5 01 scaled

‘ลดพุง ลดโรค’ ให้ Coolsculpting เป็นตัวช่วยลดไขมันหน้าท้อง

____นอกจากปัญหาอ้วนลงพุงจะทำให้มีผลกระทบกับความมั่นใจในเรื่องรูปร่างแล้วการที่มีไขมันช่องท้องสะสมอยู่มากเกินไปก็ยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาอีกมากมาย ที่น่ากลัวมากๆคือเคยมีการศึกษาในงานวิจัยหนึ่งพบว่าผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงนั้นมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตจากโรคต่างๆมากกว่าคนที่เป็นโรคอ้วนจริงๆเสียอีก(งานวิจัยนี้ถูกนำเสนอโดย Dr. Francisco Lopez-Jimenez และทีมนักวิจัยอีก 8 คน เผยแพร่ใน European Society of Cardiology เมื่อปี ค.ศ.2012)

____ดังนั้นการตั้งเป้าหมายในการลดพุง จึงไม่ได้มีข้อดีแค่การกลับมาหุ่นดี ฟิต กระชับ ใส่เสื้อผ้าสวยเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้น มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นอีกด้วย

หัวข้อ … ‘ลดพุง ลดโรค’ ด้วย Coolsculpting

อ้วนลงพุงทำให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง ?

____อ้วนลงพุงมักมีสาเหตุมาจากการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุลเหมาะสม เช่น เครียด พักผ่อนน้อย กินแต่อาหาร Junk Food ไม่มีเวลาออกกำลังกาย จนทำให้เกิดอาการอ้วนลงพุงเพราะมีไขมันสะสมในช่องท้องมากเกินไป ซึ่งมีแนวโน้ม หรือมีความเสี่ยงให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมามากมาย ดังนี้

3 01
  • โรคเบาหวาน
    ไขมันในช่องท้องในคนที่มีภาวะอ้วนลงพุง ทำให้ตับอ่อนจะผลิตอินซูลินได้ไม่ดีเหมือนคนทั่วไป เนื่องจากตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินออกมาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อการผลิตอินซูลินผิดปรกติไปจึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด 
    ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงนั้นจะมีระดับไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือดสูง เป็นผลให้ผนังหลอดเลือดในร่างกายมีขนาดที่หนาขึ้น จนเกิดการอุดตันในที่สุด เมื่อเลือดไหลเวียนไม่สะดวกก็จะส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจได้
  • โรคหอบหืด
    จากการศึกษาพบว่าคนที่อ้วนลงพุงนั้นจะมีประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลง ทำให้อัตราการหายใจลดลงไปด้วย ซึ่งเมื่อเกิดอาการนี้อย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้ทางเดินหายใจหดแคบลง และทำให้เกิดโรคหอบหืดตามมาได้
  • โรคกรดไหลย้อน
    การที่มีไขมันช่องท้องสะสมอยู่มากส่งผลให้ความดันในร่างกายบริเวณช่องท้องมากขึ้นด้วย เกิดการไปดันที่กระเพาะอาหาร ทำให้กรดในกระเพาะอาหารถูกดันไหลย้อนออกมาทางหลอดอาหารได้
  • โรคไขมันพอกตับ
    เกิดจากพฤติกรรมที่กินแป้ง น้ำตาล และไขมันมากจนเกินไป ทำให้ตับมีปริมาณไขมันสะสมอยู่มาก จนส่งผลให้เกิดอาการไขมันพอกตับได้ในที่สุด
  • โรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์
    จากการศึกษาพบว่าคนที่มีภาวะอ้วนลงพุงจะมีจำนวนเซลล์สมองน้อยกว่าคนปรกติ สาเหตุเกิดจากการที่เลือดไม่สามารถขึ้นไปเลี้ยงสมองได้สะดวกเนื่องจากมีไขมันอุดตันในเส้นเลือด สมองจึงอยู่ในภาวะที่ไม่ได้รับออกซิเจนได้อย่างเต็มที่เป็นระยะเวลานาน จนเซลล์สมองเสื่อม จึงก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ตามมาได้
  • โรคข้อเสื่อม
    ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงมักมีน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน อีกทั้งสรีระที่มีพุงยื่นไปข้างหน้า และหลังแอ่น ทำให้การลงน้ำหนักที่ข้อสะโพก ข้อเข่า และข้อเท้า เวลายืน หรือเดิน ผิดเพี้ยนไป ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคข้อเสื่อมได้เร็วขึ้น

รู้ได้อย่างไรว่าเราอ้วนลงพุงหรือยัง ?

