ไขมัน คืออะไร? รู้จักสาเหตุของการเกิดไขมัน พร้อมแนวทางลดไขมันสะสมเฉพาะจุด
ไขมัน ถือว่ามีความสำคัญต่อร่างกาย เพราะเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล แต่หากมีการสะสมที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดไขมันสะสมเฉพาะจุด และทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างและปัญหาสุขภาพตามมาได้ บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า ไขมันคืออะไร สาเหตุของการเกิดไขมันสะสม และแนวทางการลดไขมันเฉพาะจุดอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อช่วยเสริมความมั่นใจได้มากขึ้น

ไขมัน คืออะไร?
ไขมัน คืออะไร?
ไขมัน (Fat) คือ สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายที่หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้สมดุลขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกาย ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย และช่วยปกป้องอวัยวะภายในร่างกายจากแรงกระแทกจากการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ไขมันยังสามารถช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามิน A, D, E และ K และมีบทบาทสำคัญในการสร้างฮอร์โมนบางชนิด
อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับไขมันมากเกินความจำเป็น ไขมันส่วนเกินจะถูกจัดเก็บไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือใต้รักแร้ หรือที่เรียกว่าไขมันสะสมเฉพาะส่วน ที่นอกจากจะส่งผลเสียต่อรูปร่างแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย
ไขมันดี vs ไขมันไม่ดี คืออะไร?
คอเลสเตอรอล เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ ฮอร์โมนบางชนิด และวิตามินที่ละลายในไขมัน โดยร่างกายสามารถสร้างคอเลสเตอรอลได้เองจากตับ หรือรับจากสารอาหารบางประเภท แต่หากมีคอเลสเตอรอลมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว ซึ่งคอเลสเตอรอลสามารถแบ่งออกได้เป็น ไขมันดี และไขมันไม่ดี แต่ละประเภทก็มีบทบาทและผลต่อสุขภาพที่แตกต่างกัน ดังนี้
- ไขมันดี หรือ ไขมันไม่อิ่มตัว เป็นไขมันที่ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ สามารถพบได้ในอาหารที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ปลา ถั่ว เมล็ดพืช น้ำมันมะกอก และอะโวคาโด ซึ่งไขมันดีมีส่วนช่วยในการสนับสนุนการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ช่วยรักษาสมดุลของไขมันในเลือด และยังดีต่อสุขภาพโดยรวม
- ไขมันไม่ดี หรือ ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ มักพบในอาหารที่ผ่านกรรมวิธีการทอด แปรรูป มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมอบ และอาหารฟาสต์ฟู้ด หากบริโภคมากเกินไปอาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้
ดังนั้น การดูแลสุขภาพให้ดีควรเลือกบริโภคไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย และควรหลีกเลี่ยงการรับไขมันไม่ดีหรือไขมันทรานส์ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด

ไขมันมีกี่ประเภท ไขมันใต้ผิวหนัง และไขมันในช่องท้อง ต่างกันอย่างไร?
ไขมันมีกี่ประเภท ไขมันใต้ผิวหนัง และไขมันในช่องท้อง ต่างกันอย่างไร?
ไขมันสะสมในร่างกาย สามารถแบ่งตามตำแหน่งที่สะสมได้เป็น 2 ประเภท คือ ไขมันใต้ผิวหนัง และไขมันในช่องท้อง ซึ่งไขมันสะสมทั้ง 2 ประเภทนั้น ก็มีตำแหน่งและผลกระทบต่อสุขภาพที่แตกต่างกัน ดังนี้
- ไขมันใต้ผิวหนัง เป็นไขมันที่สะสมอยู่ตามบริเวณส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง หรือสะโพก โดยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสามารถสัมผัสได้ มักส่งผลต่อรูปร่างและสัดส่วนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น ทำให้แขน หรือขาดูใหญ่ขึ้น แต่อาจจะส่งผลเสี่ยงต่อสุขภาพน้อยกว่าไขมันในช่องท้อง
- ไขมันในช่องท้อง เป็นไขมันที่สะสมอยู่รอบอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น กระเพาะอาหาร ตับ และลำไส้ โดยไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้จากภายนอก สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ที่มีรูปร่างอ้วนและผู้ที่มีรูปร่างผอม มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวมากกว่า และมักลดได้ยากกว่าการลดไขมันใต้ผิวหนัง
ดังนั้น การดูแลไขมันในร่างกายไม่ควรมองเพียงแค่รูปร่างภายนอกอย่างเดียว แต่ควรใส่ใจไขมันที่มองไม่เห็นอย่างไขมันช่องท้องด้วย เพื่อช่วยให้สามารถลดไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถดูแลสุขภาพโดยรวมได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว

ไขมันสะสมเกิดจากอะไร
ไขมันสะสมเกิดจากอะไร
ไขมัน ถือเป็นแหล่งพลังงานที่ให้พลังงานกับร่างกายสูงมาก หากร่างกายได้รับไขมันที่มากเกินความต้องการ อาจทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญไขมันได้หมด ทำให้ไขมันส่วนเกินถูกจัดเก็บไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือที่เรียกว่า ไขมันสะสม ที่สามารถส่งผลต่อรูปร่างและสุขภาพได้ในระยะยาว ซึ่งไขมันสะสมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันทำให้เกิดไขมันสะสม
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันมีผลต่อการสะสมไขมันในร่างกายโดยตรง เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง การไม่ค่อยขยับร่างกาย หรืออยู่นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ และความเครียดสะสม ที่อาจส่งผลให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ และร่างกายเผาผลาญไขมันได้น้อยลง ทำให้เกิดไขมันสะสมได้ง่ายขึ้น
- ไขมันสะสมจากอาหารและน้ำตาล
การรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น ของทอด อาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง หรืออาหารแปรรูปเป็นประจำ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกายได้ง่าย และหากได้รับพลังงานต่อวันที่มากเกินความต้องการของร่างกาย พลังงานส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ในร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขน
- ฮอร์โมนกระตุ้นการสะสมของไขมัน
ฮอร์โมนบางชนิด เช่น ฮอร์โมนอินซูลิน ฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนความเครียด และการพักผ่อนน้อย มีบทบาทสำคัญต่อการสะสมไขมัน และระบบเผาผลาญในร่างกาย หากฮอร์โมนไม่สมดุล อาจส่งผลให้ร่างกายกระตุ้นการเก็บไขมันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง และรอบเอว
- อายุที่เพิ่มขึ้นกระตุ้นการสะสมของไขมัน
อายุที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้เกิดการไขมันสะสมได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นมวลกล้ามเนื้อในร่างกายจะค่อย ๆ ลดลง และฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ช้าลง จึงอาจเกิดการสะสมไขมันส่วนเกินได้ไง หากยังมีพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตที่เหมือนเดิม
ไขมันสะสมเฉพาะจุด แก้ยากจริงหรือไม่
ไขมันสะสมเฉพาะจุด หรือไขมันดื้อ เป็นไขมันที่มักจะลดได้ยากกว่าการลดน้ำหนักแบบโดยรวม เนื่องจากร่างกายนั้นมีการเผาผลาญไขมันแบบโดยรวมทั่วร่างกาย ไม่สามารถเลือกเผาผลาญไขมันเฉพาะจุดได้ อย่างไรก็ตามหากปรับพฤติกรรมการกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และหมั่นออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ก็สามารถช่วยลดไขมัน และดูแลรูปร่างให้สมส่วนมากขึ้นได้
ไขมันกับปัญหาสุขภาพและรูปร่าง
