romrawin 46 scaled

อย่าให้ “ฝ้า” มาเป็นปัญหาให้คุณไม่ปัง ป้องกันให้ทัน ก่อนมารักษาทีหลัง

____ผู้หญิงไทยปัญหากวนใจมี 108 อย่าง หนึ่งในปัญหาที่ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็เกิดขึ้นได้ “ฝ้า” ปัญหารอยดำบนใบหน้าที่สร้างความกังวลใจให้กับเราเสียเหลือเกิน หลายๆคนอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวนะคะ ทำงานอยู่ที่บ้าน ไม่ออกแดดไปไหน อายุก็ยังน้อย ฝ้าจะเกิดบนหน้าได้ยังไง ? เวลาจะออกไปข้างนอกก็มีเครื่องสำอางอยู่บนใบหน้าอยู่ดี เท่านี้รอยฝ้าของเรานั้นก็จะไม่เป็นปัญหาละ

____ในความเป็นจริงแล้วไม่มีทางที่เราจะสามารถแต่งหน้าได้ตลอดเวลาแน่ สาเหตุของการเกิดฝ้า มีมากมายจริงๆ ไม่ใช่แค่แสงแดดนะคะ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ พูดได้ว่าหากคนในครอบครัวของคุณมีใครที่มีปัญหาฝ้า คุณอาจมีสิทธิ์ที่จะเป็นฝ้าสูงมากค่ะ และจะไม่พูดถึงตัวการสำคัญไม่ได้ นั่นก็คือแสงแดด แค่เราเปิดผ้าผ่านในห้อง ไม่ทันที่จะออกไปไหน เราก็โดนรังสียูวีแล้วค่ะ การที่เราเจอกับแสงแดด แสง UV เป็นระยะเวลานาน และไม่ถูกป้องกัน หรือมีการป้องกันที่ไม่ถูกวิธี คุณก็จะเป็นฝ้าได้อย่างง่ายๆ รวมไปถึงแสงสีฟ้าจากจอคอม จอโทรศัพท์มือถือก็เป็นตัวการร้ายให้เกิดฝ้าได้ด้วยเหมือนกันค่ะ หลายคนที่กำลังประสบปัญหาผิวมีฝ้าขึ้นที่ใบหน้า ต่างก็พยายามหาวิธีรักษาและป้องกันทั้งนั้น หรือหากใครที่ยังไม่ได้เคยพบกับปัญหานี้ วันนี้เรามาชวนทำความรู้จักกับสาเหตุ และวิธีป้องกันดีกว่าว่าหากเกิดไปแล้ว จะมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง

____“ฝ้า” ปัญหาผิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของสาวๆค่ะ จะปรากฏให้เห็นตามบริเวณต่างๆของใบหน้า มีลักษณะเป็นรอยด่างสีน้ำตาลที่เกิดจากการที่ร่างกายของเราผลิตเม็ดสีออกมามากเกินไป โดยบริเวณที่พบบ่อยจะเป็น โหนกแก้ม หน้าผาก คาง ดั้งจมูกหรือจุดอื่นๆบนใบหน้าหรือร่างของเราก็สามารถเกิดขึ้นได้เหมือนกันนะ เป็นปัญหาที่ยากต่อการรักษาสุดๆ

หัวข้อ … ปัญหาจากฝ้า

“ฝ้า” เกิดจากอะไร ?

3 02

____สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าที่พวกเราสงสัยกันอยู่มีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ตัวการหลักเลยก็คือรังสียูวีที่อยู่ในแสงแดดนั่นเอง การรับแสงยูวีจากแสงแดดเป็นเวลานานหรือต่อเนื่องกัน จะทำให้เซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ผลิตเม็ดสีเมลานินขึ้นมาที่ชั้นผิวหนังมากขึ้น ทำให้เราเห็นเป็นรอยคล้ำ รอยด่างดำ บนใบหน้า แสงแดดเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝ้าเลยนะ

____แม้แต่อายุของเราจะแค่ 20 ต้นๆ ก็สามารถเสี่ยงเป็นฝ้าได้ นอกจากแสงยูวี แสงแดดจะทำร้ายผิวหน้าให้เป็นฝ้าได้แล้ว แสงจากจอคอม จอโทรศัพท์มือถือ หลอดไฟ ก็ยังสามารถทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน เพราะแสงพวกนี้สามารถปล่อยคลื่นรังสียูวี มาทำร้ายผิวหน้าของเราได้เหมือนกัน แต่แสงก็ไม่ใช่สาเหตุเดียวของการเกิดฝ้าค่ะ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยให้สามารถเกิดฝ้าได้นะมีการศึกษาเคยสันนิษฐานไว้ว่าระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน มีผลทำให้เกิดฝ้าบนใบหน้าได้หากมีปริมาณฮอร์โมนที่สูงเกินไป

____ส่วนสาเหตุรองลงมาที่ได้บอกไว้ข้างต้นแล้วก็คือเรื่องของกรรมพันธุ์นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วในครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นปัญหาฝ้า เราก็อาจจะพบปัญหาฝ้าได้ด้วยเช่นกัน และปัจจัยสุดท้ายที่ทำให้เกิดฝ้าก็คืออายุที่เพิ่มมากขึ้นนี่แหละ เมื่ออายุเพิ่มขึ้นแต่กลไกการผลัดเซลล์ผิวของร่างกายทำงานได้ช้าลง ก็มีส่วนที่ทำให้ใบหน้าของเราเกิดฝ้าได้ ถึงมีสาเหตุมากมายขนาดนี้ แต่ก็เราก็สามารถป้องกัน ดูและ ไม่ให้เกิดได้ หรือหากเกิดไปแล้วเราก็มีวิธีการรักษานะ เราไปดูวิธีไปพร้อมๆ กัน

วิธีป้องกันไม่ให้เกิด ‘ฝ้า’

____หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด แต่ก็ห้ามไม่ได้หรอกนะ เพราะการใช้ชีวิตประจำวันในประเทศไทย โดนแดดไปแล้วเกือบทั้งวันค่ะ แต่สิ่งที่จะช่วยเราได้ก็คือต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำ และพยายามหลีกเลี่ยงกับการเผชิญแสงแดดจัดๆให้ได้มากที่สุด ครีมกันแดดสำคัญมากจริงๆนะคะ

  • ติดฟิล์มกรองแสงสีฟ้าที่จอโทรศัพท์มือถือ จอคอมพิวเตอร์ ถึงจะไม่ได้เป็นการป้องกันทั้งหมด แต่ก็ถือว่าช่วยได้เยอะเลยค่ะ
  • ใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา และลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม สเตรียรอยด์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้
  • การรับประทานอาหารที่ดีมีผลต่อการเกิดฝ้าด้วยนะคะ เลือกรับประทานให้ครบ 5 หมู่และเป็นอาหารที่ดีต่อผิว อาทิเช่น ผัก ผลไม้ โยเกิร์ต ธัญพืช

รักษาอย่างไรเมื่อหน้าเป็น ‘ฝ้า’ แล้ว

____เมื่อเป็นฝ้าไปแล้ว ไม่ต้องตกใจค่ะ เราสามารถหาวิธีการรักษากันได้ โดยการรักษาเนี่ย มีกันหลากหลายวิธีเลย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาด้วยตัวเองด้วยครีมบำรุงผิวหรือผลิตภัณฑ์ลดเลือนรอยฝ้า ในปัจจุบันนี้มีครีมบำรุงผิวหรือครีมลดรอยฝ้าออกมาเป็นจำนวนมาก โดยครีมที่จะรักษารอยฝ้าได้เนี่ย จะเป็นครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซีและอี เพื่อจะช่วยให้ผิวหน้าแลดูกระจ่างใสและทำให้รอยฝ้าดูจางลง และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆต้องเลือกที่ผ่านการรับรอง ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สเตรียรอยด์ และน้ำหอม ไม่อย่างนั้นจากการรักษาอาจกลายเป็นสาเหตุให้เป็นฝ้าหนามากกว่าเดิม

____ตัวต่อมาจะเป็นยาผลัดเซลล์ผิว เป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาฝ้าที่ได้รับความนิยม จะช่วยเร่งกระบวนการการผลัดเซลล์ผิวให้เร็วขึ้น ทำให้ฝ้าดูจางลง แต่วิธีนี้จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และเราจะปิดท้ายด้วยวิธีที่นิยมที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งได้ผลอย่างรวดเร็วก็คือ การรักษาฝ้าด้วย Pico Laser เป็นการยิงเลเซอร์ไปที่ชั้นผิวตรงบริเวณรอยที่ปัญหา ซึ่งจะทำให้เซลล์ผิวมีการจัดเรียงตัวใหม่ ผิวก็จะดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และมีความเรียบเนียน

____การรักษาฝ้าเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาในการรักษา การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด แนะนำให้สาวๆใช้ครีมกันแดดกันอย่างเป็นประจำ และหากมีเกิดเป็นรอยฝ้าแล้ว ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อดูแลสภาพผิว เพื่อค้นหาสาเหตุ วิธีรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ดูแลสุขภาพผิวของเราเองให้สุขภาพดีกันนะคะ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
สามารถปรึกษาเราได้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก

📱 โทร.080-1539000 และ  080-1549000
📮 Line@ : @Romrawinclinic

line

Similar Posts