4 01

____เราสามารถประเมินตัวเองได้ด้วยวิธีง่ายๆ ว่าเราอ้วนลงพุงแล้วหรือยัง โดยการวัดส่วนสูง น้ำหนักตัว และเส้นรอบเอว แล้วนำมาพิจารณาตามเกณฑ์ต่างๆดังนี้ค่ะ

  • ดูว่าน้ำหนักตัวเกินหรือไม่เมื่อเทียบกับส่วนสูง
    วิธีนี้ง่ายมาก นำส่วนสูงของเรา (เซนติเมตร) ตั้ง ลบด้วย 100 ในผู้ชาย และลบด้วย 110 ในผู้หญิง ก็จะได้ออกมาเป็นน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ที่เหมาะสมกับคุณ
    ตัวอย่าง เช่น ผู้หญิงสูง 159 เซนติเมตร น้ำหนักที่เหมาะสมคือ 159-110 = 49 กิโลกรัม หากคุณหนัก 55 กิโลกรัม ก็ถือว่าน้ำหนักเกินเกณฑ์ไปมากนั่นเอง
  • ดูจากดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index)
    ค่าดัชนีมวลกายหาได้จาก น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง
    ดัชนีมวลกาย (BMI)  = น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)2
    ____🡪 คำนวณแล้วได้น้อยกว่า 18.5 กิโลกรัม/เมตร หมายถึง ผอม
    ____🡪 คำนวณแล้วได้ 18.5 – 22.9 กิโลกรัม/เมตร หมายถึง อยู่ในเกณฑ์ปรกติ
    ____🡪 คำนวณแล้วได้มากกว่า 22.9 ขึ้นไปถึง 24.9 กิโลกรัม/เมตร หมายถึง น้ำหนักเกิน
    ____🡪 คำนวณแล้วได้มากกว่า 25 กิโลกรัม/เมตร ขึ้นไป หมายถึง อ้วน
  • ดูจากเส้นรอบเอว
    • ผู้หญิง : ควรมีเส้นรอบเอว(วัดระดับสะดือ) ไม่เกิน 80 เซนติเมตร หรือประมาณ 32 นิ้ว 
    • ผู้ชาย : ควรมีเส้นรอบเอว(วัดระดับสะดือ) ไม่เกิน 90 เซนติเมตร หรือประมาณ 36 นิ้ว
      ซึ่งการใช้เกณฑ์การวัดเส้นรอบเอวในการวินิจฉัยว่าอ้วนลงพุงนี้ จะต้องใช้เกณฑ์อื่นๆเพิ่มเติมด้วย คือ
      • มีความดันโลหิต 130/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป
      • มีน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป 
      • มีคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ต่ำกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

ลดพุงด้วยวิธีไหนได้บ้าง ?

____ภาวะอ้วนลงพุงนั้นส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกายมากกว่าที่คิด การวางแผนลดพุงก็เหมือนเป็นการกลับมาดูแลตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยค่อยๆปรับพฤติกรรมที่ไม่ดีแบบเดิมๆของตัวเองให้ดีขึ้นอย่างมีเป้าหมาย ซึ่งอาจจะต้องอาศัยเวลาและความมานะอดทนอยู่บ้างจึงจะประสบผลสำเร็จ แต่เชื่อเถอะว่าความพยายามครั้งนี้ของคุณจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นมากมายทีเดียว

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
    เริ่มจัดการกับปัญหาอ้วนลงพุงด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเป็นอันดับแรก โดยศึกษาหาข้อมูลเรื่องของการควบคุมอาหารด้วยวิธีต่างๆอย่างเช่นวิธีการคำนวนแคลอรี่ในแต่ละวัน กินให้น้อยกว่าที่ใช้ โดยจะต้องคำนึงอยู่เสมอว่าต้องได้รับสารอาหารครบ 5 ในทุกๆวัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารแปรรูป ลดปริมาณไขมัน และคาร์โบไฮเดรต เน้นรับประทานโปรตีน ผักผลไม้ที่มีกากใยสูง
  • ออกกำลังกายลดพุง
    สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ควรเริ่มต้นจากเป้าหมายแรกคือดึงไขมันส่วนเกินออกมาใช้ด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic) หรือแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนในการช่วยเผาผลาญไขมันไปใช้เป็นพลังงาน 

____แต่ขอเน้นย้ำนิดนึงค่ะว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอในแต่ละครั้งจำเป็นต้องมีความต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 25-30 นาที เพราะกระบวนการเผาผลาญไขมันจะเกิดขึ้นตั้งแต่ในนาทีที่ 10 ขึ้นไปเท่านั้น หากใช้เวลาน้อยกว่านี้ก็แทบจะไม่มีการเผาผลาญไขมันเกิดขึ้นเลยค่ะ ซึ่งคุณสามารถเลือกกิจกรรมที่ชอบเพื่อให้สามารถอยู่กับ มันได้นานๆ เช่น เต้นแอโรบิค ว่ายน้ำ วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ก็ได้ เพราะล้วนเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอทั้งสิ้น และควรออกกำลังกายแบบนี้ทุกวันเป็นประจำสม่ำเสมอ หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วันค่ะ

____เมื่อออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอผ่านไปสัก 3-4 สัปดาห์ หรือเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น มีความทนทานมากขึ้นแล้ว ก็สามารถเริ่มออกกำลังกายแบบ Weight Training ได้ ซึ่งเวทเทรนนิ่ง (Weight Training) คือการออกกำลังกายแบบแอนแอโรบิค (Anaerobic) เป็นการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน ยกตัวอย่างเช่น การเล่นเวท ยกน้ำหนัก หรือออกกำลังกายแบบใช้แรงต้าน การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งกล้ามเนื้อเป็นเสมือนกับเตาเผาไขมันชั้นดีในร่างกายของเรา เมื่อเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณไขมันในร่างกายจะลดลงเรื่อยๆตามไปด้วยค่ะ

  • พักผ่อนคลายเครียดบ้าง 
    อุปสรรคขวากหนามตัวสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ ‘ความเครียด’ ไม่ว่าจะสะสมมาจากการทำงานในชีวิตประจำวัน หรือเกิดจากการกดดันตัวเองในการทำโปรแกรมลดน้ำหนัก ความเครียดอาจจะทำให้คุณลดพุงไม่สำเร็จก็เป็นได้
    ____
    เมื่อเกิดความเครียดขึ้นร่างกายจะหลังฮอร์โมนที่ชื่อว่า ‘คอร์ติซอล’ ออกมาจากต่อมหมวกไต ซึ่งถ้าฮอร์โมนตัวนี้หลั่งออกมาเยอะมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อของเราเป็นอย่างมาก เพราะฮอร์โมนคอร์ติซอลจะปรับระดับน้ำตาลในเลือดของเราจนต่ำเกินไป จนทำให้ร่างกายรู้สึกหิว และอยากกินอาหารตลอดเวลา โดยเฉพาะของหวานต่างๆ ยิ่งทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ยากขึ้น 
    ____
    นอกจากจะทำให้กินเยอะขึ้น อยากของหวานมากขึ้นแล้ว ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่หลั่งออกมามากเกินไป ก็จะให้การทำงานของระบบเผาผลาญแปรปรวน เผาผลาญมวลกล้ามเนื้อไปด้วย เมื่อสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ก็ยิ่งทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายแย่ลงไปอีก
    ____
    ท่องไว้ว่า พักบ้าง สนุกบ้าง คลายเครียดบ้าง ยิ่งทำให้สำเร็จไวขึ้นค่ะ
  • นอนหลับให้เพียงพอ 
    การนอนหลับพักผ่อนอย่างมีคุณภาพมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบเผาผลาญเป็นอย่างมาก เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอจะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ลดลง และระดับฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) เพิ่มขึ้น เมื่อฮอร์โมนที่ทำให้เบื่ออาหารลด บวกกับฮอร์โมนที่ทำให้อยากอาหารเพิ่ม ก็จะส่งผลให้มีความอยากกินอาหารมากขึ้นนั่นเอง
    ____
    อีกทั้งการนอนไม่พอยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ในส่วนที่ควบคุมความอยากอาหาร ให้มีการส่งสัญญาณไปที่กระเพาะอาหารว่ารู้สึกหิว ทำให้คนพักผ่อนไม่เพียงพอจะรู้สึกหิวตลอดเวลา

