laser..

ลดร้อน ลดไหม้ ไปกับเลเซอร์ฝ้าแบบใหม่ Nu Pico

laser..

“แสงแดด” กับประเทศไทยเป็นของคู่กัน ซึ่งบางครั้งการทาครีมกันแดด สวมหมวก รวมถึงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับแสงแดดโดยตรง ผิวหน้าของเราอาจยังเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ และเมื่อมีปัญหาฝ้าเกิดขึ้น เรามักนึกถึงครีมแก้ฝ้า หรือการเลเซอร์ฝ้า ซึ่งจริง ๆ แล้ว การรักษาฝ้าให้ได้ผล เราควรต้องรู้ถึงสาเหตุของการเกิดฝ้า และชนิดของฝ้าที่เราเป็นก่อนค่ะ หลังจากนั้นจึงค่อยหาวิธีการรักษาฝ้าที่เกิดขึ้นในขั้นตอนต่อไป ว่าแต่ “ฝ้า” นั้นมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง และจะรักษาได้ด้วยวิธีใด เรามีคำตอบค่ะ

สาเหตุและชนิดของการเกิดฝ้า

  • ฝ้าแดด

เกิดจากผิวหนังมีการผลิตเม็ดสีมากเกินไป ทำให้ผิวหนังเกิดเป็นรอยน้ำตาลไหม้จนถึงดำ และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นกระจุก ปื้นสังเกตได้ชัด แม้แต่งหน้าก็ยังไม่สามารถปกปิดได้ โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าแดด คือ รังสี UV ในแสงแดด โดยเฉพาะแดดในช่วง 10.00-14.00 น. การกินยาคุมกำเนิดติดต่อกันนานเกิดไป ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะมีประจำเดือน หรือหมดประจำเดือน การใช้เครื่องสำอาง รวมถึงกรรมพันธุ์ด้วย

  • ฝ้ากระ

เป็นฝ้าชนิดหนึ่งที่เกิดจากกรรมพันธุ์เป็นส่วนใหญ่ และมักพบในเพศหญิงมากกว่าผู้ชาย สามารถเกิดได้ตั้งแต่วัยเด็ก และเพิ่มมากขึ้นโดยมีปัจจัยกระตุ้นจากแสงแดด แบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ ฝ้ากระตื้น มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วใบหน้า ฝ้ากระลึก มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลอมเทา มักพบบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก และขมับ เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดสี ฝ้ากระเนื้อ มีลักษณะเป็นตุ่มนูน สีน้ำตาลหรือดำ มักพบในบริเวณใบหน้า ลำคอ ลำตัว โดยมีปัจจัยการเกิดจากอายุที่มากขึ้นและแสงแดด และฝ้ากระแดด เป็นฝ้าที่พบมากที่สุด มีลักษณะเป็นสีน้ำตาล พบมากบริเวณหัวไหล่และหน้าอก หากเป็นมากอาจกลายเป็นมะเร็งผิวหนังในอนาคตได้

  • ฝ้าเลือด

เกิดจากการที่เส้นเลือดฝอยในชั้นหนังแท้เกิดการขยายตัวหรือเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เส้นเลือดเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ที่ชั้นผิวเกิดเป็นเส้นเห็นได้ชัด พบได้บ่อยบริเวณโหนกแก้มและสันจมูก มีปัจจัยที่เกิดจากแสงแดด และการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารปรอท แอมโมเนีย และสเตียรอยด์

วิธีการรักษาฝ้า

  • การทาครีม หรือ เซรั่ม ที่มีส่วนผสมของสารประเภทกรดวิตามิน, Niacinamide, Arbutin, Hydroquinone, Azelaic Acid และสารประเภทไวเทนนิ่งทั่วไป ที่จะเข้าไปช่วยให้ผิวเกิดการผลัดเซลล์ใหม่ ลดเม็ดสี หรือทำให้สีของฝ้าดูจางลง ซึ่งวิธีการนี้อาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่าฝ้าจะจางลง อีกทั้งสารบางตัวยังมีผลข้างเคียงหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน และยังไม่มีครีมหรือเซรั่มตัวไหนที่การันตีได้ว่าฝ้าจะไม่กลับมาเป็นอีก
  • การลอก หรือกรอผิว เป็นการใช้สารเคมีที่มีส่วนผสมของ AHA และสาร Retinol ขัดลงบนผิวหนังชั้นหนังกำพร้าเพื่อทำลายเม็ดสี และเพื่อให้ฝ้าตื้นขึ้น โดยหลังทำต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดอย่างเคร่งครัด และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเป็นซ้ำที่อาจจะรุนแรงกว่าเดิม เนื่องจากผิวหน้าบางลงจากการลอกหรือกรอผิว
  • การเลเซอร์ เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีความแม่นยำและสามารถรักษาได้อย่างตรงจุด โดยอาศัยเครื่องมือในการรักษา และความชำนาญของแพทย์ร่วมด้วย ทำให้ฝ้าดูจางลง และไม่เป็นซ้ำหากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

การรักษาฝ้าด้วย “เลเซอร์ฝ้าดีไหม”

 ต้องบอกก่อนว่า “ฝ้า” นั้นเกิดจากการที่เมลานินใต้ผิวของเราเกิดการจับตัวกัน (Hyperpigmentation) ทำให้ผิวในส่วนที่เมลานินจับตัวมีสีเข้มกว่าผิวหนังบริเวณอื่น หรือบางครั้งมีความนูน ส่งผลให้ผิวดูไม่เรียบเนียน การรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ จึงเป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเลเซอร์ คือ พลังงานความร้อนที่มีความถี่หลายช่วงคลื่น เมื่อยิงเข้าที่ผิวหนัง พลังงานดังกล่าวจะเข้าไปทำลายเม็ดสีที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งอาจทำให้เกิดจุดดำบนใบหน้าหลังเข้ารับการเลเซอร์ และต้องใช้เวลาในการพักฟื้น เพื่อให้จุดดำตกสะเก็ดและลอกออก 

Nu Pico ทางเลือกใหม่ในการรักษาฝ้า

โปรแกรม Nu Pico เป็นโปรแกรมที่มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีการยิงเลเซอร์ใหม่ โดยมีหลักการทำงาน คือ การส่งพลังงานแสงเลเซอร์เข้าทำลายเม็ดสีของฝ้าที่ผิดปกติในประเภทต่าง ๆ ที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังให้แตกตัวในระยะเวลาที่เร็วและสั้น (1 ต่อ ล้านวินาที) เพื่อลดการสะสมความร้อนที่ผิวหนัง ทำให้หน้าไม่ไหม้ ไม่เกิดเป็นรอยดำหรือรอยแผลเป็นหลังการทำ นอกจากนี้ Nu Pico ยังเข้าไปทำลายเมลานินที่จับตัว ให้มีการกระจายตัวออกเป็นเม็ดสีขนาดเล็ก ง่ายต่อการสลายตามธรรมชาติโดยการทำงานของเม็ดเลือดขาว ลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังการรักษา แบบที่เครื่องมืออื่น ๆ ไม่สามารถทำได้

เลเซอร์ฝ้าด้วย Nu Pico ดีอย่างไร

  • สามารถกำจัดฝ้าได้ทุกชนิด โดยไม่มีผลข้างเคียงจากการรักษา
  • ความเร็วในการทำงานของ Nu Pico ทำให้เซลล์ลดการสะสมความร้อน หน้าไม่ไหม้ ไม่ทิ้งรอยแผล ซึ่งแตกต่างจากการรักษาด้วยเลเซอร์แบบอื่น ๆ
  • สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง ในจำนวนครั้งที่น้อย แต่ได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า
  • นอกจากจะช่วยทำลายเม็ดสีส่วนเกิน ยังช่วยปรับสภาพผิวให้กระชับ เรียบเนียน สีผิวมีความสม่ำเสมอมากขึ้น

คำแนะนำก่อน-หลังการเลเซอร์ฝ้า ด้วย Nu Pico

  • หลังการเลเซอร์ฝ้า ผิวหน้าอาจมีความแดง แต่จะหายเองในวันรุ่งขึ้น
  • งดใช้ครีมบำรุงหน้า ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, วิตามิน A หรือครีมที่สร้างความระคายเคืองให้กับผิว ก่อนและหลังการเลเซอร์ฝ้า 1 สัปดาห์ แต่ยังสามารถใช้ครีมที่มีสรรพคุณบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างอื่นได้
  • หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัดหลังการรักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์ และควรใช้ครีมกันแดดที่มีสรรพคุณช่วยปกป้องแสง UVA และ UVB อย่างน้อย SPF 30 ขึ้นไป

สำหรับใครที่ยังมีคำถาม หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการ “เลเซอร์ฝ้าดีไหม?” สามารถขอคำแนะนำกับเราได้ที่ “รมย์รวินท์ คลินิก” ทุกสาขา หรือสอบถามโปรแกรมสำหรับรักษาฝ้าด้วย Nu Pico

📲 080-153-9000📲 080-154-9000

Similar Posts