Nucleofill vs Rejuran ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบความต่างของวงการงานผิว
ในปัจจุบันเทรนด์งานผิวยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก ซึ่งสองโปรแกรมที่หลายคนมักนำมาเปรียบเทียบกันบ่อย ๆ คือ Nucleofill vs Rejuran แม้ว่าทั้งสองโปรแกรมนี้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่กลับมีจุดเด่น กลไกการทำงาน และผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในหลายด้าน จึงทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า Nucleofill vs Rejuran ต่างกันอย่างไร? และควรเลือกฉีดตัวไหนให้เหมาะกับผิวของตัวเอง? บทความนี้จะพามาเปรียบเทียบ Nucleofill vs Rejuran แบบครบทุกมิติ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนเข้ารับการรักษา
Nucelofill vs Rejuran แตกต่างกันอย่างไร?
Nucelofill vs Rejuran แตกต่างกันอย่างไร?
แม้ว่า Nucleofill vs Rejuran จะเป็นโปรแกรมในกลุ่ม Polynucleotide (PN) เหมือนกัน แต่ทั้งสองโปรแกรมนี้ก็มีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้
แหล่งที่มา
- Nucleofill เป็นโปรแกรมฟื้นฟูผิวที่ประกอบไปด้วย Polynucleotide (PN) เข้มข้นสูงในปริมาณ 37.5 mg ต่อ 1 ไซริงค์ ซึ่งสกัดจากปลาแซลมอนธรรมชาติ ภายใต้กระบวนการผลิตที่ทำให้สารมีความสุทธิ์สูงและลดสิ่งปนเปื้อนอันตราย ทำให้สามารถเข้ากับเนื้อเยื่อได้ดีและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
- Rejuran เป็นโปรแกรมฟื้นฟูผิวที่ประกอบไปด้วย Polynucleotide (PN) เข้มข้นสูงในปริมาณ 20 mg. ต่อ 1 ไซริงค์ ซึ่งสกัดจากปลาแซลมอนธรรมชาติ ภายใต้การผลิตที่ทำให้สารมีความสุทธิ์สูงและลดเจือปนที่อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากภูมิคุ้มกัน ทำให้สามารถเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อและลดโอกาสการแพ้
เทคโนโลยีที่ใช้
- Nucleofill ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า HPT Technology ซึ่งช่วยให้สารมีความบริสุทธิ์สูง พร้อมกำจัดสิ่งปนเปื้อนที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองออก ทำให้สารสามารถทำงานร่วมกับเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Rejuran ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า DOT™ ซึ่งช่วยให้สารมีความบริสุทธิ์สูง โดยมีการกำจัดแอนติเจนหรือโปรตีนที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ออก ส่งผลให้สามารถเข้ากับผิวหนังได้ดี โดยไม่เสี่ยงอันตราย
จำนวนครั้งที่ฉีด
- Nucleofill แพทย์มักแนะนำให้ทำการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 – 4 ครั้ง เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ โดยในแต่ละครั้งควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ ทั้งนี้จำนวนครั้งในการฉีด Nucleofill อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์
- Rejuran แพทย์มักแนะนำให้ทำการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 4 ครั้ง เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยในแต่ละครั้งควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ทั้งนี้จำนวนครั้งในการฉีด Rejuran อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์
ระยะเวลาคงอยู่
- Nucleofill โดยทั่วไปสามารถคงผลลัพธ์ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน หลังจากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งในแต่ละบุคคลอาจมีระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังฉีด
- Rejuran โดยทั่วไปสามารถคงผลลัพธ์ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน หลังจากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งในแต่ละบุคคลอาจมีระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังฉีด
Nucleofill vs Rejuran ให้ผลลัพธ์อะไร?
ผลลัพธ์ที่ได้จาก Nucleofill
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ เพื่อให้ผิวดูแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น
- ช่วยยกกระชับผิว เพิ่มความยืดหยุ่น และลดความหย่อนคล้อยแรกเริ่ม
- ช่วยปรับปรุงโครงสร้างผิวให้มีความแข็งแรงและสนับสนุนสมดุลของผิว
- ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและลดความแห้งกร้านของผิว
- ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน รูขุมขนดูกระชับขึ้น และลดเลือนหลุมสิวตื้น ๆ
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ และร่องลึกแรกเริ่ม
- ช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
- ช่วยสร้างความแข็งแรงให้ Skin Barrier หรือเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวรับมือกับปัจจัยภายนอกได้ดีขึ้น
- ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดผิวเสื่อมก่อนวัย
- ช่วยเพิ่มความกระจ่างใส พร้อมปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอและสุขภาพดีมากขึ้น
ผลลัพธ์ที่ได้จาก Rejuran
- ช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวและส่งเสริมการทำงานของ Growth Factor
- ช่วยซ่อมแซมผิวที่ได้รับความเสียหายและเสื่อมสภาพตามวัย
- ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ เปล่งปลั่ง และมีสุขภาพดีมากขึ้น
- ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวที่แข็งแรง
- ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น พร้อมเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวโดยรวม
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าและลำคอ
- ช่วยสร้างความแข็งแรงให้ Skin Barrier หรือเกราะป้องกันผิว ช่วยให้ผิวรับมือกับมลภาวะและปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
- ช่วยกระชับรูขุมขน ปรับผิวให้ละเอียดเรียบเนียน และลดเลือนหลุมสิว
- ช่วยลดอาการอักเสบและปลอบประโลมผิว
ข้อควรรู้ก่อนฉีด Nucleofill vs Rejuran
ข้อควรรู้ก่อนฉีด Nucleofill vs Rejuran
เพื่อให้การฉีด Nucleofill vs Rejuran เป็นไปอย่างเหมาะสม ควรเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลเบื้องต้นก่อนเข้ารับบริการ ดังนี้
- ควรเข้ารับการปรึกษาและประเมินสภาพผิวกับแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา วางแผนการรักษา และเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ ประวัติการทำหัตถการ รวมถึงยาที่รับประทานเป็นประจำ
- งดรับประทานยาหรืออาหารเสริมบางประเภทที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ก่อนเข้ารับบริการ
- งดการสครับผิว ขัดผิว ถอน หรือกำจัดขนในบริเวณที่จะทำการรักษา
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ
- ควรพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำอย่างเหมาะสม ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและอยู่ในสภาวะที่พร้อมสำหรับการรักษา
แม้การฉีด Nucleofill vs Rejuran จะเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่ได้รับความนิยมสำหรับการฟื้นฟูเซลล์ผิวเหมือนกัน แต่ทั้งสองโปรแกรมนี้ก็มีจุดเด่น เทคโนโลยี และจำนวนครั้งในการฉีดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้น ก่อนเลือกฉีดระหว่าง Nucleofill หรือ Rejuran จึงควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์อย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาและเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และผลลัพธ์ที่คาดหวังของแต่ละบุคคล
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด