กระชับสัดส่วน

Oligio คืออะไร? ทางลัดกู้ผิวหย่อนคล้อย ยกกระชับผิว กรอบหน้าชัด ต่างจากเครื่องไหม?

Oligio คืออะไร

ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวไม่กระชับ เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของผิวที่หลายคนเริ่มกังวล ทำให้หลายคนมองหาตัวช่วยที่กู้ผิวหย่อนคล้อย พร้อมฟื้นฟูผิวให้ดูแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่า Oligio คืออะไร ทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร และแตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นอย่างไร เพื่อช่วยให้สามารถเลือกดูแลผิวได้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น

 

Oligio คืออะไร

Oligio คืออะไร

 

Oligio คืออะไร

Oligio คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF โดยใช้ความถี่ 6.78 MHz พลังงานจะถูกส่งลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว เพื่อช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว ทั้งยังช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้น นอกจากนี้ Oligio ยังสามารถช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น แก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า ให้ได้สัดส่วนมากขึ้นใน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและฟื้นฟูผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

 

หลักการทำงานของ Oligio คืออะไร

Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ที่ความถี่ 6.78 MHz โดยสามารถปล่อยความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) ประมาณ 3 mm. และมีโหมดการทำงานทั้งหมด 3 โหมด คือ โหมดเดี่ยว โหมดคู่ และโหมดอัตโนมัติ ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดไขมันสะสมเฉพาะจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระบวนการทำงานของ Oligio แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

  • การปล่อยพลังงาน (Energy Delivery)

Oligio จะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่ 6.78 MHz ผ่านหัวทิปลงสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat) พลังงานสามารถกระจายได้ทั่วถึงในบริเวณที่ทำ โดยพลังงาน RF จะสามารถกระจายได้ทั่วถึงในบริเวณที่ทำ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบ ๆ

  • ความร้อนกระตุ้นผิว (Thermal Effect)

Oligio จะส่งพลังงานความร้อนลงไปถึงชั้นผิวที่อุณหภูมิประมาณ 40–60 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเดิมใต้ชั้นผิวเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวดูตึงและกระชับขึ้นหลังทำ ระหว่างการทำ Oligio มีระบบทำความเย็น (Cooling System) เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิผิวชั้นบนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสที่ผิวจะเบิร์นจากความร้อน ช่วยให้การยกกระชับผิวสบายผิวมากขึ้น

  • กระตุ้นการจัดเรียงคอลลาเจนใหม่

เมื่อคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วง 3–6 เดือน ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

 

หัวทิปของยกกระชับ Oligio คืออะไรบ้าง?

Oligio คืออะไร เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่มีหัวทิป (Tip) ให้เลือก 2 ขนาด เพื่อรองรับการยกกระชับผิวในแต่ละบริเวณได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • Oligio Face Tip ขนาด 4 cm²

หัวทิปขนาดใหญ่ขนาด 4 cm² เหมาะสำหรับบริเวณที่มีพื้นที่กว้าง เช่น แก้ม กรอบหน้า หน้าผาก และลำคอ เพราะสามารถกระจายพลังงาน Monopolar RF ได้อย่างทั่วถึง ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย พร้อมทั้งช่วยลดไขมันสะสมในบริเวณที่ต้องการ ให้ผิวดูแน่น กระชับ และเรียบเนียนมากขึ้น

  • Oligio Eye Tip ขนาด 0.25 cm²

หัวทิปขนาดเล็กพิเศษขนาด 0.25 cm²  เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น รอบดวงตา ใต้ตา หรือมุมปาก และบริเวณที่มีผิวบอบบาง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยร่องตื้น ให้ผิวดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น

 

ยกกระชับ Oligio ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?

ยกกระชับ Oligio ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?

 

ยกกระชับ Oligio ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?

Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวพร้อมลดไขมันเฉพาะจุด ที่สามารถดูแลได้หลายบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น บริเวณใบหน้า และบริเวณลำตัว ทำให้สามารถช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น ดังนี้

  • บริเวณแก้ม ช่วยดูแลผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย พร้อมปรับให้รูปหน้าดูเรียว และผิวดูกระชับมากขึ้น
  • บริเวณกรอบหน้าและใต้คาง (เหนียง) ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น และปรับรูปหน้าให้ดูได้สัดส่วนยิ่งขึ้น
  • บริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้ว ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ลดเลือนริ้วรอยที่เห็นได้ชัดในจุดที่มีการแสดงสีหน้า
  • บริเวณรอบดวงตาและใต้ตา ใช้หัวทิปขนาดเล็กเพื่อดูแลผิวที่บอบบาง ช่วยให้ผิวนี้ดูเรียบขึ้นและสดใสขึ้น
  • บริเวณมุมปากและร่องข้างปาก ช่วยให้ผิวบริเวณรอบปากดูแน่นกระชับขึ้น และช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์
  • บริเวณลำคอ ช่วยฟื้นฟูผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย ให้ผิวบริเวณลำคอดูเรียบและกระชับมากขึ้น
  • บริเวณลำตัว ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย และลดไขมันสะสมเฉพาะจุด ให้สัดส่วนบริเวณนั้น ๆ และดูกระชับขึ้น

ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัญหาและโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ เพื่อวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม ก่อนเข้ารับการบริการ

 

Oligio ช่วยอะไรบ้าง?

