ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า ใช้กี่ช็อต (Line) ถึงจะเห็นผลยกกระชับหน้า?
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หลายคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้า ทั้งความหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก และกรอบหน้าที่ไม่ชัดเหมือนเดิม ทำให้การดึงหน้าไม่ผ่าตัดกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ยอดนิยมของคนยุคนี้ที่อยากยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องเจ็บตัวหรือพักฟื้นนาน ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือ Ultherapy PRIME เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวนด์ที่สามารถยกผิวได้ลึกถึงชั้น SMAS ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ต้องใช้กี่ช็อตถึงจะเห็นผลยกกระชับหน้าได้จริง?” เพราะจำนวนช็อตในการทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของการยกกระชับ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นาน บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า Ultherapy PRIME ควรใช้เท่าไรถึงจะเหมาะกับแต่ละคน และอะไรคือปัจจัยที่แพทย์ใช้ในการประเมินจำนวนช็อตให้เหมาะสม เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการดึงหน้าไม่ผ่าตัดด้วย Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า

ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy PRIME ทั่วหน้า ต้องใช้กี่ช็อต (Line)?
ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy PRIME ทั่วหน้า ต้องใช้กี่ช็อต (Line)?
การทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า เพื่อยกกระชับผิวทั่วใบหน้า ไม่ได้ใช้จำนวนช็อตหรือไลน์เท่ากันทุกคน เพราะแพทย์จะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น สภาพผิวจริง ระดับความหย่อนคล้อย พื้นที่ที่ต้องการยกกระชับ และโครงสร้างผิวของแต่ละคน ก่อนกำหนดจำนวนช็อต (Line) ที่เหมาะสม
โดยทั่วไปสามารถแบ่งแนวทางประเมินจำนวนช็อต (Line) ได้ดังนี้
- ผู้ที่อายุยังไม่มากหรือมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวก่อนเกิดความหย่อนคล้อยชัดเจน หรืออยากกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นเฟิร์มขึ้น จำนวนที่ใช้โดยเฉลี่ยประมาณ 300 ช็อต (Line) เพื่อช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวและคงความกระชับในระยะยาว
- ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง
กรณีที่มีปัญหาเฉพาะจุด เช่น ริ้วรอยรอบดวงตา ร่องแก้ม หรือมุมปากเริ่มลึก ผิวเริ่มคล้อยลงบางส่วน มักใช้ประมาณ 300–500 ช็อต (Line) โดยแพทย์อาจเพิ่มจำนวนในบางบริเวณเพื่อเน้นการยกกระชับเฉพาะจุดให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก หรือจำเป็นต้องยกกระชับทั่วใบหน้า
ในกลุ่มนี้อาจพบได้ในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลายบริเวณ เช่น กรอบหน้าไม่ชัด หนังตาตก ร่องแก้มลึก เหนียงเริ่มชัด หรือต้องการยกทั้งหน้าและลำคอ มักใช้จำนวน 700–1,000 ช็อต (Line) เพื่อยกกระชับหน้าอย่างทั่วถึงทุกมิติของใบหน้า ทั้งส่วนแก้ม กรอบหน้า หางตา หางคิ้ว และรอบดวงตา
โดยทั่วไป การทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า จะใช้ประมาณ 700 ช็อต (Line) เพื่อยกกระชับผิวทั่วใบหน้า ทั้งบริเวณแก้ม กรอบหน้า หางตา หางคิ้ว และรอบดวงตา แพทย์จะเป็นผู้กำหนดจำนวน ช็อต (Line) ที่เหมาะสม เพื่อให้พลังงานส่งถึงชั้นผิวในระดับที่พอดีและไม่อันตราย ได้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับอย่างกลมกลืนกับใบหน้า โดยไม่ต้องใช้จำนวนช็อต (Line) เกินความจำเป็น
ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า นับจำนวนช็อต (Line) อย่างไร?
การทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้าจะนับเป็นช็อต (Line) โดย 1 ช็อต (Line) คือการยิงพลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ที่มีจุดพลังงานขนาดเล็กเรียงต่อกันหลายจุด โดยทั่วไปจะมีประมาณ 15–25 จุดพลังงานต่อ 1 ช็อต (Line) ซึ่งแต่ละจุดจะปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับที่แตกต่างกัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวเกิดการยกกระชับอย่างกลมกลืนกับใบหน้า

ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy Prime ปัจจัยที่แพทย์ใช้ในการประเมินจำนวนช็อต (Line)
ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy Prime ปัจจัยที่แพทย์ใช้ในการประเมินจำนวนช็อต (Line)
การกำหนดจำนวนช็อต (Line) ในการทำดึงหน้าไม่ผ่าตัดด้วย Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า แต่ละครั้ง ไม่ได้ใช้จำนวนช็อต (Line) เดียวกันทุกคน แต่แพทย์จะประเมินจากหลายองค์ประกอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับหน้าที่เหมาะสม โดยมีปัจจัยหลักดังนี้
- พื้นที่หรือบริเวณที่ต้องการทำ
บริเวณที่ต้องการทำยิ่งกว้าง จำนวนไลน์ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย เช่น การทำเฉพาะกรอบหน้าอาจใช้ไลน์น้อยกว่า การทำทั่วหน้าและลำคอที่ต้องการพลังงานกระจายทั่วทุกมิติของใบหน้า
- ระดับความหย่อนคล้อยของผิว
หากผิวเริ่มหย่อนคล้อยมาก แพทย์จะต้องเพิ่มจำนวนไลน์ให้ครอบคลุมทุกชั้นผิว เพื่อให้พลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้าแบบผ่าตัด ผลลัพธ์จึงยกกระชับได้ใกล้เคียงการผ่าตัดแต่ไม่ต้องมีแผล
- ผลลัพธ์ที่ต้องการ
บางคนต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ดูอ่อยวันขึ้น ส่วนบางคนอยากให้กรอบหน้าชัดหรือยกกระชับทั่วใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด แพทย์จะปรับระดับพลังงานและจำนวนช็อต (Line) ตามเป้าหมายของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้า
การทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า เพื่อดึงหน้าไม่ผ่าตัด นับหน่วยเป็นช็อต (Line) ซึ่ง 1 ช็อต (Line) ประกอบด้วยจุดพลังงานหลายจุดที่ถูกยิงต่อเนื่องในแนวเส้น เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกของผิว การกำหนดจำนวนไลน์จะพิจารณาอย่างละเอียดบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละคน

ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า แต่ละจุดใช้กี่ช็อต (Line)?
ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า แต่ละจุดใช้กี่ช็อต (Line)?
การทำดึงหน้าไม่ผ่าตัดด้วยเทคโนโลยี Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า จะใช้จำนวนกี่ช็อต (Line) แตกต่างกันในแต่ละบริเวณของใบหน้า ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องการยกกระชับระดับความหย่อนคล้อยของผิว และเป้าหมายผลลัพธ์ของแต่ละคน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนกี่ช็อต (Line) ที่เหมาะสมก่อนทำทุกครั้ง เพื่อให้พลังงานส่งได้อย่างแม่นยำ
โดยทั่วไปสามารถแบ่งจำนวนไลน์โดยเฉลี่ยในแต่ละตำแหน่ง ได้ดังนี้
- บริเวณรอบดวงตาและหางตา
ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางมาก และเป็นจุดที่แสดงอายุได้ชัดเจน การทำ Ultherapy PRIME บริเวณนี้จึงใช้พลังงานอย่างละเอียดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวรอบดวงตาแน่นและตึงขึ้น ใช้จำนวนโดยเฉลี่ยประมาณ 100–200 ช็อต (Line) เพื่อช่วยยกหางตา ลดรอยย่นรอบดวงตา และฟื้นฟูความสดใสให้ดวงตาดูอ่อนวัย
- บริเวณแก้ม
แกมคือบริเวณหลักในการยกกระชับหน้า เพราะเป็นพื้นที่ที่มีเนื้อเยอะและมักเกิดความหย่อนคล้อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น การยิงพลังงาน Ultherapy PRIME ลงในชั้นลึกช่วยให้ผิวแน่นขึ้น กรอบหน้าชัดเจนขึ้น และลดร่องแก้มได้ดี ใช้จำนวนโดยเฉลี่ยประมาณ 300 ช็อต (Line) เพื่อยกแก้มให้ยกขึ้นอย่างกลมกลืนกับใบหน้าและช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
- บริเวณแก้มร่วมกับเหนียงหรือกรอบหน้า
ในกรณีที่ต้องการเน้นยกกระชับผิวส่วนล่างของใบหน้า เช่น แก้มล่าง เหนียง หรือแนวกราม แพทย์จะใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อดึงโครงสร้างผิวให้กระชับจากภายใน ใช้จำนวนโดยเฉลี่ยประมาณ 500 ช็อต (Line) เพื่อช่วยให้กรอบหน้าชัด เหนียงลดลง และรูปหน้าเข้ารูปมากขึ้น
- ทั่วใบหน้าและลำคอ
สำหรับผู้ที่ต้องการดึงหน้าไม่ผ่าตัดแบบครอบคลุมทั้งใบหน้าและลำคอ หรือมีผิวหย่อนคล้อยหลายจุด แพทย์จะออกแบบจำนวนช็อตให้ครอบคลุมทุกบริเวณ โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 1,000 ช็อต (Line) ตั้งแต่หน้าผาก แก้ม เหนียง จนถึงลำคอ ให้ผิวดูกระชับเรียบเนียนและอ่อนวัยขึ้นทั้งใบหน้า
จำนวนช็อต (Line) ของ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า จะปรับตามระดับปัญหาและโครงสร้างผิวของแต่ละคน การทำโดยแพทย์จะช่วยประเมินจำนวนช็อต (Line) ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้าที่กลมกลืนกับใบหน้า โดยไม่ต้องพักฟื้นและผ่าตัด

ดึงหน้าไม่ผ่าตัดด้วย Ultherapy Prime แต่ละวัยควรใช้กี่ช็อต (Line) ถึงจะเห็นผลยกกระชับหน้าได้ชัดเจน?
ดึงหน้าไม่ผ่าตัดด้วย Ultherapy Prime แต่ละวัยควรใช้กี่ช็อต (Line) ถึงจะเห็นผลยกกระชับหน้าได้ชัดเจน?
- ช่วงวัย 30 ปีขึ้นไป
ผิวเริ่มแสดงสัญญาณของความหย่อนคล้อยในระดับปานกลาง เช่น ร่องแก้มที่ชัดขึ้น กรอบหน้าไม่คมชัด หรือหนังตาเริ่มตก แพทย์มักแนะนำให้ใช้ 500-700 ช็อต (Line) เพื่อเน้นการยกกระชับหน้าในบริเวณแก้ม และเหนียง ให้ดูเรียบเนียนและกระชับมากขึ้น
- ช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป
ความหย่อนคล้อยจะเห็นได้ชัดเจนกว่าเดิม ทั้งแก้มตก มุมปากตก และมีริ้วรอยลึกบริเวณรอบดวงตา รวมถึงร่องแก้ม ในกรณีนี้มักใช้ประมาณ 700–1,000 ช็อต (Line) เพื่อยกกระชับทั่วใบหน้า ฟื้นฟูความแน่นของผิว และยกกระชับปรับรูปหน้าให้กลับมาชัดเจนอีกครั้ง
- ช่วงวัย 50 ปีขึ้นไป
มักเผชิญกับปัญหาผิวที่สูญเสียความยืดหยุ่นอย่างมาก มีริ้วรอยลึกทั่วใบหน้าและลำคอ กรอบหน้าเริ่มหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด แพทย์จะประเมินให้ใช้ประมาณ 800–1,000 ช็อต (Line) เพื่อทำการ ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ทั้งบริเวณใบหน้าและลำคอ ช่วยยกผิวให้กระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนวัยขึ้น
โดยรวมแล้ว การกำหนดจำนวนไลน์ในการทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นหลัก เพื่อให้พลังงานถูกส่งอย่างเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน และให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้าดูสวยและคงอยู่ได้นานกว่าเดิม

ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy Prime ทั่วใบหน้า ควรเลือกคลินิกอย่างไร?
ดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy Prime ทั่วใบหน้า ควรเลือกคลินิกอย่างไร?
ก่อนตัดสินใจเลือกคลินิกทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้อย่างรอบคอบ
- คลินิกต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
เลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างชัดเจน มีเลขใบอนุญาต 11 หลักติดไว้ในบริเวณที่เดห็นได้ง่าย เพื่อยืนยันว่าเป็นสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- แพทย์ผู้ทำหัตถการต้องมีใบประกอบวิชาชีพ
แพทย์ที่ให้บริการควรเป็นผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจริง และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เครื่อง Ultherapy PRIME อย่างถูกต้อง เพื่อประเมินจำนวนช็อต (Line) ที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้าออกมาดูกลมกลืนกับใบหน้า
- มีประสบการณ์ในการใช้เครื่อง Ultherapy PRIME
การยิงพลังงาน Ultherapy PRIME ต้องอาศัยเทคนิคและความสามารถของแพทย์ในการวิเคราะห์โครงสร้างผิว เพราะพลังงานจะถูกส่งลงสู่ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้าแบบผ่าตัด แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลการดึงหน้าไม่ผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
- เครื่องต้องเป็น Ultherapy PRIME ของแท้
ควรตรวจสอบว่าเครื่องที่คลินิกใช้เป็น Ultherapy PRIME ของแท้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน โดยสามารถสอบถามหรือขอตรวจสอบเอกสารการรับรองจากบริษัทผู้นำเข้าได้ เพื่อความมั่นใจว่าพลังงานที่ใช้มีความแม่นยำและไม่อันตรายต่อผิว
- ราคาสมเหตุสมผลและโปร่งใส
ราคาของการทำยกกระชับหน้าด้วย Ultherapy PRIME ควรอยู่ในช่วงมาตรฐาน ไม่ถูกหรือแพงจนเกินไป เนื่องจากต้นทุนของเครื่องแทบไม่แตกต่างกันมากนัก หากพบราคาต่ำกว่าทั่วไปมาก ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเครื่องแท้และทำโดยแพทย์จริง
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง
คลินิกที่น่าเชื่อถือมักมีรีวิวจากลูกค้าจริงในแหล่งข้อมูลที่เป็นกลาง เช่น เว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่คลินิกไม่สามารถลบรีวิวได้ รีวิวเหล่านี้ช่วยยืนยันถึงคุณภาพของบริการและผลลัพธ์ของการดึงหน้าไม่ผ่าตัดที่เกิดขึ้นจริง
- ช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน
คลินิกที่ดีควรมีช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์ เว็บไซต์ หรือแชตไลน์ และสามารถพูดคุยปรึกษาแพทย์ได้โดยตรงก่อนเข้ารับบริการ เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจขั้นตอนการทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า และรู้จำนวนช็อต (Line) ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานคือหัวใจสำคัญของการทำ Ultherapy PRIME เพราะนอกจากจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้าที่สวยกลมกลืนกับใบหน้าแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐานอีกด้วย ดังนั้นหากต้องการผลลัพธ์ของการดึงหน้าไม่ผ่าตัด เห็นการเปลี่ยนแปลงจริง และอยู่ได้นาน ควรเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้าน Ultherapy PRIME โดยเฉพาะ เพื่อให้ทุกช็อต (Line) ที่ทำลงไปสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและมั่นใจได้ในทุกขั้นตอน
ดึงหน้าไม่ผ่าตัดด้วย Ultherapy Prime ทั่วใบหน้า เจ็บไหม?
- ระหว่างทำ Ultherapy PRIME จะรู้สึกอุ่น ๆ หรือจี๊ดเบา ๆ ใต้ผิว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานอัลตราซาวนด์กำลังลงไปกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกของผิว ความรู้สึกนี้ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่แพทย์ตั้งและความไวของผิวแต่ละคน โดยทั่วไปจะรู้สึกเจ็บน้อย และสามารถปรับระดับพลังงานให้อ่อนลงได้ หากรู้สึกไม่สบายขณะทำ ถือเป็นการดึงหน้าไม่ผ่าตัดที่ให้ความรู้สึกสบายกว่าวิธีแบบเดิม
หลังทำ Ultherapy Prime ทั่วใบหน้า ต้องพักฟื้นไหม?
- ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน หลังทำสามารถแต่งหน้า ออกไปทำงาน หรือทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ผิวอาจมีรอยแดงเล็กน้อย หรือตึง ๆ ชั่วคราวในบางจุด ซึ่งจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ถือเป็นเทคโนโลยียกกระชับหน้าที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ไม่มีเวลาในการพักฟื้น
Ultherapy Prime ทั่วใบหน้า เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?
- ผลลัพธ์ของการดึงหน้าไม่ผ่าตัดด้วย Ultherapy PRIME จะเริ่มเห็นความแน่นกระชับของผิวภายใน 2–3 สัปดาห์หลังทำ และเห็นผลเต็มที่ในช่วงประมาณ 2–3 เดือน เนื่องจากร่างกายจะใช้เวลาสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว ผลลัพธ์อยู่ได้นานโดยเฉลี่ย 12–18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุและพฤติกรรมการดูแลผิวของแต่ละคน
สามารถทำ Ultherapy Prime ทั่วใบหน้า ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
- สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น ฉีดโบ ฉีดฟิลเลอร์ หรือทรีตเมนต์บำรุงผิวต่าง ๆ เพราะ Ultherapy PRIME ไม่มีบาดแผลและไม่รบกวนการทำงานของสารเติมเต็มในผิว แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนลำดับการทำที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้าดูกลมกลืนกับใบหน้าและคงอยู่ได้นาน
ทำ Ultherapy Prime ทั่วใบหน้า แล้วผิวบางไหม?
- การทำ Ultherapy PRIME ไม่ทำให้ผิวบางอย่างแน่นอน เพราะพลังงานอัลตราซาวนด์ของ Ultherapy PRIME จะลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งอยู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้ จึงไม่ส่งผลต่อผิวชั้นบน ไม่ทำให้ผิวบางหรือเกิดรอยไหม้เหมือนกันการใช้พลังงานบางประเภท ผิวยังคงแข็งแรงและเรียบเนียนเหมือนเดิม
ควรทำ Ultherapy Prime บ่อยแค่ไหน?
- โดยทั่วไปแนะนำให้ทำปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้าให้ยาวนานต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากหรือมีอายุ 45 ปีขึ้นไป แพทย์อาจแนะนำให้ทำซ้ำในบางจุดตามความเหมาะสม เพื่อรักษาความกระชับของผิวในระยะยาว
Ultherapy Prime ทั่วใบหน้า ทำได้กับทุกสีผิวไหม?
- การทำ Ultherapy PRIME เหมาะกับทุกโทนสีผิว เพราะไม่ได้ใช้พลังงานแสง จึงไม่ได้มีผลต่อเม็ดสีและไม่เสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหรือรอยด่างหลังทำ ไม่ว่าจะเป็นผิวขาว ผิวสองสี หรือผิวแทนก็สามารถทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้าได้
ทำ Ultherapy PRIME แล้วหน้าแข็งหรือแลดูไม่ธรรมชาติไหม?
- การทำดึงหน้าไม่ผ่าตัด ด้วย Ultherapy PRIME จะไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือตึงเกินไป เพราะเทคโนโลยีนี้ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกของผิว ไม่ได้ดึงโครงสร้างหน้าโดยตรง ผลลัพธ์คือผิวค่อย ๆ แน่นขึ้นและกรอบหน้าชัดขึ้นอย่างกลมกลืนกับใบหน้า ภายใต้การประเมินพลังงานและจำนวนช็อต (Line) ที่เหมาะสมโดยแพทย์
มีผลข้างเคียงจากการทำ Ultherapy Prime ทั่วใบหน้า ไหม?
- โดยทั่วไปไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง อาจมีอาการผิวแดง บวม หรือตึงบริเวณที่ทำ ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วัน ทั้งนี้ หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้เครื่อง Ulthrapy PRIME ของแท้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานก็จะช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้อย่างมาก
การทำดึงหน้าไม่ผ่าตัดด้วย Ultherapy PRIME ถือเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องเจ็บตัวหรือพักฟื้นนาน ด้วยเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผิวเกิดการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่จากภายใน ส่งผลให้ผิวหน้าแน่น กระชับ และดูอ่อนวัยขึ้นอย่างเป็นกลมกลืนกับใบหน้า
จุดเด่นของ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้า ไม่เพียงอยู่ที่ผลลัพธ์ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงจริง แต่ยังโดนเด่นในเรื่องของมาตรฐานการรับรองว่าสามารถยกกระชับหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน จึงเหมาะกับทุกโทนสีผิวและทุกช่วงวัย
ไม่ว่าคุณจะเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย หรืออยากฟื้นฟูผิวที่สูญเสียความยืดหยุ่นไปตามวัย การทำ Ultherapy PRIME ทั่วใบหน้าคือทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงการผ่าตัด แต่ยังกลมกลืนกับใบหน้าอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคืนความมั่นใจให้กับใบหน้าอย่างยาวนาน