หนึ่งในปัญหาน่าหนักใจอันดับต้นๆ สำหรับสาวๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ก็คือ ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ทั้งรอยตีนกา ปัญหาใต้ตาเหี่ยวย่น มีถุงบวมใต้ตา หรือขอบตาดำคล้ำ ที่มันสร้างความปวดใจทุกครั้งที่เราส่องกระจกเลยล่ะค่ะ ยิ่งอายุมากขึ้นเจ้าปัญหารอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาก็ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ เราลองมาดูสาเหตุของปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาเหล่านี้ รวมไปถึงวิธีการลดริ้วรอยใต้ดวงตาแบบเห็นผลเวิร์คสุดๆ กันดีกว่าค่ะ

ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาเกิดจากอะไร

– ปัญหารอยเหี่ยวย่นใต้ตา ปัญหารอยตีนกา กลายเป็นปัญหาใหญ่ของการสร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของสาวๆ เลยค่ะ เพราะทุกครั้งที่ฉีกยิ้มหรือมีเสียงหัวเราะ เจ้ารอยตีนกาและรอยย่นใต้ตาจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนมาก จนบางครั้งสาวๆ อาจจะขาดความมั่นใจในรอยยิ้มเพราะอายที่มีรอยตีนกาขึ้นเป็นริ้วๆ ให้ผู้อื่นเห็น

สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นใต้ตาและรอยตีนกา เกิดจากคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวถูกทำลาย ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับ จึงเกิดริ้วรอยร่องลึก ริ้วรอยรอบดวงตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยใต้ตาโดยเฉพาะบริเวณ หางตา ใต้ตา รอบดวงตา ซึ่งผิวหนังรอบดวงตามักเป็นบริเวณที่เกิดริ้วรอยได้เร็วกว่าผิวหนังบริเวณ เนื่องจากความละเอียดเเละบอบบางของผิวหนังบริเวณนี้ ร่วมกับสาเหตุกระตุ้นต่างๆ เช่น การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเวลาที่มีการเเสดงออกทางใบหน้า เช่น การยิ้ม การหัวเราะ หรือเวลาที่คุณร้องไห้ การขยี้ตาบ่อยๆ รวมไปถึงผิวหนังถูกทำลายด้วยเเสงเเดดหรือบุหรี่ การระคายเคืองอย่างเรื้อรังของผิวหนังใต้ดวงตา ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ล้วนเเล้วเเต่ก่อให้เกิดริ้วรอยที่ไม่ต้องการบริเวณรอบดวงตาทั้งสิ้นค่ะ

– ปัญหาถุงใต้ตาบวม หากมองดูเผินๆ อาจจะคิดว่าเพิ่งร้องไห้จนตาบวม แต่ความเป็นจริงแล้ว มันคือปัญหาถุงใต้ตาบวมค่ะ ซึ่งเกิดจากการสะสมของน้ำและไขมันรอบดวงตา เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวก็จะเริ่มเสื่อมและหย่อนคล้อยทำให้เกิดการสะสมของน้ำและไขมันมากขึ้น ยิ่งสะสมมากเท่าไหร่ น้ำหนัก และขนาดของถุงใต้ตายิ่งเพิ่มมากขึ้นจนปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นค่ะ สำหรับการคั่งของน้ำนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคภูมิเเพ้ การติดเชื้อในโพรงไซนัสความดันโลหิตสูง การรับประทานอาหารที่มีรสเค็มมากเกินไป หรือกระทั่งการร้องไห้ก็ทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน

– ปัญหาขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า สำหรับปัญหาน่าหนักใจนี้ สาเหตุเกิดจากการไหลเวียนของเลือดไม่ดี ทำให้เส้นเลือดดำขยายตัว เกิดการคั่งค้างและรั่วซึมของเลือดรอบดวงตาเนื่องจากเส้นเลือดฝอยเปราะบางลง ทำให้ขอบตาดำและขอบตาคล้ำ หรืออาจเกิดจากการสะสมของเมลานินใต้ผิวหนัง อันเนื่องมาจากสาเหตุทางพันธุกรรม หรือสาเหตุอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองของผิวหนังบริเวณใต้ดวงตา เช่น การถูหรือขยี้ตาบ่อยๆ  การเป็นผิวหนังอักเสบทรวมไปถึงการเเพ้เครื่องสำอางค่ะ