ไขมันแม้ว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายในการช่วยปกป้องอวัยวะภายใน ช่วงรักษาอุณหภูมิในร่างกาย และเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในการดำรงชีวิต แต่หากมีไขมันสะสมที่มากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และรูปร่างได้
- ไขมันสะสมกับโรคเรื้อรัง
ไขมันสะสม โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง หากมีมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพอย่างโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ และสามารถส่งผลต่อระบบเผาผลาญ รวมถึงความสมดุลของฮอร์โมน ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
- ไขมันส่วนเกินกับความไม่มั่นใจ
ไขมันสะสม หรือไขมันส่วนเกินหากมีการสะสมที่มากเกินไป นอกจากจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพในระยะยาวแล้ว ยังส่งผลต่อรูปร่างหรือความมั่นใจอีกด้วย เนื่องจากไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาจทำให้รูปร่างเปลี่ยนแปลง เช่น ต้นแขนใหญ่ ต้นขาใหญ่ หรือเกิดพุง ซึ่งทำให้ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม และอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตใจร่วมด้วย

ลดไขมันอย่างไร ไม่ให้ระบบเผาผลาญพัง
ลดไขมันอย่างไร ไม่ให้ระบบเผาผลาญพัง
การลดไขมันสะสมที่ดีควรให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกาย โดยสามารถเน้นไปที่ความเหมาะสมของร่างกาย ความต่อเนื่อง ไม่หักโหมมากเกินไป เพื่อให้สามารถลดไขมันสะสมได้อย่างยั่งยืน และช่วยดูแลสุขภาพได้ในระยะยาว โดยวิธีลดไขมันสะสมอย่างเหมาะสม มีดังนี้
- การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อลดไขมัน
หากต้องการลดไขมันสะสมควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ไม่ทานจุบจิบ นอนหลับให้เพียงพอ ลดความเครียด หมั่นเคลื่อนไหวร่างกาย และไม่นั่งอยู่กับที่นานเกินไป ซึ่งจะช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายสามารถทำงานได้ดีขึ้น และช่วยลดโอกาสในการสะสมของไขมันในร่างกาย
- อาหารช่วยลดไขมัน ควรกินอะไร
การปรับพฤติกรรมการทานอาหารสามารถช่วยลดไขมันสะสมได้โดยตรง ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โปรตีนดี ไขมันดีจากธรรมชาติ ผักและผลไม้ที่มีใยอาหารสูง และควรลดอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันทรานส์ หรืออาหารแปรรูป และควรทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เพื่อควบคุมพลังงานที่ร่างกายควรได้รับให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม
- การออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญไขมัน
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยลดไขมันสะสมได้ การออกกำลังกายสามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญให้ทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล สามารถเลือกออกกำลังกายในรูปแบบที่ชื่นชอบ ไม่ต้องหักโหม จะช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และช่วยให้ไขมันลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เทคโนโลยีช่วยลดไขมัน ทางเลือกสำหรับคนลดเองยาก
สำหรับบางคนที่มีไขมันสะสมดื้อ หรือมีข้อจำกัดในการลดไขมันสะสมด้วยวิธีอื่น ๆ การใช้ตัวช่วยอย่าง เทคโนโลยีช่วยลดไขมัน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเสริมการดูแลรูปร่างได้ดีขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีช่วยลดไขมันถูกออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการไขมันสะสมเฉพาะจุด และช่วยกระชับสัดส่วน ทำให้รูปร่างดีขึ้นได้ไว ทั้งนี้ ควรทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพโดยรวม เพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพที่สูง
ตัวช่วยลดไขมันสะสม ไม่ต้องผ่าตัด
ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยดูแลรูปร่าง และลดไขมันสะสม ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และในเทคโนโลยีบางประเภทยังมีการพัฒนามาเพื่อช่วยลดไขมันส่วนเกิน ควบคู่กับการกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ สร้างกล้ามเนื้อ กระชับสัดส่วน และช่วยดูแลเรื่องผิว ซึ่งตัวช่วยลดไขมันสะสม ไม่ต้องผ่าตัด ที่ได้รับความนิยม เช่น
- Duo Slim Max
Duo Slim Max เป็นเทคโนโลยีลดไขมันและกระชับสัดส่วน โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ทำงานร่วมกับคลื่น Ultrasound ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ให้ผิวดูแน่น กระชับ และยังช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุด พร้อมกระชับสัดส่วน และลดเซลลูไลท์ โดยไม่ต้องผ่าตัด
- Oligio Body
Oligio Body เป็นการลดไขมันสะสมเฉพาะจุดโดยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ที่สามารถส่งพลังงานได้ถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันที่ความถี่ 6.78 MHz เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้น พร้อมลดไขมันสะสมเฉพาะจุดได้หลายส่วน โดยไม่ต้องผ่าตัด และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
- Fit Shape Body
Fit Shape Body ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Capacitive Resistive Monopolar Radiofrequency (CRMRF) ที่ความถี่ 448 kHz ในการช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อชั้นลึก ลดไขมันสะสมเฉพาะจุด และไขมันในช่องท้อง พร้อมช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สามารถช่วยดูแลร่างกายได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
- Fix Lift Body
Fix Lift Body เป็นเทคโนโลยีลดไขมันสะสมเฉพาะจุดโดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว พร้อมช่วยลดไขมันสะสม ให้สัดส่วนดูเล็กลง ผิวดูเรียบเนียน และกระชับมากขึ้น
- CoolSculpting
CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีลดไขมันสะสมเฉพาะจุดด้วยความเย็น (Cryolipolysis) โดยใช้ความเย็นในระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง แช่แข็งเซลล์ไขมันให้เกิดการตายอย่างถาวร จากนั้นเซลล์ไขมันที่ตายจะถูกขับออกตามกลไกขับของเสียของร่างกาย ช่วยลดไขมันเฉพาะจุด ให้สัดส่วนดูเล็กลง โดยไม่ต้องผ่าตัด และใช้ระยะเวลาพักฟื้นไม่นาน
- Body Firm
Body Firm เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง (HIFEM) เพื่อกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อในระดับลึกอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นการสร้างมวลกล้ามเนื้อ พร้อมลดไขมันสะสมไปพร้อมกัน นิยมใช้ในการสร้างซิกแพค กระชับสัดส่วน และเสริมความแข็งแรงให้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง สะโพก ต้นแขน และต้นขา โดยไม่ต้องผ่าตัด

เทคโนโลยีลดไขมันสะสม ลดไขมันส่วนไหนได้บ้าง?
เทคโนโลยีลดไขมันสะสม ลดไขมันส่วนไหนได้บ้าง?
เทคโนโลยีลดไขมันสะสมแบบไม่ต้องผ่าตัด ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุดหรือไขมันดื้อที่ลดได้ยาก ซึ่งเทคโนโลยีลดไขมันสะสม สามารถช่วยลดไขมันเฉพาะจุดได้หลายบริเวณในร่างกาย ดังนี้
- หน้าท้องและรอบเอว
หน้าท้องหรือเอว เป็นบริเวณที่มักพบไขมันสะสมได้บ่อย โดยเฉพาะไขมันหน้าท้องส่วนล่างหรือพุงหมาน้อย และบริเวณรอบเอวหรือห่วงยาง โดยเทคโนโลยีลดไขมันสะสมจะสามารถช่วยลดไขมันหน้าท้องให้ดูเรียบเนียนและสัดส่วนดูชัดเจนมากขึ้น
- ต้นแขน
ต้นแขน เป็นบริเวณหนึ่งในร่างกายที่มักจะมีไขมันสะสม ทำให้เกิดปัญหาแขนใหญ่ และเกิดความหย่อนคล้อย ทำให้ ขาดความมั่นใจเมื่อสวมใส่เสื้อแขนกุด โดยเทคโนโลยีลดไขมันสะสมจะช่วยลดไขมันต้นแขน พร้อมกระชับต้นแขนให้เล็กลง
- ต้นขาและสะโพก
ต้นขาและสะโพก โดยเฉพาะบริเวณต้นขาด้านใน ต้นขาด้านนอก และสะโพก ถือเป็นจุดที่ร่างกายสะสมไขมันได้ง่ายและลดได้ยาก โดยเฉพาะในผู้หญิง ทำให้เกิดปัญหาต้นขาใหญ่ ขาเบียด และเซลลูไลท์ โดยเทคโนโลยีลดไขมันสะสมจะช่วยลดให้ขาดูเรียว ลดเซลลูไลท์ ผิวดูกระชับขึ้น พร้อมปรับสัดส่วนช่วงต้นขาและสะโพกให้ดูสมดุลมากขึ้น
- หลังและปีกหลัง
ไขมันบริเวณหลังหรือปีกหลัง สามารถเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อสวมใส่เสื้อผ้ารัดรูปหรือบรา ทำให้หลาย ๆ คนขาดความมั่นใจในการแต่งตัว ซึ่งเทคโนโลยีลดไขมันสะสมสามารถช่วยลดปีกหลังให้ดูเล็กลง และผิวดูกระชับขึ้น
- ใต้รักแร้หรือนมน้อย
ไขมันใต้รักแร้หรือนมน้อย เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกรูปร่าง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดรูป โดยจะเห็นเป็นก้อนนูนบริเวณใต้รักแร้ที่ลดได้ยาก โดยเทคโนโลยีลดไขมันสะสมสามารถช่วยให้บริเวณรักแร้ดูเล็กลง ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น
- เหนียงใต้คางและกรอบหน้า
เหนียงใต้คางและกรอบหน้า เป็นไขมันสะสมที่อยู่บริเวณใบหน้า ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัด และมีคางสองชั้น โดยเทคโนโลยีลดไขมันสะสมสามารถช่วยลดไขมันเหนียง ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง และมีกรอบที่หน้าที่ชัดเจนมากขึ้น
เทคโนโลยีลดไขมันสะสม ไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับใคร
เทคโนโลยีลดไขมันสะสมแบบไม่ต้องผ่าตัด เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหาตัวช่วยในการดูแลรูปร่าง โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน และไม่อยากเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งผู้ที่เหมาะกับเทคโนโลยีลดไขมันสะสมแบบไม่ต้องผ่าตัด มีดังนี้
- ผู้ที่มีไขมันสะสมในปริมาณปานกลางหรือมีค่า BMI ต่ำกว่า 35
- เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา ใต้รักแร้ หรือรอบเอว ต้องการปรับรูปร่างให้ดูสมส่วน
- เหมาะกับคนที่ลดไขมันด้วยตัวเองแล้วเห็นผลช้า ที่แม้จะควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็มีไขมันดื้อลดยาก
- ผู้ที่ไม่สามารถลดไขมันด้วยวิธีปกติได้ เช่น ออกกำลังกายหนักไม่ได้ หรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ
- เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือมีเวลาจำกัด ไม่มีเวลาพักฟื้นนาน
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่าง ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างคงที่ และต้องการกระชับสัดส่วนให้ดูเล็กลง เช่น อยากให้หน้าท้องแบนขึ้น ต้นแขนหรือเอวดูเล็กลง โดยไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนักจำนวนมาก
- ผู้ที่มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง
ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีลดไขมันสะสมควรทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ ร่วมด้วย และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ใครบ้างที่อาจไม่เหมาะกับเทคโนโลยีลดไขมัน
แม้เทคโนโลยีลดไขมันสะสมแบบไม่ต้องผ่าตัด จะสามารถช่วยลดไขมัน และกระชับสัดส่วนให้ดูเล็กลง โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่การใช้เทคโนโลยีลดไขมันอาจจะไม่ได้เหมาะกับคนทุกกลุ่ม เนื่องจากในบางเทคโนโลยีอาจมีข้อจำกัดหรือข้อควรระวังในการใช้ ซึ่งกลุ่มที่อาจไม่เหมาะกับการใช้เทคโนโลยีลดไขมัน มีดังนี้
- ผู้ที่มีไขมันสะสมในปริมาณสูง หรืออยู่ในภาวะอ้วนมากและมีค่า BMI สูงกว่า 35
- ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์แบบเร่งด่วนและผลลัพธ์แบบถาวร โดยไม่ปรับพฤติกรรมร่วมด้วย
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือด โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคเกี่ยวกับระบบประสาท อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง หรือโรคผิวหนังในบริเวณที่ต้องการทำ เช่น การอักเสบ ผื่น แผลเปิด หรือการติดเชื้อ ควรรอให้ผิวหนังกลับมาปกติก่อน
- ผู้ที่ไม่พร้อมปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่นควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย เพราะอาจส่งให้ไขมันสะสมกลับมาอีกครั้งในระยะยาว
การทำความเข้าใจข้อจำกัดและความเหมาะสมของเทคโนโลยีลดไขมัน จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางในการดูแลรูปร่างได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการใช้บริการ ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีลดไขมันสะสมควรทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ ร่วมด้วย และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ไขมัน หากมีมากเกินไปอาจเกิดเป็นไขมันสะสมภายในร่างกาย และทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสุขภาพในระยะยาว ไขมันสะสมเฉพาะจุดทำให้รูปร่างเปลี่ยนไป ซึ่งอาจทำลายความมั่นใจของหลายคน การลดไขมันให้ได้ผลสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การลดไขมันด้วยตัวเอง หรือการใช้ตัวช่วยอย่าง เทคโนโลยีลดไขมันสะสมแบบไม่ผ่าตัด ที่จะช่วยให้การดูแลรูปร่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับใครที่สนใจอยากลดไขมันสะสมสามารถเข้ามาสอบถามที่ รมย์รวินท์คลินิกได้ทุกสาขา
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด