สิว

สิวอุดตันหัวดำคืออะไร? เกิดจากสาเหตุอะไร? รักษาได้อย่างไร? 

สิวอุดตันหัวดำ

สิวอุดตันหัวดำ เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อยในทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ระหว่างมีประจำเดือน รวมถึงช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งนอกจากจะทำให้ความมั่นใจลดลงแล้ว ยังส่งผลให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน และขรุขระได้อีกด้วย วันนี้ รมย์รวินท์คลินิกจะพาไปทำความรู้จักกับสิวอุดตันหัวดำให้มากขึ้น ตั้งแต่สิวอุดตันหัวดำคืออะไร? สิวอุดตันหัวดำเกิดจากสาเหตุอะไร? สามารถรักษาสิวอุดตันหัวดำได้อย่างไร? แล้วมีวิธีป้องกันอย่างไรได้บ้าง? สามารถติดตามอ่านได้ในบทความนี้

 

สิวอุดตันหัวดำคืออะไร?

สิวอุดตันหัวดำคืออะไร?

 

สิวอุดตันหัวดำคืออะไร?

สิวอุดตันหัวดำ คือ สิวอุดตันชนิดหัวเปิด (Open Comedones) ที่มีลักษณะเป็นตุ่มก้อนแข็งขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1 – 3 มิลลิเมตร ซึ่งจะมีหัวสิวสีดำอยู่ตรงกลางที่สามารถมองเห็นได้ชัดบนผิวหน้า โดยมักไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บ หรืออาการอักเสบ 

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว สิวอุดตันหัวดำจะเกิดจากการอุดตันของไขมัน (Sebum) เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกภายในรูขุมขน เมื่อรูขุมขนเปิด และไขมันที่อุดตันสัมผัสกับอากาศ จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ส่งผลให้หัวสิวเปลี่ยนเป็นสีดำ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความสกปรกของผิวแต่อย่างใด

 

สิวอุดตันหัวดำเกิดจากสาเหตุอะไร?

สิวอุดตันหัวดำเกิดจากสาเหตุอะไร?

 

สิวอุดตันหัวดำเกิดจากสาเหตุอะไร?

โดยทั่วไปแล้ว สิวอุดตันหัวดำสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

  • ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป

เมื่อต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป ไขมันจะไปสะสมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วภายในรูขุมขน จนทำให้เกิดการอุดตัน และเมื่อขุมขนเปิด ไขมันที่อุดตันจะสัมผัสกับอากาศ จนเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ส่งผลให้หัวสิวเปลี่ยนเป็นสีดำ และพัฒนาเป็นสิวอุดตันหัวดำได้

  • การผลัดเซลล์ผิวที่ผิดปกติ

โดยปกติแล้วผิวจะมีการผลัดเซลล์ผิวเองตามธรรมชาติ เพื่อให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกไป แต่เมื่อกระบวนการนี้ทำงานช้าลง หรือผิดปกติ เซลล์ผิวที่ตายแล้วก็จะสะสมอยู่ภายในรูขุมขน เมื่อรวมกับไขมัน จึงก่อให้เกิดการอุดตัน และเมื่อรูขุมขนเปิด ไขมันที่อุดตันจะสัมผัสกับอากาศ ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน จนพัฒนาเป็นสิวอุดตันหัวดำได้

  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

เมื่อฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากกว่าปกติ ทำให้เกิดการอุดตันของไขมันสะสม ร่วมกับเซลล์ผิวที่ตายภายในรูขุมขน จนพัฒนากลายเป็นสิวอุดตันหัวดำได้ ซึ่งมักพบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ช่วงระหว่างมีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ หรือในช่วงที่พักผ่อนไม่เพียงพอ

  • ล้างหน้าไม่สะอาด

เมื่อล้างหน้าไม่สะอาด หรือทำความสะอาดผิวไม่เหมาะสม อาจทำให้คราบเครื่องสำอาง ครีมกันแดด ไขมันส่วนเกิน และสิ่งสกปรกตกค้างอยู่บนผิวหน้า เมื่อสิ่งเหล่านี้สะสมร่วมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จะเกิดการอุดตันภายในรูขุมขน และพัฒนากลายเป็นสิวอุดตันหัวดำได้

