เลเซอร์กำจัดขน

หมวดหมู่:

รายละเอียดเพิ่มเติม

เลเซอร์กำจัดขน

 

สารบัญ

 

 

ทำความรู้จักกับขนก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน

 

ขนเป็นอวัยวะส่วนนึงของร่างกายที่มีความซับซ้อนเช่น คิ้ว หนวด เคราซึ่งมีหน้าที่การทำงานที่แตกต่างกันออกไป “ขน” จะเกิดขึ้นบริเวณหนังกำพร้าชั้นลึก ประกอบไปด้วย รูขุมขน รากขน และเส้นขน โดยรูขุมขนจะอยู่บริเวณหนังกำพร้าและหนังแท้ที่มีต่อมไขมันล้อมรอบทำให้เกิดรูปทรงของรากขน ซึ่งจะเรียงตัวแนวเฉียง จะมีเพียงเส้นขนเท่านั้นที่ยื่นออกมานอกผิวหนัง แต่ในปัจจุบันคนก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของขนมากขึ้น เนื่องด้วยไลฟ์สไตล์ อาชีพและความชอบส่วนตัว ทำให้คนมองหาวิธีการกำจัดขนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการถอน โกน แว็กซ์และเลเซอร์กำจัดขนนั่นเอง

 

เลเซอร์กำจัดขน

 

3 ระยะวงจรของเส้นขน

 

เรื่องวงจรชีวิตของขน ตั้งแต่การเติบโตจนหลุดร่วงออกไป โดยขนแต่ละบริเวณจะมีช่วงเวลาชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยหลักแล้ว จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะเติบโต (ANAGEN PHASE) เป็นช่วงที่เส้นขนมีการเจริญเติบโต มีการแบ่งเซลล์ และได้รับสารอาหารต่างๆ จากเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยง  โดยเส้นขนต่างๆ ในร่างกาย กว่า 85% มักอยู่ในระยะนี้ มีอายุได้นานประมาณ 3 ปี หากไม่มีปัจจัยภายนอกมากระทบ
  2. ระยะหยุดเจริญเติบโต (CATAGEN PHASE) เป็นระยะที่เส้นขนหยุดการเจริญเติบโต เส้นขนหลุดออกจากรูขุมขนทำให้ไม่ได้รับสารอาหารต่างๆ มาหล่อเลี้ยง และเริ่มเข้าสู่ระยะหลุดร่วง โดยระยะนี้จะมีระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น
  3. ระยะหลุดร่วง (TELOGEN) เป็นระยะสุดท้ายที่เส้นขนกำลังหลุดร่วงออกจากโคนขน มีระยะเวลาเฉลี่ย 1-3 เดือนและมีขนเส้นใหม่ขึ้นมาแทนที่ เป็นการกลับเข้าสู่ระยะ ANAGEN PHASE อีกครั้ง

วงจรของเส้นขนของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปตามส่วนต่างๆ ในร่างกายรวมไปถึง อิทธิพลจากฮอร์โมน ลักษณะของเส้นขนความหนาบาง ความเข้มและอ่อนของสีเส้นขน  หากใครกำลังมองหาวิธีการกำจัดขนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการแวกซ์หรือเลเซอร์กำจัดขนก็จะสามารถกำจัดขนได้เฉพาะระยะ ANAGEN และผลการรักษาที่ได้ในเรื่องของระยะเวลาที่ขนหายไป อาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละเทคโนโลยีและบริเวณของเส้นขนที่เลือกกำจัดออก

 

ทำไมต้องเลเซอร์กำจัดขนที่รมย์รวินท์คลินิก

 

การกำจัดขนถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผิวบริเวณนั่นดูสะอาด เรียบเนียน จึงทำให้หลายๆคนมองหาตัวช่วยในการกำจัดขนที่ประหยัดเวลา ได้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่ทำร้ายผิว ซึ่ง Romrawin ได้เลือกใช้เทคโนโลยีในการกำจัดขนอย่าง เลเซอร์กำจัดขน Gentle YAG ที่ส่งพลังงานลงลึกถึงรากขน กำจัดขนได้อย่างตรงจุดไม่ทำร้ายผิวหนังรอบๆ เส้นขนและที่สำคัญ Romrawin ยังมีการให้บริการทรีทเม้นต์ควบคู่กับการทำเลเซอร์กำจัดขน ที่มีชื่อว่า P-White ซึ่งมีส่วนช่วยอะไรบ้างนั้น เราไปทำความรู้จักกัน

P white เป็นทรีทเม้นท์ ultrasound ซึ่งทำหน้าที่ในการผลักวิตามินเข้าสู่ชั้นผิว โดยวิตามินเป็นสูตรเฉพาะของทาง Romrawin ทีได้คิดค้นและปรับสูตรให้เหมาะกับทุกสภาพผิว มีส่วนช่วยในการบำรุง ฟื้นฟูสภาพผิวจากการถูกทำร้ายและช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้น อีกทั้งยังให้ผลลัพธ์ดีที่เมื่อเทียบกับการทาครีมบำรุงถึง 3เท่า ซึ่งต้องบอกเลยว่านี้เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทาง Romrawin เลือกใช้ ไม่ใช้เพียงแค่กำจัดขนเท่านั่นแต่ Romrawin ยังให้ความสำคัญในเรื่องของการบำรุงเพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกลับไป

นอกจากนี้ Romrawin ยังมีทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ค่อยให้คำปรึกษาในการทำเลเซอร์กำจัดขนเพราะRomrawin ไม่ได้เพียงแต่กำจัดขนให้คนไข้แต่ยังใส่ใจถึงบริการและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่คนไข้จะได้รับจาก Romrawin  และนี้แหละเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้องเลเซอร์กำจัดขนที่ Romrawin Clinic

 

เลเซอร์กำจัดขน

 

เทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขน Gentle YAG

 

Gentle YAG Laser เป็นเลเซอร์ชนิด long pulse Nd:YAG  ที่มีความยาวคลื่น 1064 nm สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว และทุกสีผิว และยังสามารถใช้กับคนผิวคล้ำได้อีกด้วย โดย Gentle YAG มีระบบการพ่น Cryogen Spray ที่มีความเย็น -27oC ลงมาปกคลุมผิวหนังชั้นบนขณะยิงเลเซอร์กำจัดขนจึงทำให้ผิวหนังชั้นบนได้รับการปกป้องอย่างนุ่มนวล ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ไม่ทำให้เกิดรอยดำหลังจากการทำเลเซอร์ ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับระยะเวลาในการพ่น Cryogen Spray ได้ตามสภาพผิวหนังของคนไข้ในแต่ละราย

เลเซอร์กำจัดขน

 

การกำจัดขนมีกี่วิธี

 

ถ้าให้พูดถึง ขน ก็ต้องนึกถึงการกำจัดขนเพราะขนก็เป็นปัญหาขนกวนใจของหนุ่มสาวหลายๆคน ซึ่งวิธีการกำจัดขนก็มีหลากหลายวิธีที่แตกต่างกันออกไป แต่รู้ไหมว่าในแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันออกไป

  1.  การถอน เป็นทางเลือกแรกที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นอันดับต้นๆ ด้วยความที่ง่ายทำที่บ้านก็ได้ แถมสะดวกรวดเร็ว ราคาไม่สูง แต่ไม่ถนอมผิวเลย ยิ่งถอนบ่อยเสี่ยงเป็นขนคุด ตุ่มหนังไก่ได้ 
  2.  การโกน อีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก เรียบง่ายและรวดเร็วเช่นกัน แต่ข้อเสียคือ หลังจากโกนไปแล้ว 1-3 วัน ขนกลับมาขึ้นใหม่ค่อนข้างไว ต้องหมั่นโกนบ่อย เสี่ยงทำให้เกิดผื่นแดง ตุ่มนูน ระคายเคืองผิวและคันได้ง่าย
  3. การแว๊กซ์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้เช่นกัน มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและเย็น กำจัดขนหมดในครั้งเดียว แต่อาจทำให้เจ็บผิวอักเสบและเป็นขนคุดได้ง่าย
  4. ครีมกำจัดขน เป็นผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยมีส่วนประกอบของสารเคมีชนิดต่าง ๆ มีฤทธิ์เป็นด่างสูง  เมื่อสัมผัสกับเส้นขนแล้วก็จะเข้าไปทำลายเส้นขน ให้เส้นขนขาดออกจากรากขนและหลุดออกมาขณะที่รากขนก็ยังคงอยู่ตามเดิม โดยการกำจัดขนวิธีนี้เป็นวิธีการกำจัดขนแบบชั่วคราวและยังอาจเป็นอันตรายต่อผิวและทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อปัญหาผิวหนังตามมาได้อีกด้วย
  5. การเลเซอร์ เป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด และคนนิยมทำมากในปัจจุบัน เพราะสามารถกำจัดได้ถึงรากขนและยังถนอมผิว ช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้และทำให้ขนที่ขึ้นใหม่ค่อยๆบาง จนจางหายไปในที่สุด

 

เลเซอร์กำจัดขน

 

ข้อเสียของการกำจัดขนที่ผิดวิธี

 

การกำจัดขนด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถอน โกน แว็กซ์และการใช้ครีมกำจัดขน มักให้ผลลัพธ์ที่ค่อยข้างแตกต่างกันออกไปและในการกำจัดขนของแต่ละวิธีก็นำซึ่งปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ ได้แก่

  1. เกิดขนคุด เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ทำให้ผิวบริเวณที่มีขนนั้นมีชั้นผิวที่หนาขึ้น ส่งผลให้ขนที่ขึ้นใหม่ไม่สามารถแทงทะลุผิวหนังได้ ขนจึงงอกยาวขึ้นและม้วนงออยู่ใต้ชั้นผิว ดันให้ผิวบริเวณนั้นเป็นตุ่มขึ้น มีลักษณะเป็นจุดดำๆ เล็กๆ ขึ้นตามรูขุมขนทำให้ผิวหนังดูสากคล้ายหนังไก่ มักพบในผู้ที่มีผิวแห้งมากกว่าผิวมัน
  2. รูขุมขนอักเสบ เกิดจากการระคายเคืองที่รูขุมขนซึ่งเป็นผลจากการถอนหรือโกนเพื่อกำจัดขนเป็นประจำ เป็นสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนอักเสบตามมาได้
  3. จุดด่างดำตามร่างกาย มีลักษณะเป็นจุดแบนสีแดงจนถึงสีน้ำตาลเข้ม สาเหตุเกิดจากการอับเสบของผิวหนังเกิดจากการกำจัดขนด้วยวิธีการโกน แม้ว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่ก็สร้างความกวนใจให้สาวๆ ไม่น้อย
  4. เกิดรอยแผลเป็น การกำจัดขนด้วยวิธีโกน ถอน หรือใช้ครีมกำจัดขนบ่อยครั้ง อาจเกิดการอักเสบขึ้นและเกิดรอยแผลเป็นจากขนคุด หรือรอยแผลเป็นจากการแพ้ผื่นคันของครีมหรือเจลกำจัดขนได้ ซึ่งหากดูแลรักษาไม่ดีก็อาจส่งผลกระทบกับชั้นผิวภายนอกในระยะยาวได้ค่ะ

ด้วยปัญหาที่เกิดจากการกำจัดขนที่ผิดวิธีทำให้ส่งผลในเรื่องอื่นๆตามมาไม่จะเป็นเรื่องของความไม่มั่นใจ การแต่งตัวและอื่นๆ อีกด้วย

 

เลเซอร์กำจัดขน

 

เลเซอร์กำจัดขนมีกี่แบบ

 

เลเซอร์กำจัดขน เป็นอีกหนึ่งวิธีของการกำจัดขนที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากซึ่งกำลังถูกพูดอยู่นะตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเลเซอร์กำจัดขนหนวด รักแร้ บิกินี่ หรือแม้กระทั้งส่วนต่างๆของร่างกายที่มีเส้นขนคุณสามารถกำจัดออกไปได้ เพราะการเลเซอร์กำจัดขนเป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่ามากที่สุด โดยทำเพียงคอร์สเดียวก็สามารถจัดการกับปัญหาขนที่กวนใจคุณเป็นเวลานานได้อย่างดี แต่จะมีเลเซอร์หลายแบบและแต่ละตัวมีข้อจำกัดหรือเหมาะกับผิวแบบไหนบ้างลองไปทำความรู้จักกัน

  1. IPL (Intense Pulsed Light)  ต้องบอกก่อนว่า IPL ไม่ใช่เลเซอร์อย่างที่หลายๆคนเข้าใจกัน IPL เป็นเพียงแสงที่มีช่วงคลื่นแสงกว้าง ความยาวคลื่นเริ่มตั้งแต่ 420 นาโนเมตร ถึง 1,200 นาโนเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการกำจัดขนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมุ่คนไทย แต่ IPL เป็นเครื่องมือกำจัดขนที่ให้ผลลัพธ์ที่ไม่เด่น เสี่ยงเบิร์น เกิดผิวไหม้ได้และไม่สามารถกำจัดขนได้ลงลึกถึงรากขน เหมือนเลเซอร์กำจัดขนตัวอื่นๆ
  • เหมาะสำหรับ : คนที่มีผิวค่อนข้างขาว   
  • บริเวณที่นิยมทำ : ใบหน้า ขา หลัง บิกินี่ รักแร้ และส่วนที่บอบบาง 

2. Alexandrite Laser  เป็นคลื่นพลังงานเลเซอร์ที่มีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่ 755 nm โดยเป็นคลื่นเลเซอร์ที่ใช้ผลึกอเล็กแซนไดร์เป็นตัวกลางในการผลิตแสง ทำให้สามารถลงลึกได้ลึกกว่า และสามารถจับเม็ดสีได้ดีกว่าคลื่นพลังงานเลเซอร์แบบ Long-pulsed ruby laser และ IPL ทำให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดขนค่อนข้างดี

  • เหมาะสำหรับ :  คนที่มีผิวขาว ผิวโทนเหลือง แต่จะไม่เหมาะกับคนที่มีเส้นขนสีบลอนด์หรือสีแดง
  • บริเวณที่นิยมทำ : บริเวณกว้างๆ เช่น ขา

3. Diode laser เป็นคลื่นพลังงานเลเซอร์ที่มีช่วงความยาวของคลื่นค่อนข้างหลากหลาย โดยในปัจจุบันที่นิยมใช้นั้นมีช่วงคลื่นความยาวตั้งแต่ 800-810, 940, 1064-1350 nm เลเซอร์ Diode สามารถดูดซับเม็ดสีได้ค่อนข้างมาก และสามารถลงลึกถึงผิวหนังชั้นในส่วนลึกได้ จึงทำให้มีความสามารถในการกำจัดขนสูงเมื่อเทียบกับการใช้เลเซอร์ชนิดอื่นๆ

  • เหมาะสำหรับ :  คนที่มีผิวขาว ผิวสีกลาง แต่จะไม่เหมาะกับคนผิวแทน คนที่มีเส้นขนที่หนาและสีเข้มทำแล้วจะเห็นผลมากกว่าคนที่มีเส้นขนสีอ่อนๆ
  • บริเวณที่นิยมทำ : บริเวณแขน ขา และบริเวณกว้างๆ ไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์ที่ผิวหน้าหรือในบริเวณเล็กๆ

4. Gentle YAG Laser เป็นเลเซอร์ชนิด long pulse Nd:YAG ที่นิยมมากในไทยและยังเป็นเลเซอร์ตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งมีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่ 1,064 นาโนเมตร โดยจะปล่อยพลังงานในช่วงความถี่ที่สามารถทำลายรากขนโดยไม่ทำลายผิวหนังบริเวณข้างเคียงขณะยิงเลเซอร์ และในขณะที่ทำจะมีสเปรย์เย็นปล่อยออกมาเพื่อทำความเย็นให้กับผิวชั้นบนและปกป้องผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์ให้ปลอดภัย

  • เหมาะสำหรับ :  สามารถทำได้กับทุกสภาพผิว
  • บริเวณที่นิยมทำ : สามารถกำจัดขนได้ทุกบริเวณตามส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น รักแร้ หนวด บิกินี่ แขน และขา เป็นต้น

 

เลเซอร์กำจัดขนทำบริเวณไหนได้บ้าง

 

เลเซอร์กำจัดขนที่รมย์รวินท์เลือกใช้ สามารถกำจัดขนได้ทุกบริเวณ ด้วยเทคโนโลยี gentle yag ที่ส่งพลังลงลึกถึงรากขน และยังเป็นเลเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิวซึ่งตอบโจยท์กับความต้องการเรื่องของการกำจัดขนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ซึ่งการกำจัดขนในแต่ละบริเวณนั่นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวด้วยเช่นกัน

 

เลเซอร์กำจัดขนควรทำกี่ครั้ง

 

โดยปกติแล้วการทำเลเซอร์กำจัดขนจะต้องทำซ้ำ เนื่องจากขนของแต่ละส่วนของร่างกายขึ้นเป็นวงจรและมีความหนาบาง ความเข้มและอ่อนของเส้นขนที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเราทำการเลเซอร์กำจัดขนจะส่งพลังงานลงไปที่รากขน และเม็ดสีเหล่านี้จะทำการดูซับพลังงานความร้อนจนทำให้รากขนฝ่อลงและทำงานได้น้อยลง

ในการทำเลเซอร์แต่ละครั้ง ขนในช่วงระยะโตเต็มวัย ประมาณ 20-30% จะดูดซับพลังงานและฝ่อลง จึงทำให้ต้องมาทำซ้ำในบริเวณเดิมประมาณ 5-8 ครั้ง ขึ้นอยู่กับพื้นที่บริเวณที่ทำ สีของเส้นขน ลักษณะของเส้นขน เชื้อชาติของผู้ทำ อีกทั้งการทำในแต่ละครั้งควรห่างกันประมาณ 3-4 สัปดาห์ เพื่อผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

การทำเลเซอร์กำจัดขนจะเริ่มเห็นผลชัดเจน หลังจากการรักษาไปแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง โดยหลังจากการรักษาในแต่ละครั้ง ขนจะเริ่มหลุดออกมาประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดการรักษาครั้งที่ 5 ผู้เข้ารับบริการจะสังเกตได้ว่า เส้นขนบริเวณที่รักษาจะเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยเป็นเส้นบางๆ ซึ่งหลังจากนี้อาจมีการเว้นระยะเวลาในการทำเลเซอร์ห่างขึ้น เมื่อครบทั้ง 8 ครั้งแล้ว ผู้เข้ารับการรักษาบางรายอาจไม่มีขนขึ้นบริเวณนั้นๆ เลยถึง 2 ปี แต่ถ้าหากมีขนขึ้นก็จะเป็นเพียงขนอ่อนๆ ซึ่งสามารถกลับมารักษาซ้ำได้เป็นรายครั้ง ทั้งนี้ในการทำเลเซอร์แต่ละครั้ง ควรอยุ่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปรับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด

 

เลเซอร์กำจัดขน

 

การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน

 

การกำจัดขนด้วยเลเซอร์เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ว่าก่อนจะทำเลเซอร์กำจัดขนควรเตรียมตัวอย่างไรบางเพื่อผลลัพธ์ที่ดีหลังการทำเลเซอร์กำจัดขน ได้แก่

  1. งดการถอนขน โกนขน หรือแว็กซ์ขน ประมาณ 3-4 สัปดาห์ 
  2. งดสครับผิว ขัดผิวบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์กำจัดขน เพราะการสครัปผิวอาจทำให้ผิวถลอกเป็นแผลได้
  3. หลักเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน โดยไม่ควรให้ผิวบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์กำจัดขนถูกแสงแดด
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก็ให้เกิดการระคายเคืองซึ่งอาจส่งผลให้ผิวบริเวณที่ต้องการกำจัดขนอ่อนแอและไม่พร้อมกับการทำเลเซอร์กำจัดขน

 

เลเซอร์กำจัดขน

 

การดูแลหลังทำเลเซอร์กำจัดขน

 

ในการทำเลเซอร์กำจัดขน เพื่อให้ได้ผลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลรักษาหลังการทำเลเซอร์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้รับการรักษาควรเอาใจใส่ ได้แก่

  1. หลักเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์กำจัดขน โดยไม่ควรให้ผิวบริเวณที่ต้องทำเลเซอร์กำจัดขนถูกแสงแดดและทาครีมกันแดดบริเวณที่ทำเลเซอร์เพื่อป้องกันผิว
  2. งดกิจกรรมที่มีการใช้ความร้อน เช่น ซาวน่า โยคะร้อน อบไอน้ำ เป็นเวลา 2-3 วัน
  3. งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหลังการทำเลเซอร์กำจัดขนในช่วง 2 วันแรก เพื่อป้องการระคายเคืองบนผิวบริเวณที่ทำการเลเซอร์
  4. งดสครับผิว ขัดผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์กำจัดขน เพราะการสครัปผิวอาจทำให้ผิวถลอกเป็นแผลได้

 

เลเซอร์กำจัดขน

 

เลเซอร์กำจัดขน

 

เลเซอร์กำจัดขน

 

 

สอบถาม ปรึกษาการรักษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
080-1539000
080-1549000
Line@ : @Romrawinclinic

line