เมื่อทราบถึงปัญหาของริ้วรอยต่างๆ รอบดวงตากันแล้ว คราวนี้เราลองมาดูวิธีลดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตากันบ้าง ว่ามีวิธีไหนมาแนะนำให้คุณสาวๆ นำไปปฏิบัติแล้วเห็นผล มาดูกันเลยค่ะ

วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา

1. หมั่นดูแลเอาใจใส่ผิวรอบดวงตา

สิ่งสำคัญ คือ คุณควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตาได้ เพื่อลดริ้วรอยรอบดวงตาไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ พักผ่อนสายตาบ้างถ้าต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน ไม่ขยี้ตาหรือถูตาแรงๆ เช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตาอย่างเบามือ สวมแว่นกันแดดและทาครีมกันแดดทุกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้ง หมั่นทาครีมบำรุงรอบดวงตาทุกวัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมการบริโภคอาหารรสเค็ม ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้ผิวกระชับเต่งตึง ลดริ้วรอย งดการสูบบุหรี่ หรือในกรณีที่มีโรคภูมิแพ้คุณควรรักษาโรคภูมิแพ้ก่อน เนื่องจากภูมิแพ้อาจก่อให้เกิดอาการคันและทำให้ขยี้ตาบ่อยขึ้น จนส่งผลให้มีริ้วรอยใต้ตาร่วมด้วย

2. ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาให้ถูกต้อง

สำหรับคุณสาวๆ ใช้ครีมบำรุงผิวรอบดวงตาเพื่อลดริ้วรอย ก่อนอื่นควรเลือกใช้ครีมให้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผิวรอบดวงตาเช่น มีริ้วรอยใต้ตา มีถุงใต้ตา หรือมีรอยคล้ำใต้ตา ในปัจจุบันมีครีมที่แก้ปัญหา ลดริ้วรอยรอบดวงตาเหล่านี้โดยเฉพาะแล้ว ควรเลือกซื้อให้ตรงกับปัญหาผิวรอบดวงตา  ถ้ามีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ก็จะช่วยฟื้นฟูผิวรอบๆ ดวงตาของคุณให้สดใสขึ้น หรือถ้ามีส่วนผสมของ คาโมมายล์ ก็จะช่วยลดการระคายเคืองของดวงตาได้ดีค่ะ

3. สูตรลดริ้วรอยรอบดวงตาแบบทำเองที่บ้าน

  1. ไข่ขาว ช่วยให้ผิวมีความเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอยและป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ด้วย วิธีทำ คือ แยกไข่ขาวออกมาแล้วทาบางๆบริเวณผิวรอบดวงตา พอเริ่มรู้สึกตึงๆ ก็ล้างออกได้ค่ะ ทั้งนี้ไม่ควรทิ้งไว้นานมากเกินไปเพราะแรงดึงที่มากของไข่ขาวอาจทำให้เกิดเป็นถุงใต้ตาได้ค่ะ
  2. แตงกวา แตงกวามีความชุ่มชื้นมากและยังช่วยลดริ้วรอย ใต้ตาคล้ำได้ด้วยค่ะวิธีทำ คือ หั่นแตงกวาเป็นชิ้นบางๆ แช่ไว้ในตู้เย็นแล้วแปะใต้ตา 15 นาที ทุกวันแค่นี้ผิวใต้ตาก็จะชุ่มชื่น อ่อนเยาว์แล้วค่ะ
  3.  น้ำมันมะพร้าว มีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูผิว และทำให้รอยเหี่ยวย่น ลดริ้วรอยรอบดวงตาให้ตื้นขึ้นได้ค่ะ โดยให้ทาน้ำมันมะพร้าวบริเวณใต้ตาแล้วนวดคลึงเบาๆประมาณ 10 นาที แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน รับรองตื่นมาผิวใต้ตานุ่มเต่งตึงค่ะ
  4.  น้ำมันมะกอก มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดีโดยนวดผิวใต้ตาด้วยน้ำมันมะกอก ประมาณ 3-4 นาที หรือนานกว่านี้ก็ได้ค่ะแล้วทิ้งไว้ข้ามคืนก็จะช่วยลดริ้วรอยใต้ตาลงได้ค่ะ
  5.  อโวคาโด มีไขมันดีปริมาณมากที่ดีต่อผิวหนัง วิธีทำ คือ หั่นอโวคาโดเป็นแผ่นบางๆแปะบริเวณผิวใต้ตานาน 15 นาที กดแผ่นลงเบาๆ ให้ไขมันซึมลงสู่ผิว จะช่วยลดริ้วรอยทั้งรอยเหี่ยวย่นและรอยดำใต้ตาได้ดีเลยค่ะ
  6.  น้ำผึ้งผสมขิง น้ำผึ้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นกับผิวที่ดีมาก ส่วนขิงก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นวิธีทำ คือ เอาขิงสกัด 1 ช้อน ผสมกับน้ำผึ้งครึ่งช้อน ทาบริเวณใต้ตาแล้วนวดเบาๆประมาณ 10 นาที ทิ้งไว้ 1 ชม. แล้วล้างออก แค่นี้ผิวก็จะชุ่มชื้นและมีเลือดมาเลี้ยงดีขึ้น ริ้วรอยก็จะจางลงค่ะ

4. รักษาด้วยคลื่นวิทยุ HIFU (High Intensity Focused Ultrasound)

เป็นการใช้เครื่องมือส่งผ่านพลังงานชนิดที่มีความเข้มข้น ในรูปของคลื่นความถี่วิทยุสูงลงไปทำปฏิกิริยากับผิวได้ถึง 3 ระดับอย่างแม่นยำ คือ ผิวหนังแท้ชั้นตื้นๆ ชั้นเนื้อเยื่อคอลลาเจน และชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวหดกระชับและยกตัวขึ้น และเกิดกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอิลาสตินออกใหม่ ผลลัพธ์คือ ผิวที่แน่นกระชับ หน้าเรียวเข้ารูป ริ้วรอยหย่อนคล้อยแลดูลดเลือนลง รวมถึงลดริ้วรอยรอบดวงตาให้จางลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ HIFU นี้จะเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังทำการรักษาค่ะ

5. ทำเลเซอร์ลดริ้วรอยรอบดวงตา

โดยการปล่อยพลังงานแสงลงไปใต้ผิวด้วยความเร็วสูง คลื่นแสงความเร็วสูงนี้จะไปกระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียดออกเป็นเม็ดเล็กๆ ทันที โดยไม่ทันจะเกิดความร้อนสะสม ไม่เสี่ยงต่อผิวไหม้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการเกิดรอยดำหลังการรักษา และยังช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนน่าสัมผัส และช่วยลดริ้วรอยรอบดวงตาได้ค่ะ

6. ลดริ้วรอยด้วยโบท็อกซ์ (Botox)

เพื่อลดริ้วรอยใต้ตาที่เป็นริ้วเล็กๆ รวมถึงรอยตีนกาอย่างได้ผลภายใน 1-2 สัปดาห์หลังทำ โดยโบท็อกซ์จะมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเกิดการคลายตัวชั่วคราว ทำให้ริ้วรอยจางลงอย่างชัดเจน เหมาะกับคนที่ใช้สารพัดครีมใต้ดวงตามาแล้วแต่ไม่ได้ผล โดยควรทำการฉีดซ้ำทุกๆ 6-8 เดือน และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ เพราะถ้าฉีดมากเกินไปจะทำให้ใต้ตาดูตึงและยิ้มแล้วไม่เป็นธรรมชาติค่ะ

7. เติมเต็มร่องลึกใต้ตาด้วยฟิลเลอร์ (Filler)

สำหรับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาค่อนข้างเยอะและมีปัญหาร่องใต้ตาไม่ลึกหรือกว้างมากนัก (แอ่งใต้ตา หรือเบ้าตาลึก) คุณอาจใช้วิธีเติมฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มแอ่งใต้ตาให้ตื้นขึ้นจะช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นใต้ตา ร่องใต้ตาลึก และทำให้ใต้ตาดูอวบอิ่มสดใสมากขึ้นกว่าเดิมได้ค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here