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตัน

ทำไมสิวขึ้นที่เดิมซ้ำๆ อาจเกิดได้จาก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือเครื่องสำอางบางประเภท ที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน (Comedogenic) เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นประจำ จึงเพิ่มโอกาสให้เนื้อผลิตภัณฑ์ และไขมันสะสมภายในรูขุมขนได้โดยตรง ส่งผลให้เกิดการอุดตัน และพัฒนากลายเป็นสิวอุดตันหัวดำได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวมัน หรือเป็นสิวง่าย

  • รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ของมัน ของทอด หรืออาหารแปรรูป อาจกระตุ้นให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมน และกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกาย ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น เมื่อไขมันสะสมร่วมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วภายในรูขุมขน จึงเกิดการอุดตัน และนำไปสู่การเกิดปัญหาสิวอุดตันหัวดำได้ง่าย 

  • เผชิญมลภาวะสะสม

เมื่อผิวต้องเผชิญกับมลภาวะ ฝุ่น ควัน และ PM 2.5 เป็นประจำ อนุภาคของสิ่งสกปรกเหล่านี้ อาจสะสมอยู่บนผิว และแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขน ทำให้เกิดการอุดตันร่วมกับไขมัน และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จนพัฒนากลายเป็นสิวอุดตันหัวดำได้ นอกจากนี้มลภาวะยังทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ส่งผลให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น และเกิดสิวได้ง่ายกว่าเดิม

 

บริเวณไหนที่มักมีสิวอุดตันหัวดำ?

  • หน้าผาก

สิวอุดตันหัวดำ สามารถพบได้บ่อยในบริเวณหน้าผาก โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมัน เหงื่อออกง่าย หรือไว้ผมหน้าม้า เนื่องจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ทำให้เกิดการอุดตันภายในรูขุมขนได้ง่าย อีกทั้งบริเวณหน้าผากมักมีเหงื่อ และเกิดความอับชื้นได้ง่าย ทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรก และเพิ่มโอกาสในการเกิดสิวอุดตันหัวดำได้

  • จมูก

สิวอุดตันหัวดำ สามารถพบได้บ่อยในบริเวณจมูก ซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถมองเห็นสิวอุดตันหัวดำได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมัน และหรือผิวผสม เนื่องจากรูขุมขนบริเวณนี้มักเปิดกว้างกว่าบริเวณอื่น ทำให้ไขมัน และเซลล์ผิวที่ตายแล้วเข้าไปอุดตัน และสัมผัสกับอากาศได้ง่าย จนส่งผลให้เกิดสิวอุดตันหัวดำได้

  • แก้ม

สิวอุดตันหัวดำ สามารถพบได้บ่อยในบริเวณแก้ม โดยเฉพาะช่วงหน้าแก้ม หรือเนินแก้มในผู้ที่มีผิวมัน และผิวผสม เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความมันเป็นพิเศษ ซึ่งเกิดจากการสะสมของไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกภายในรูขุมขน  ส่งผลให้เกิดการอุดตัน และพัฒนากลายเป็นสิวอุดตันหัวดำได้ง่าย

  • คาง

สิวอุดตันหัวดำ สามารถพบได้บ่อยในบริเวณคาง ซึ่งเป็นบริเวณที่มักเกิดสิวซ้ำซาก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน หรือฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงผู้ที่มีผิวมัน และหรือผิวผสม เนื่องจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ และมักมีการเสียดสีจากการสวมหน้ากากอนามัยร่วมด้วย จึงเพิ่มโอกาสในการเกิดสิวอุดตันหัวดำได้ง่าย

  • อก

สิวอุดตันหัวดำ สามารถพบได้บ่อยในบริเวณอก เนื่องจากเป็นบริเวณที่มักมีการเสียดสีจากการสวมใส่เสื้อผ้า มีและความอับชื้นสะสม รวมถึงเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันค่อนข้างหนาแน่น เมื่อไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว คราบเหงื่อ และสิ่งสกปรกสะสมภายในรูขุมขน จึงทำให้เกิดการอุดตัน และเพิ่มโอกาสในการเกิดสิวอุดตันหัวดำได้ง่าย