ลดพุงได้ไว ทันใจยิ่งขึ้น
ด้วยเทคโนโลยี Coolsculpting @Romrawin Clinic

____หากคุณต้องการตัวช่วยในการลดไขมัน ลดพุงให้ได้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น คุณสามารถเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อช่วยวางแผนหาวิธีการลดพุงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ รวมถึงวางโปรแกรมโดยใช้เทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็นในการรักษาก็จะช่วยให้ไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องหายไปไวยิ่งขึ้น

____ที่ Romrawin Clinic เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็น พร้อมกันนั้นยังได้ออกแบบโปรแกรม Fat Freezing by Coolsculpting ที่คิดค้นรูปแบบการรักษาขึ้นมาโดยใช้เทคนิคเฉพาะตัวของทีมแพทย์รมย์รวินท์ คลินิก เพื่อให้สามารถสลายไขมันออกไปอย่างได้ผลตรงจุดที่สุด และปลอดภัยสูงสุด

  • กำจัดไขมันด้วยความเย็น
  • ฉีดสลายไขมัน ดีไหม
  • กำจัดไขมันด้วยความเย็น
  • ฉีดสลายไขมันต้นแขน
  • ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง pantip
  • ฉีดสลายไขมัน หน้าท้อง
  • Fat Freezing by Coolsculpting : เป็นโปรแกรมที่ใช้เทคโนโลยีสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นจุดเยือกแข็ง ที่อุณหภูมิ -11 องศาเซลเซียส เหมาะมากกับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินเฉพาะส่วนที่สะสมบริเวณหน้าท้อง สะโพก ต้นแขน ต้นขา ปีกหลัง เหนียงคอ หรือคางสองชั้น Coolsculpting เป็นนวัตกรรมสลายไขมันที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน US FDA จากสหรัฐอเมริกา จึงมีความปลอดภัยสูง เป็นนวัตกรรมที่ช่วยสลายไขมันได้โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดดูดไขมัน ไม่ต้องพักฟื้น
    ____
    หลักการทำงานของเครื่องจะเป็นการปล่อยพลังงานความเย็นจัดในระดับจุดเยือกแข็งเข้าไปที่เซลล์ไขมัน ซึ่งได้มีการศึกษามาแล้วพบว่า เซลล์ไขมันไม่สามารถทนอยู่ในสภาวะเย็นจัดได้ และจะเข้าสู่กระบวนการ Apoptosis เร็วขึ้นหลายเท่าตัว คือค่อยๆเสื่อมสลาย ตายไปในที่สุด และร่างกายจะกำจัดออกไปตามธรรมชาติ
    ____
    ผลที่ได้รับจากการทำโปรแกรมสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์คือ เซลล์ไขมันสลายตายไปอย่างถาวร หากคนไข้ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ก็จะสามารถคงรูปร่างที่ดีไว้ได้ตลอด
06 100

____สิ่งสำคัญที่จะทำให้เป้าหมายในการลดพุง ลดโรคของคุณสำเร็จได้ก็คือใจที่ไม่ท้อ และมีความมุ่งมั่นมากพอ เพราะความสำเร็จนั้นอาจจะไม่ได้ดั่งใจในข้ามวัน ต้องอาศัยเวลา ความมีวินัย และความอดทน ดังนั้นจึงควรหาวิธีผ่อนคลาย และให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ รับรองว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแน่นอนค่ะ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
สามารถปรึกษาเราได้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก

📱 โทร.080-1539000 และ  080-1549000
📮 Line@ : @Romrawinclinic

line

Similar Posts