การลบรอยสักด้วยเลเซอร์เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากเพราะเพราะรอยสักนั้นสร้างความเสียหายให้ผิวหนังจะมากหรือน้อยขึ้นกับลักษณะ และขนาดของรอยสัก ผลจากการที่เรากำจัด ลบรอยสักนั้นอาจยังไม่สมบูรณ์นักถ้าผู้รับบริการไม่ดูแลผิวบริเวณที่กำจัดรอยสักตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด วันนี้เราจึงมีวิธีการดูแลผิวบริเวณที่ลบรอยสักที่ถูกวิธีมาบอกกันดังต่อไปนี้

  1. หลังทำการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ครบ 24 ชั่วโมง ให้แกะพลาสเตอร์ปิดแผลออก นอกจากนี้ในช่วง 2-3 วันแรก อย่าให้บริเวณแผลถูกน้ำเด็ดขาด
  2. ให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด โดยใช้ไม้พันสำลีเช็ดแผลเบาๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น หลังจากนั้นรอให้แห้ง แล้วทายาที่แพทย์สั่ง
  3. หลังจากลบรอยสักด้วยเลเซอร์ผ่านไป 48 – 72 ชั่วโมง แผลสามารถโดนน้ำได้ตามปกติ ให้ทายาที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสะเก็ดหลุด
  4. หากมีอาการปวดแผล สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ ครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง
  5. ถ้ามีอาการอักแสบ บวมแดง ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจดูอาการ และหาสาเหตุของการอักแสบ
  6. แผลจะแห้งตกสะเก็ด และหลุดออก ภายใน 1-2 สัปดาห์ ห้ามแกะสะเก็ดออกเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้
  7. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงทุกชนิด ทาลงบนแผลลบรอยสัก และหลังสะเก็ดหลุดออกมา จึงสามารถกลับมาทาครีมบำรุงได้ตามปกติ
  8. เมื่อแผลหายแล้ว แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และควรใช้ครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 2-3 เดือน
  9. มารับการตรวจตามที่แพทย์ได้นัดหมายไว้

หลังจากลบรอยสักด้วยเลเซอร์แล้ว คุณควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ         

ถ้าเกิดแผลเป็นจากการลบรอยสักควรทำอย่างไร

ในกรณีไปลบรอยสักมาแล้วเกิดเป็นแผลเป็นนูน หรือ คีลอยด์ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการรักษาสามารถทำได้หลายวิธี อาทิ การฉีดยาเพื่อให้ยุบ การใช้เลเซอร์รักษา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การรักษาไม่สามารถทำให้ผิวหนังกลับมาเรียบหรือสีเหมือนปกติดังเดิมได้ 100% ดังนั้น ท่านที่คิดจะไปลบรอยสักด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง อย่างเช่น การใช้น้ำยาลอกลายที่เป็นกรด ควรจะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนเพราะมีโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนอย่างแผลเป็นนูน หรือ คีลอยด์ ตามมา

ใช้เวลาการลบนานแค่ไหน รอยสักถึงจะหายไป

การลบรอยสักจะใช้เวลานานเท่าใดขึ้นอยู่กับปริมาณสี ชนิดของสีที่สัก ความลึกของการสัก และปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายคุณเอง บางคนยิงเลเซอร์เพียงครั้งเดียวก็จางได้ เช่น คนที่สักด้วยสีดำสีเดียว จะลบได้ง่ายที่สุดเพราะสีดำจะดูดซึมแสงเลเซอร์ได้เกือบทุกชนิดและดูดได้มากที่สุด แต่สำหรับบางคนอาจต้องกลับมาทำซ้ำๆ หลายครั้งจึงจะเห็นผล เช่น รอยสักที่มีสีหลากหลายก็อาจต้องยิงเลเซอร์หลายครั้ง อาจต้องกลับมาทำซ้ำประมาณ 5 – 6 ครั้งกว่าจะจางหมด โดยทำห่างกันทุก 1-2 เดือน ซึ่งจำนวนครั้งในการทำเลเซอร์ลบรอยสัก ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินให้ทราบ ส่วนเลเซอร์จะสามารถลบรอยสักออกได้ 100% หรือไม่ ก็ขึ้นกับปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น แต่ถ้ารักษาให้ครบตามแผนการรักษาของแพทย์ รอยสักมักจะจางลงเรื่อยๆ ได้มากถึง 95%

เราสามารถใช้น้ำยาลบรอยสักที่มีขายในท้องตลาดลบได้หรือไม่

ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง โดยปกติน้ำยาลอกลายไม่อนุญาตให้มีการนำมาใช้ เนื่องจากทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้มาก ซึ่งส่วนใหญ่น้ำยาลอกลายจะเป็นกรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนแรง กัดผิวจนถึงขั้นหนังแท้ลงไปค่อนข้างลึก ทำให้เกิดแผลเป็นถาวรได้ โดยเฉพาะการลบรอยสักในบางตำแหน่งมีโอกาสเป็นแผลเป็นได้ง่าย เช่น บริเวณหน้าอก หัวไหล่ และกลางหลัง ที่มีโอกาสเป็นแผลเป็นนูนได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น ทางที่ดีที่สุดควรมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อลบรอยสักด้วยวิธีมาตรฐานอย่างการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ดีกว่าทั้งปลอดภัยและประหยัดเวลากว่าหลายเท่าตัว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here