  • หลัง

สิวอุดตันหัวดำ สามารถพบได้บ่อยในบริเวณหลัง เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น และมักมีเหงื่อออกง่าย ร่วมกับการเสียดสีจากการสวมใส่เสื้อผ้า เมื่อไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว คราบเหงื่อ และสิ่งสกปรกสะสมอยู่ภายในรูขุมขน จึงทำให้เกิดการอุดตัน และพัฒนากลายเป็นสิวอุดตันหัวดำได้ง่าย

 

สิวอุดตันหัวดำ กับ สิวเสี้ยนหัวดำ ต่างกันอย่างไร?

สิวอุดตันหัวดำ กับ สิวเสี้ยนหัวดำ ต่างกันอย่างไร?

 

สิวอุดตันหัวดำ กับ สิวเสี้ยนหัวดำ ต่างกันอย่างไร?

สิวอุดตันหัวดำ และสิวเสี้ยนหัวดำ แม้จะมีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลาย ๆ ด้าน โดยสิวอุดตันหัวดำจะเกิดจากไขมัน และเซลล์ผิวที่ตายแล้วอุดตันอยู่ภายในรูขุมขน เมื่อสัมผัสกับอากาศจะเกิดออกซิเดชัน ทำให้หัวสิวเป็นสีดำ มีลักษณะเป็นตุ่มก้อนแข็ง ๆ และกดออกยาก และสามารถพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้ หากดูแลไม่ถูกวิธี ในขณะที่สิวเสี้ยนหัวดำจะเกิดจากการสะสมของไขมัน ร่วมกับเส้นขนขนาดเล็กที่กระจุกรวมกันอยู่ภายในรูขุมขน ทำให้เห็นเป็นจุดสีดำได้อย่างชัดเจน โดยไม่มีตุ่มนูน และสามารถกลับมาเกิดซ้ำได้ง่าย แม้จะมีการลอกสิวเสี้ยนออกแล้วก็ตาม

 

สิวอุดตันหัวดำรักษาได้อย่างไร?

สิวอุดตันหัวดำรักษาได้อย่างไร?

 

สิวอุดตันหัวดำรักษาได้อย่างไร?

โดยทั่วไปแล้ว การรักษาสิวอุดตันหัวดำสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

  • กดสิว

การกดสิว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใช้ในการรักษาสิวอุดตันหัวดำ โดยการใช้เครื่องมือกดสิวที่มีความสะอาด ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกสุขลักษณะ และควรทำโดยผู้ที่มีความรู้ ภายในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้กดสิวด้วยตัวเอง เนื่องจากอาจกดสิวออกไม่หมด หรือใช้แรงไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือทิ้งรอยดำ รอยแผลเป็นตามมาได้

  • เลเซอร์รักษาสิวอุดตันหัวดำ

การทำเลเซอร์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใช้ในการรักษาสิวอุดตันหัวดำ โดยในปัจจุบันมีเครื่องเลเซอร์ให้เลือกหลากหลายประเภท เช่น CO2 Laser, V Beam หรือ Pico laser ซึ่งเป็นการใช้พลังงานแสงเลเซอร์ยิงเพื่อเปิดหัวสิวอุดตัน ทำให้สามารถนำสิ่งอุดตันออกได้ง่ายขึ้น ลดการบาดเจ็บของผิว และลดความเสี่ยงในการเกิดรอยแผลเป็น โดยมักเหมาะกับสิวอุดตันหัวดำที่ฝังลึก หรือกดออกได้ยาก

  • ใช้ยารักษาสิวอุดตันหัวดำ

การใช้ยารักษาสิว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใช้ในการรักษาสิวอุดตันหัวดำ ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เท่านั้น เนื่องจากยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง จึงจำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยกลุ่มยาที่นิยมใช้ ได้แก่ กลุ่มยาปฏิชีวนะ กลุ่มยาอนุพันธ์วิตามินเอ หรือยาปรับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกชนิดยาให้เหมาะกับสภาพผิว บริเวณที่เกิดสิว และระดับความรุนแรงของปัญหาสิว เพื่อช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ และลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำในระยะยาว

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว

การใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใช้ในการรักษาสิวอุดตันหัวดำ โดยการเลือกใช้สกินแคร์ หรือเวชสำอางที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, PHA, BHA และ LHA เพื่อช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ลดการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้วภายในรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวอุดตันหัวดำ ทั้งนี้ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไป เนื่องจากอาจทำให้ผิวบาง ระคายเคือง และไวต่อแสงแดดได้ง่าย 

 

วิธีป้องกันการเกิดสิวอุดตันหัวดำ

วิธีป้องกันการเกิดสิวอุดตันหัวดำ

 

วิธีป้องกันการเกิดสิวอุดตันหัวดำ

วิธีป้องกันการเกิดสิวอุดตันหัวดำ สามารถทำได้โดยดูแลผิวอย่างถูกวิธี และสม่ำเสมอ ดังนี้

  • ทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธี โดยการล้างหน้าแบบ Double Cleansing เพื่อขจัดสิ่งสกปรก คราบเครื่องสำอาง และความมันส่วนเกินออกจากผิวอย่างหมดจด ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีความอ่อนโยน และเหมาะกับสภาพผิว ปราศจากสารก่อการระคายเคือง และไม่ทำให้ผิวแห้งตึง หลังล้างหน้า
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันผิว โดยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตร Non-Comedogenic หรือ Oil Free เพื่อลดโอกาสการอุดตันของรูขุมขน และลดความมันส่วนเกินบนผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมัน ผิวผสม หรือเป็นสิวง่าย
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารประเภทของมัน ของทอด อาหารแปรรูป รวมถึงของหวาน และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เนื่องจากอาหารเหล่านี้ อาจกระตุ้นให้ฮอร์โมนไม่สมดุล และกระตุ้นการอักเสบ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ เนื่องจากมือของเราอาจมีสิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่ เมื่อสัมผัสผิวหน้าอาจทำให้สิ่งสกปรกเหล่านี้เข้าสู่รูขุมขน และกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่าย
  • ดื่มน้ำให้มาก ๆ เนื่องจากน้ำช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิว ปรับสมดุลผิว และช่วยให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้ตามปกติ เมื่อผิวไม่แห้งเกินไป ร่างกายก็จะไม่กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินความจำเป็น จึงช่วยลดโอกาสการอุดตันในรูขุมขน และป้องกันการเกิดสิวในระยะยาวได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากการนอนหลับจะช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย และลดความเครียด เมื่อฮอร์โมนทำงานได้อย่างปกติ ต่อมไขมันก็จะไม่ผลิตน้ำมันมากเกินความจำเป็น จึงช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันหัวดำได้
  • เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อย ๆ เนื่องจากปลอกหมอนเป็นแหล่งสะสมความมัน เหงื่อ สิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรีย เมื่อผิวหน้าสัมผัสซ้ำ ๆ อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน และเกิดสิวได้ง่าย การเปลี่ยนปลอกหมอนอย่างสม่ำเสมอ จึงช่วยลดโอกาสการเกิดสิวได้

ปัญหาสิวอุดตันหัวดำ เกิดจากการอุดตันของไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกภายในรูขุมขน เมื่อสัมผัสกับอากาศจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้หัวสิวเปลี่ยนเป็นสีดำ แม้ไม่มีการอักเสบ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ หรือไม่ดูแลรักษา อาจพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบ และทิ้งรอยแผลเป็นได้ ดังนั้น การป้องกันการเกิดสิวอุดตันหัวดำจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธี เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันผิว เลี่ยงการสัมผัสหน้าบ่อย ๆ เลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ดื่มน้ำให้มาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวอุดตันหัวดำได้ ทั้งนี้ สำหรับใครที่มีปัญหาสิวอุดตันหัวดำฝังลึก เป็นซ้ำบ่อย และต้องการรักษาสิวอุดตันหัวดำ แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิว และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน และดูสุขภาพดีในระยะยาว

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด