สำหรับคุณสาวๆ หลายท่านที่ยังคงกลุ้มใจกับปัญหาของริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ที่แม้คุณจะพยายามดูแลผิวอย่างดีแล้ว แต่ริ้วรอยก็สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติและวัยที่เพิ่มขึ้น แต่ในปัจจุบันเรามีทางลัดเพื่อทำให้ใบหน้ายังคงความอ่อนเยาว์ ตึงเรียบเนียน ด้วยการใช้ เทคโนโลยีการรักษาลดริ้วรอย อย่างได้ผลเข้ามาช่วยแบบที่ไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว แถมยังเห็นผลลัพธ์หลังการทำว่าสามารถลดริ้วรอย ลบรอยตีนกา และช่วยทำให้ใบหน้าเรียบตึงได้จริงในเวลาไม่นาน เราได้นำหลากหลายวิธีการลดริ้วรอยมานำเสนอ ดังนี้ค่ะ

ทรีทเม้นท์ผิวหน้า คือ กระบวนการเพื่อปรนนิบัติผิวหน้า อาจมีหลายขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะเน้นเพื่อการขจัดปัญหาแต่ละสภาพผิวไม่ว่าจะเป็น การทำความสะอาดผิวหน้า การผลัดเซลล์หรือขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพโดยไม่ทำลายผิวการทำทรีทเม้นท์ช่วยเติ่มความชุ่มชื่น ลดริ้วลอย ลดกระฝ้าและจุดด่างดำ บำรุงคืนความแข็งแรง ลดการอุดตัน และเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าค่ะ

การโบท็อกซ์ หรือการใช้สารพิษจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า Botulinum toxin ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปยังกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน จะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดไม่ขยับ จึงไม่เกิดการสร้างริ้วรอยขึ้นนั่นเองค่ะบริเวณที่นิยมโบท็อกซ์ ได้แก่ หน้าผาก หางตา รอยขมวดคิ้ว ลำคอ และกรอบหน้า ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็สามารถเห็นผลลดริ้วรอยได้ชัดเจน

การฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย จำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทำการรักษา เพราะหากฉีดโดยผู้ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญโดยตรงอาจได้รับโบท็อกซ์ปลอมหรือไร้คุณภาพ หรืออาจไม่ได้รับโบท็อกซ์ในปริมาณที่พอเหมาะทำให้ไม่เห็นผล หรืออาจเลวร้ายถึงกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าเบี้ยวผิดรูปร่างหากฉีดในบริเวณที่ไม่เหมาะสมได้เลยค่ะ

การเติมฟิลเลอร์  คือ สารเติมเต็ม ใช้สำหรับเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะใช้ฟิลเลอร์เพื่อลดริ้วรอยและแก้ไขปัญหารอยร่องลึก ที่เกิดขึ้นบริเวณต่างๆ ของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก ลดริ้วรอยร่องลึกรอบดวงตา ลดริ้วรอยร่องลึกมุมปาก และยังสามารถนำมาช่วยในการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ได้อีกด้วย เช่น เติมริมฝีปาก ร่องแก้ม และในบางรายที่เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นทำให้แก้มดูตอบลงก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ในการแก้ปัญหาแก้มตอบได้เช่นกันค่ะ หรือแม้กระทั่งนำมาใช้ในการบำรุงผิวให้กลับกระชับเปล่งปลั่ง ในบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ หรือบริเวณผิวหน้าอกก็นิยมทำกันไม่น้อย

ในปัจจุบัน ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ ชนิดแรก สารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler) จะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และยังสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ และเป็นชนิดที่คนนิยมกันมากที่สุด ชนิดที่สองเราจะเรียกว่า แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) แบบนี้จะมีอายุยาวกว่าแบบแรก สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยในระดับปานกลาง และชนิดสุดท้าย แบบถาวร (Permanent Filler) จะเป็นสารเติมเต็มจำพวก ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังฉีดไปแล้วจะสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอดไม่สลายไปตามธรรมชาติแต่ก็จะมีผลข้างเคียงในระยะยาว แต่การฉีดเพื่อเสริมจุดต่างๆ ที่กล่าวไปนั้นจำเป็นต้องได้รับการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น เพราะหากฉีดผิดจุด หรือพลาดไปโดนจุดสำคัญบนใบหน้าอาจเกิดผลเสียตามมาได้ค่ะ

การใช้เลเซอร์ แสงเลเซอร์เองมีทั้งกลุ่มที่ทำให้เกิดรอยแผลบนผิวหนัง และแบบไม่ทำให้เกิดรอยแผลบนผิวหนัง โดยเลเซอร์ทั้งสองชนิดนี้มีวัตถุประสงค์เข้าไปช่วยให้ผิวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่  เพื่อ ลดริ้วรอย ซึ่งเลเซอร์ชนิดที่ทำให้เกิดรอยแผลจะใช้เวลาในการฟื้นตัวของผิวหลังเลเซอร์นานกว่า แต่ประสิทธิภาพในการรักษาดีกว่า เหมาะกับคนที่มีริ้วรอยร่องลึก ส่วนเลเซอร์แบบไม่ทำให้เกิดรอยแผลจะเหมาะกับคนที่มีริ้วรอยไม่มากนัก

การใช้คลื่นวิทยุ HIFU ในการลดริ้วรอย เป็นการใช้เครื่องมือส่งผ่านพลังงานชนิดที่มีความเข้มข้น ในรูปของคลื่นความถี่วิทยุสูงลงไปทำปฏิกิริยากับผิวได้ถึง 3 ระดับอย่างแม่นยำ คือ ผิวหนังแท้ชั้นตื้นๆ ชั้นเนื้อเยื่อคอลลาเจน และชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวหดกระชับและยกตัวขึ้น และเกิดกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอิลาสตินออกใหม่ ผลลัพธ์คือ ผิวที่แน่นกระชับ หน้าเรียวเข้ารูป ริ้วรอยหย่อนคล้อยแลดูลดเลือนลง รวมถึงลดริ้วรอยรอบดวงตาให้จางลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ HIFU นี้จะเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังทำการรักษาค่ะ

การใช้พลังงานอัลตร้าซาวด์ จุดเด่นของพลังงานอัลตร้าซาวด์ คือ สามารถส่งพลังงานลงไปใต้ผิวได้ลึกถึง 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับความลึกบริเวณที่เป็นชั้นพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS) โดยที่พลังงานจะไม่ทำให้เกิดอันตรายกับผิวด้านบน แต่พลังงานอัลตร้าซาวด์จะลงไปทำปฏิกิริยา เฉพาะเจาะจงกับชั้นพังผืด SMAS ทำให้พังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อหดตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อและผิวด้านบนที่อยู่เหนือชั้น SMAS ถูกดึงให้หดกระชับตามไปด้วย

ผลลัพธ์ก็คือ โครงสร้างผิวของเราจะดูยกกระชับตึงตัวขึ้นคล้ายๆ กับวิธีการดึงหน้าที่ศัลยแพทย์จะเปิดผิวด้านบนและทำการดึงแผ่นเนื้อเยื่อพังพืด SMAS นี้ให้กระชับขึ้น ตัดส่วนเกินออกแล้วค่อยเย็บปิดแผลด้านบนอีกที จะเห็นว่า หลักการคล้ายๆ กัน แต่การใช้เทคโนโยลีช่วยยกกระชับผิวไม่ใช่การผ่าตัดจึงไม่มีแผลไม่ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้น เมื่อพังผืดกล้ามเนื้อหดตึง ดึงยกชั้นผิวให้ตึงกระชับตามไปด้วย รูปหน้าก็จะกลับมายกกระชับ คิ้ว เปลือกตา ก็จะยกสูงขึ้น ผิวใต้คางและลำคอ ก็จะกระชับเข้ารูปขึ้น ใบหน้าโดยรวมกลับมาแลดูสดใส อ่อนเยาว์ ลดริ้วรอย และรอยตีนกาอย่างเห็นผล จุดเด่นของพลังงานอัลตร้าซาวด์ คือสามารถลงลึกไปใต้ผิว ได้มากกว่าพลังงานเลเซอร์หรือพลังงานคลื่นความถี่วิทยุค่ะ

คุณสาวๆ สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อลดริ้วรอยได้ตามความพึงพอใจตามความเหมาะสม ซึ่งระยะเวลาในการเห็นผลของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here