Oligio เป็นเทคโนโลยีที่เน้นการยกกระชับ ฟื้นฟูผิว และลดไขมันสะสมเฉพาะจุด จึงสามารถดูแลผิวได้อย่างครอบคลุมในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและดูแข็งแรงขึ้น
  • ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้ม เหนียง และกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น
  • ช่วยลดริ้วรอยร่องตื้นบริเวณในหน้า เช่น หน้าผาก รอบดวงตา และมุมปาก ให้ดูจางลง ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยยกกระชับผิวให้ดูกระชับ และมีความแน่นมากขึ้น
  • ช่วยให้ผิวหน้าและลำคอดูแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นโดยรวม
  • ช่วยฟื้นฟูผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย ให้กลับมาดูกระชับและเรียบเนียนมากขึ้น

ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัญหาและโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ เพื่อวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม ก่อนเข้ารับการบริการ

 

Oligio ยกกระชับผิว เหมาะกับใครบ้าง?

Oligio ยกกระชับผิว เหมาะกับใครบ้าง?

 

Oligio ยกกระชับผิว เหมาะกับใครบ้าง?

 Oligio จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการยกกระชับผิวที่ออกแบบมาให้เหมาะกับหลายสภาพผิว จึงเหมาะสำหรับกลุ่มคนดัง ต่อไปนี้

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย
  • ผู้ที่อยู่ในช่วงอายุประมาณ 25–35 ปี และต้องการเริ่มต้นดูแลผิวเชิงป้องกัน
  • ผู้ที่เริ่มสังเกตริ้วรอยตื้น หรือความไม่กระชับในบางจุด เช่น ร่องแก้ม หรือหางตา
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูตึงขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ โดยไม่ได้เน้นปรับรูปหน้าอย่างชัดเจน
  • ผู้ที่มีกรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเล็กน้อย แต่ยังไม่มีไขมันสะสมมาก
  • ผู้ที่มองหาทางเลือกที่ใช้เวลาทำไม่นาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ผู้ที่ต้องการการดูแลผิวแบบรู้สึกสบายผิว ไม่เน้นพลังงานที่เข้มข้นเกินไป
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อชะลอสัญญาณผิวเสื่อมในระยะยาว

ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัญหาและโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ เพื่อวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม ก่อนเข้ารับการบริการ

 

ขั้นตอนการทำ Oligio คืออะไร มีอะไรบ้าง?

Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว พร้อมลดไขมัน โดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้การทำใช้เวลาไม่นาน และใช้เวลาพักฟื้นน้อย หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  • ปรึกษาและประเมินสภาพผิว

แพทย์จะทำการวิเคราะห์สภาพผิว เช่น ระดับความหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือความไม่กระชับในแต่ละบริเวณ เพื่อวางแผนการรักษา รวมถึงกำหนดจำนวนช็อตและระดับพลังงานที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล 

  • ทำความสะอาดผิว และเตรียมผิวก่อนเริ่มทำ 

จากนั้นจะทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อขจัดเครื่องสำอาง ความมัน และสิ่งสกปรก ช่วยให้พลังงาน RF สามารถลงสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นแพทย์จะทำการติดแผ่นสื่อ (Grounding Pad) บริเวณหลัง และเริ่มทาเจลบนบริเวณที่ต้องการยกกระชับ เพื่อช่วยนำพลังงานและลดความร้อนสะสมบนผิวชั้นบน

  • เริ่มทำการยกกระชับด้วย Oligio 

แพทย์จะใช้หัวเครื่องวางลงบนผิวบริเวณที่ต้องการทำ และทำการปล่อยพลังงานตามจำนวนช็อตที่วางแผนไว้ ซึ่ง Oligio จะมีระบบ Cooling และระบบสั่น สามารถช่วยให้ความรู้สึกสบายผิวระหว่างทำ โดยขณะทำจะรู้สึกอุ่น ๆ สลับกับความเย็นจากหัวเครื่อง

  • ระยะเวลาและผลลัพธ์

โดยขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน โดยผลลัพธ์บางส่วนจะเริ่มสังเกตได้หลังทำ และจะค่อย ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นภายใน 3–6 เดือน 

 

ดูแลผิวหลังทำ Oligio อย่างไร ?

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดดเป็นประจำ

ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังทำ และหมั่นทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ เป็นประจำทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV และมลภาวะภายนอก

  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ

หลังทำ Oligio ควรเติมความชุ่มชื้นให้ผิวโดยใช้มอยส์เจอไรเซอร์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปลอบประโลมผิว เพื่อช่วยรักษาสมดุลผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและฟื้นตัวได้ดีขึ้น

  • หลีกเลี่ยงความร้อนสะสมในช่วงแรก

ในช่วงแรกหลังทำ Oligio ประมาณ 1–2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวได้รับความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือทรีตเมนต์ร้อนต่าง ๆ เพื่อลดโอกาสที่ผิวจะระคายเคือง

  • ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน

หลังทำ Oligio ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวแรง ๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เพื่อให้ผิวได้พักและฟื้นฟูอย่างเต็มที่

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

หลังทำ Oligio ควรดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผิวสามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้น ซึ่งการดูแลผิวอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผิวดูกระชับ เรียบเนียน และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานมากขึ้น

 

ผลข้างเคียงของ Oligio มีอะไรบ้าง ?

โดยทั่วไป Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว และช่วยลดไขมันใต้ชั้นผิว โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ แต่หลังทำอาจมีอาการเล็กน้อยที่พบได้ในบางราย เช่น

  • ผิวแดงหรือรู้สึกอุ่นบริเวณที่ทำ ซึ่งเกิดจากผิวบริเวณที่ทำได้รับพลังงานความร้อน โดยอาการมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายใน 1-2 ชั่วโมง
  • ผิวแห้งหรือลอกเล็กน้อย แนะนำให้บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นและให้ผิวกลับมาสมดุล
  • อาการระบมหรือบวมเล็กน้อย ในบางกรณีอาจมีอาการระบมหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 5-7 วัน

ทั้งนี้ หากมีอาการผิดปกติอื่น ๆ หรืออาการที่ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ โดยการดูแลผิวหลังทำอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการเหล่านี้และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น

 

Oligio แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับอื่นอย่างไร ?

Oligio แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับอื่นอย่างไร ?

 

Oligio แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับอื่นอย่างไร ?

Oligio คืออะไร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิว นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยียกกระชับผิวหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน โดยความแตกต่างสำคัญจะอยู่ที่ ชั้นผิวที่พลังงานลงลึก และลักษณะของพลังงานที่ใช้ ดังนี้

Oligio VS Ultherapy

  • Ultherapy ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส (MFU) ที่สามารถส่งพลังงานลงได้ลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างผิวที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ช่วยยกกระชับผิวในระดับโครงสร้าง พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน Ultherapy จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวให้ดูชัดขึ้น เช่น แก้ปัญหาหน้าตก หรือผิวหย่อนคล้อยระดับลึก 
  • Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ที่กระจายตัวในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้ผิวแน่นกระชับ ยกกระชับผิว พร้อมลดไขมันสะสมเฉพาะจุด

Oligio VS Ultraformer 

  • Ultraformer ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส (HIFU) พลังงานสามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างผิว ช่วยยกกระชับผิว พร้อมลดไขมันเฉพาะจุด จึงเหมาะกับการยกกระชับโครงหน้าในระดับลึก และผู้ที่มีเหนียง แก้มห้อย ต้องการให้กรอบหน้าชัดขึ้น
  • Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ที่กระจายตัวในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ รูขุมขนเล็กลง พร้อมลดไขมัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ต้องการกระชับผิว

Oligio VS Hifu

  • HIFU  (High Intensity Focus Ultrasound) ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงสามารถลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อเน้นการยกกระชับโครงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับ หรือแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย
  • Oligio ใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) สามารถลงได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ และไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวดูกระชับ แน่นขึ้น และช่วยลดไขมันเฉพาะจุด ทำให้หน้าดูเรียวขึ้น

Oligio VS Volnewmer

  • Volnewmer ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ที่สามารถส่งความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและช่วยให้ผิวแน่นขึ้น ลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย และลดไขมันเฉพาะจุด ทั้งยังมีระบบทำความเย็น (Cooling System) เพื่อช่วยให้สบายผิวระหว่างทำ 
  • Oligio ใช้พลังงานแบบ Monopolar RF ที่ส่งความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่น และกระชับขึ้น ทั้งยังมีระบบทำความเย็น (Cooling System)  เพื่อช่วยปกป้องผิวชั้นบนจากพลังงานความร้อน และทำให้สบายผิวระหว่างทำ 

 

Oligio คืออะไร ควรทำกี่ช็อต กี่ครั้ง?

ทำ Oligio กี่ช็อต กี่ครั้งถึงเห็นผล ? จำนวนช็อต (Shots) และจำนวนครั้งในการทำ Oligio จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว ความหย่อนคล้อย บริเวณที่ต้องการทำ และผลลัพธ์ที่คาดหวังของแต่ละบุคคล ดังนั้น ก่อนทำควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะสม

จำนวนช็อตที่แนะนำในแต่ละบริเวณ

โดยทั่วไปมักแนะนำให้ทำ Oligio เริ่มต้นที่ประมาณ 300 shots ขึ้นไป และปรับเพิ่มตามปัญหาผิวในแต่ละจุด เช่น

  • 600 shots ขึ้นไป (ทั่วใบหน้า) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวโดยรวม เช่น กระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว และลดไขมันบางส่วน
  • 600–900 shots (บริเวณแก้ม) สามารถช่วยยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันบริเวณแก้มได้
  • 600–1,200 shots (เหนียง/กรอบหน้า) เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสม หรือผิวหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางและกรอบหน้า ต้องการให้กรอบหน้าชัดขึ้น
  • ประมาณ 600 shots (ลำคอ) ช่วยให้ผิวบริเวณลำคอดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น

ควรทำกี่ครั้ง? โดยทั่วไป Oligio สามารถทำประมาณ 1 ครั้ง จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในบางส่วน จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 3–6 เดือน หากต้องการคงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง มักแนะนำให้ทำซ้ำ ทุก 6–12 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล

 

ทำ Oligio ที่คลินิกไหนดี? เลือกรมย์รวินท์คลินิกยกกระชับมั่นใจได้มาตรฐาน

ทำ Oligio ที่คลินิกไหนดี? เลือกรมย์รวินท์คลินิกยกกระชับมั่นใจได้มาตรฐาน

 

ทำ Oligio ที่คลินิกไหนดี? เลือกรมย์รวินท์คลินิกยกกระชับมั่นใจได้มาตรฐาน

การเลือกคลินิกเพื่อทำ Oligio ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ราคา แต่ควรพิจารณาถึงความเชื่อมั่นและมาตรฐานของสถานพยาบาล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และไม่เป็นอันตรายต่อผู้รับบริการ ที่รมย์รวินท์คลินิก เราให้ความสำคัญกับปัจจัยหลักที่ช่วยตอบโจทย์ทุกสภาพผิว ดังนี้

  • สถานพยาบาลได้มาตรฐาน

รมย์รวินท์คลินิกเป็นสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และแสดงข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจในมาตรฐานการให้บริการ

  • แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพ

แพทย์ผู้ให้บริการควรมีใบประกอบวิชาชีพ และสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อความมั่นใจในความรู้และประสบการณ์

  • แพทย์ผ่านการอบรมการใช้เครื่อง Oligio

รมย์รวินท์คลินิกมีแพทย์ที่ได้รับการเทรนนิ่งเฉพาะทาง ที่ผ่านการอบรมการใช้เครื่อง และมีเอกสารรับรอง เพื่อให้การรักษาเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน

  • สามารถตรวจสอบเครื่อง Oligio ได้

สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเครื่องจากบริษัทผู้นำเข้าได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นเครื่องที่ได้มาตรฐาน

  • สถานที่สะอาดและได้มาตรฐาน

รมย์รวินท์คลินิกมีความสะอาด เป็นระเบียบ และมีห้องทำหัตถการที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจขณะเข้ารับบริการ

  • มีการติดตามผลหลังทำ

รมย์รวินท์คลินิกมีการนัดติดตามผล และให้คำแนะนำในการดูแลผิวหลังทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ดีขึ้น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคลินิกที่ให้ความสำคัญกับการดูแลในทุกขั้นตอนมย์รวินท์คลินิก มีแพทย์ดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินผิวอย่างละเอียด วางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

 

Oligio คืออะไร สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่

Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการด้านผิวอื่น ๆ ได้ เพื่อช่วยเสริมผลลัพธ์ในหลายมิติ เช่น ความกระชับของผิว คุณภาพผิว และรูปหน้าโดยรวม โดยการวางแผนลำดับการรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ทั้งนี้ การทำ Oligio ควรอยู่ภายใต้การประเมินและวางแผนโดยแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมและตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

Oligio คืออะไร เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ที่สามารถช่วยยกกระชับผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ให้ผิวดูเรียบเนียน พร้อมลดไขมันสะสมเฉพาะจุด ทำให้รูปหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น โดยไม่ต้องพักฟื้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย ผู้ที่มีไขมันเล็กน้อย และผู้ที่ต้องการดูแลผิวเชิงป้องกันในระยะยาว (Skin Longevity) สำหรับใครที่สนใจดูแลผิวด้วย Oligio สามารถเข้ามาสอบถามได้ที่ รมย์รวินท์คลินิกทุกสาขา

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการบริการ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด