะสมบริเวณใต้คางให้ลดลงอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ

  • HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation)

เป็นเทคโนโลยีกระตุ้นกล้ามเนื้อความเข้มข้นสูง ออกแบบมาสำหรับเฉพาะใบหน้าโดยเฉพาะ ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณใต้คางและแนวกรอบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความแข็งแรงและความหนาแน่นของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ช่วยพยุงโครงสร้างบริเวณใต้คางและกรอบหน้าให้ดูกระชับมากขึ้น

EMFACE Submentum ไม่ได้เน้นเพียงการดูแลไขมันใต้คางเท่านั้น แต่เป็นการทำงนร่วมกันของการดูแลผิว ไขมัน และกล้ามเนื้อในบริเวณเดียวกัน จีงช่วยให้ใบหน้าส่วนล่างดูได้สัดส่วนมากขึ้น พร้อมเสริมความคมชัดของกรอบหน้าและความกระชับบริเวณใต้คาง

 

EMFACE Submentum ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?

  • ดูแลไขมันสะสมบริเวณใต้คางและเหนียง
  • ช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดและได้สัดส่วนมากขึ้น
  • ดูแลความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางและแนวกราม
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว
  • ช่วยให้ผิวบริเวณใต้คางดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น
  • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าส่วนล่าง
  • พยุงโครงสร้างใต้คางให้ดูยกกระชับมากขึ้น
  • ดูแลปัญหากรอบหน้าไม่ชัดจากความหย่อนคล้อยของผิว
  • ช่วยให้ใบหน้าส่วนล่างดูเฟิร์มและมีมิติมากขึ้น
  • ดูแลปัญหาแก้มล่างเริ่มตกหรือมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย
  • เสริมความกระชับของบริเวณคางและแนวกราม
  • ฟื้นฟูคุณภาพผิวบริเวณ Lower Face ให้ดูดีขึ้นโดยรวม
  • เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลเหนียงและกรอบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้รับอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนรับบริการเพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

 

EMFACE Submentum ดูแลชั้นผิวใดได้บ้าง?

EMFACE Submentum ดูแลชั้นผิวใดได้บ้าง?

 

EMFACE Submentum ดูแลชั้นผิวใดได้บ้าง?

จุดเด่นของ EMFACE Submentum คือการทำงานครอบคลุมหลายระดับชั้นของโครงสร้างใต้ผิวบริเวณใบหน้าส่วนล่างและใต้คาง ตั้งแต่ชั้นผิวด้านบนไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และเหนียงได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

  • ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)

ชั้นหนังกำพร้าเป็นผิวชั้นนอกที่ทำหน้าปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก แม้พลังงานของ EMFACE Submentum จะไม่ได้เน้นการทำงานที่ผิวชั้นนี้โดยตรง แต่การกระตุ้นการฟื้นฟูผิวจากชั้นลึก สามารถส่งผลให้ผิวบริเวณใต้คางและกรอบหน้าดูเรียบเนียนขึ้น ผิวดูมีความสม่ำเสมอและสุขภาพผิวโดยรวมดูดีขึ้น

  • ชั้นหนังแท้ (Dermis)

ชั้นหนังแท้เป็นบริเวณที่มีคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความยืดหยุ่นและความกระชับของผิว พลังงาน Synchronized RF จะช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวบริเวณใต้คางและแนวกรามดูแน่นกระชับขึ้น พร้อมช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว

  • ชั้นไขมันใต้ผิว

ไขมันสะสมบริเวณใต้คาง เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหนียงและกรอบหน้าไม่ชัด พลังงาน RF จะช่วยส่งความร้อนไปยังชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อช่วยดูแลไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คาง ส่งผลให้แนวกรอบหน้าดูชัดขึ้น และใบหน้าส่วนล่างดูได้สัดส่วนมากขึ้น

  • ชั้นกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าส่วนล่าง

EMFACE Submentum มีการใช้เทคโนโลยี HIFES™ เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณใต้คาง และใบหน้าส่วนล่างให้เกิดการหดตัวอย่างเข้มข้น ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความหนาแน่นของกล้ามเนื้อ ทำให้โครงสร้างใต้คางได้รับการพยุงมากขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าส่วนล่างดูยกกระชับและกรอบหน้าดูคมชัดขึ้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ

ทั้งนี้ EMFACE Submentum ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันทั้งในชั้นผิว ชั้นไขมัน และชั้นกล้ามเนื้อภายในโปรแกรมเดียว เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์การดูแลใบหน้าส่วนล่างมีความสมดุลมากขึ้นในแต่ละบุคคล

 

จุดเด่นของ EMFACE Submentum ที่แตกต่างจากโปรแกรมดูแลเหนียงทั่วไป

จุดเด่นของ EMFACE Submentum ที่แตกต่างจากโปรแกรมดูแลเหนียงทั่วไป

 

จุดเด่นของ EMFACE Submentum ที่แตกต่างจากโปรแกรมดูแลเหนียงทั่วไป

ปัญหาเหนียงและความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นไขมันสะสม คุณภาพผิวที่ลดลง หรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย ดังนั้นการดูแลเพียงจุดใดจุดหนึ่งอาจไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาได้อย่างครอบคลุม

EMFACE Submentum จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลบริเวณใต้คางและใบหน้าส่วนล่างในหลายระดับชั้นพร้อมกัน โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างจากโปรแกรมดูแลเหนียงทั่วไป ดังนี้

  • ดูแลหลายสาเหตุของปัญหาเหนียงภายในโปรแกรมเดียว

จุดเด่นสำคัญของ EMFACE Submentum คือการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยี Synchronized RF และ HIFES™ ที่ช่วยดูแลปัญหาใต้คางในหลายมิติพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นช่วยดูแลไขมันสะสมบริเวณใต้คาง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อเพิ่มความกระชับของผิว อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณใต้คางและใบหน้าส่วนล่าง ซึ่งการทำงานที่ครอบคลุมทั้งชั้นผิว ชั้นไขมัน และชั้นกล้ามเนื้อนั้น ทำให้ EMFACE Submentum แตกต่างจากโปรแกรมที่เน้นเพียงการดูแลไขมันหรือการยกกระชับผิวเพียงอย่างเดียว

  • ทำงานได้ตั้งแต่ชั้นผิวจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ

EMFACE Submentum ได้รับการออกแบบให้สามารถส่งพลังงานลงสู่หลายระดับชั้นของโครงสร้างใต้คาง ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิว ชั้นพังผืดพยุงผิว (SMAS) ไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ

โดยเฉพาะเทคโนโลยี HIFES™ ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณใต้คางโดยตรง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความกระชับของใบหน้าส่วนล่างและแนวกรอบหน้า ทำให้การดูแลมีความครอบคลุมมากขึ้นในหลายระดับชั้น

  • ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น

อีกหนึ่งจุดเด่นของ EMFACE Submentum คือเป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังทำ

ระหว่างทำผู้เข้ารับบริการมักรู้สึกเพียงความอุ่นบริเวณใต้คาง ร่วมกับการหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นจังหวะจากพลังงาน HIFES™ โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติหลังทำ

  • ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ

EMFACE Submentum มุ่งเน้นการดูแลโครงสร้างใต้คางผ่านการกระตุ้นกล้ามเนื้อ และการฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความแลดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องอาศัยการเติมสารหรือการผ่าตัด

นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมความกระชับของกรอบหน้า และบริเวณใต้คางไปพร้อมกัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลใบหน้าส่วนล่างให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้น โดยยังคงความแลดูเป็นธรรมชาติของรูปหน้าเดิม

โดยทั่วไป EMFACE Submentum มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องตามแนวทางการรักษาที่แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล เพื่อให้การดูแลผิว กล้ามเนื้อ และบริเวณใต้คางเป็นไปอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้รับอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนรับบริการทุกครั้ง

 

EMFACE Submentum เหมาะกับใครบ้าง?

EMFACE Submentum เหมาะกับใครบ้าง?

 

EMFACE Submentum เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มีเหนียงหรือไขมันสะสมบริเวณใต้คาง
  • ผู้ที่มีปัญหาคางสองชั้น ทำให้ใบหน้าดูไม่คมชัด
  • ผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าดูชัดและได้สัดส่วนมากขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวบริเวณใต้คางหรือแนวกรามเริ่มหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีแก้มล่างตกหรือใบหน้าส่วนล่างเริ่มขาดความกระชับ
  • ผู้ที่ต้องการดูแลใบหน้าส่วนล่าง (Lower Face) ควบคู่กับการดูแลเหนียง
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูคุณภาพผิวบริเวณใต้คาง
  • ผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่ไม่ต้องการใช้เข็มหรือการฉีดสารต่าง ๆ
  • ผู้ที่ต้องการโปรแกรมที่ไม่ต้องพักฟื้นและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ผู้ที่มีเวลาจำกัดและต้องการหัตถการที่ใช้เวลาไม่นานต่อครั้ง
  • ผู้ที่เริ่มมีสัญญาณความหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการดูแลโครงสร้างใต้คางและกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนล่างไปพร้อมกัน
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยยังคงรูปหน้าเดิมไว้
  • ผู้ที่ต้องการดูแลเหนียงและกรอบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า

ทั้งนี้ ความเหมาะสมในการรับบริการขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เนื่องจากปัญหาเหนียงและความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคลอาจมีสาเหตุและระดับความรุนแรงแตกต่างกันออกไป

 

ใครบ้างที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ EMFACE Submentum?

  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
  • ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังอยู่ในร่างกาย
  • ผู้ที่มีโลหะฝังอยู่ในบริเวณศีรษะ ลำคอ หรือใบหน้า
  • ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจหรือความผิดปกติของระบบหัวใจ
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหรือระบบไหลเวียนโลหิต
  • สตรีมีครรภ์ หรืออยู่ระหว่างวางแผนตั้งครรภ์
  • สตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่กำลังรับการรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรงที่อยู่ระหว่างการรักษา
  • ผู้ที่มีภาวะไตทำงานบกพร่องหรือโรคไตระยะรุนแรง
  • ผู้ที่มีแผล เปิด อักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะรับบริการ
  • ผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดบริเวณใบหน้าและลำคอในระยะเวลาไม่นาน
  • ผู้ที่มีประวัติชักจากการกระตุ้นด้วยคลื่นไฟฟ้าหรือสนามแม่เหล็ก
  • ผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมในการรับบริการจากโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่

เพื่อความเหมาะสมในการรับบริการ ควรแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมถึงประวัติการทำหัตถการหรือการผ่าตัดบริเวณใบหน้าและลำคอให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินและวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

 

ขั้นตอนการทำ EMFACE Submentum

EMFACE Submentum เป็นโปรแกรมที่ใช้เวลาในการทำไม่นาน และไม่ต้องมีการผ่าตัดหรือใช้เข็ม โดยก่อนเข้ารับบริการแพทย์จะเป็นผู้ประเมินปัญหา และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลบริเวณใต้คางและใบหน้าส่วนล่างเป็นไปอย่างแม่นยำ

  • ประเมินปัญหาและวางแผนการรักษา

ก่อนเริ่มทำ แพทย์จะตรวจประเมินลักษณะของเหนียง ความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง กรอบหน้า และโครงสร้างใบหน้าโดยรวม เพื่อวางแผนตำแหน่งการติด Applicator และกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

  • ทำความสะอาดผิวบริเวณใบหน้าและใต้คาง

เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวบริเวณใบหน้า ใต้คาง และลำคอส่วนบน เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการติดแผ่น Applicator และช่วยให้การส่งพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ติดแผ่น Applicator

แพทย์หรือผู้ช่วยจะติดแผ่น Applicator บริเวณแก้มทั้งสองข้างและใต้คาง รวมถึงติดแผ่นอ้างอิงบริเวณด้านหลังตามตำแหน่งที่กำหนด เพื่อให้ระบบสามารถส่งพลังงานได้อย่างเหมาะสมตลอดการรักษา

  • เริ่มปล่อยพลังงาน

เมื่อเริ่มทำงาน เครื่องจะส่งพลังงาน Synchronized RF และ HIFES™ ผ่าน Applicator ลงสู่ชั้นผิว ไขมัน และกล้ามเนื้อบริเวณใต้คาง โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง

ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิวร่วมกับความรู้สึกกล้ามเนื้อหดตัวเป็นจังหวะคล้ายการออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งเป็นความรู้สึกปกติของการทำงานของเครื่อง

  • ถอด Applicator และประเมินหลังทำ

เมื่อครบเวลา เจ้าหน้าที่จะถอด Applicator ออกและตรวจประเมินสภาพผิวหลังทำ โดยทั่วไปอาจมีรอยแดงเล็กน้อยจากการติดแผ่นหรือความอุ่นของผิว ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายในเวลาไม่นาน

  • กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

หลังทำ EMFACE Submentum โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้า ทำงาน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ และควรมาพบแพทย์ตามนัด เพื่อรับการดูแลอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ ขั้นตอนการรักษาอาจมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละสถานพยาบาล และควรอยู่ภายใต้การดูแลและประเมินของแพทย์ทุกครั้งก่อนรับบริการ

 

หลังทำ EMFACE Submentum ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อช่วยดูแลสมดุลของร่างกาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการนอนดึกเป็นประจำ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลากหลายครบ 5 หมู่
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง
  • ดูแลผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามคำแนะนำ
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำเมื่อต้องเผชิญแสงแดด
  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือถูแรง ๆ บริเวณที่ทำในช่วงแรกหลังรับบริการ
  • งดกิจกรรมที่อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง หากยังมีอาการแดงหรืออุ่นผิวเล็กน้อย
  • สังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวและบริเวณใต้คางหลังทำ
  • เข้ารับบริการตามนัดและตามแผนการรักษาที่แพทย์แนะนำ
  • แจ้งแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ หรือข้อสงสัยหลังรับบริการ

โดยทั่วไปหลังทำ EMFACE Submentum สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ทั้งนี้การดูแลตัวเองร่วมกับการเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้การดูแลผิวและใบหน้าส่วนล่างเป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น

 

FAQ เกี่ยวกับ EMFACE Submentum

  • EMFACE Submentum เจ็บไหม?

โดยทั่วไประหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิวร่วมกับความรู้สึกกล้ามเนื้อหดตัวเป็นจังหวะคล้ายการออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า โดยความรู้สึกอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

  • EMFACE Submentum ต้องใช้ยาชาหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ไม่ใช้เข็มและไม่ต้องผ่าตัด

  • EMFACE Submentum ใช้เวลากี่นาที?

ใช้เวลาทำประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดและต้องการดูแลผิวโดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน

  • EMFACE Submentum เห็นผลเมื่อไหร่?

บางคนอาจเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้หลังทำ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นหลังทำเต็มที่ในช่วง 1–3 เดือน ตามแผนการรักษาที่แพทย์แนะนำ

  • EMFACE Submentum ต้องทำกี่ครั้ง?

โดยทั่วไปมักแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 4 ครั้ง ห่างกันประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

  • EMFACE Submentum ช่วยดูแลเหนียงได้หรือไม่?

EMFACE Submentum ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลบริเวณใต้คางโดยเฉพาะ ช่วยดูแลไขมันสะสมใต้คาง พร้อมเสริมความกระชับของผิวและกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าว

  • EMFACE Submentum สามารถทำร่วมกับโปรแกรมยกกระชับอื่นได้ไหม?

สามารถทำร่วมกับโปรแกรมดูแลผิว หรือโปรแกรมยกกระชับอื่นได้ ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและการประเมินของแพทย์

  • EMFACE Submentum เหมาะกับอายุเท่าไหร่?

สามารถเริ่มดูแลได้ตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ที่เริ่มมีความกังวลเรื่องเหนียง กรอบหน้าไม่ชัด หรือความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าส่วนล่าง โดยควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนรับบริการ

  • หลังทำ EMFACE Submentum ต้องพักฟื้นหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

EMFACE Submentum เป็นเทคโนโลยีดูแลบริเวณใต้คางและใบหน้าส่วนล่างที่ผสานการทำงานของพลังงาน Synchronized RF และ HIFES™ เพื่อช่วยดูแลปัญหาเหนียง กรอบหน้าไม่ชัด และความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางในหลายระดับชั้น ตั้งแต่ชั้นผิว ชั้นไขมัน ชั้นพังผืด ไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังทำ

จุดเด่นของ EMFACE Submentum คือการดูแลทั้งคุณภาพผิว ความกระชับของใบหน้า และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใต้คางไปพร้อมกัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลใบหน้าส่วนล่างและกรอบหน้าให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้นโดยไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหนียงและความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคลอาจมีสาเหตุแตกต่างกัน การเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนรับบริการจะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม และเลือกแนวทางการรักษาที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด