แสดงทั้งหมด 6 ผลลัพท์


ฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นหัตถการที่ทำให้ได้รูปหน้าและองค์ประกอบต่างๆ บนใบหน้าที่ดูสวย ได้สัดส่วน รวมทั้งทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น เห็นผลลัพธ์ได้ในทันที โดยไม่ต้องรอเวลา ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ การฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละกลุ่มอายุมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป แต่เดิมความเข้าใจในการใช้ฟิลเลอร์ตามชื่อคือการเติมเต็มชั้นผิวที่หายไป เช่น ร่องใต้ตา แก้มตอบ ขมับตอบและคางสั้น เป็นต้น แต่ในปัจจุบัน ฟิลเลอร์ถูกนำใช้ประโยชน์ในแง่อื่นๆ ด้วย ได้แก่ การยกผิวให้ตึง ลดความหย่อนคล้อยของใบหน้าและการทำให้ผิวมีความอุ้มน้ำฉ่ำวาว สร้างไฮไลท์หรือแสงตกกระทบใหม่ให้กับใบหน้าได้ ซึ่งทำให้คำจำกัดความของการเป็นสารเติมเต็มนั้น ไม่สามารถใช้อธิบายผลของการฉีดฟิลเลอร์ได้ครอบคลุม จึงไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่ยังกลัวการฉีดฟิลเลอร์ว่าจะทำให้หน้าดูใหญ่และไม่เข้าใจประโยชน์ทั้งหมดของการฉีดฟิลเลอร์นัก วันนี้จึงได้รวบรวมประโยชน์ ข้อดี ข้อเสียทั้งหมดจากฉีดฟิลเลอร์มาฝากกันค่า

การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร ?

ฉีดฟิลเลอร์ การฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารที่ทำหน้าที่ช่วยเติมเต็มให้กับผิว โดยสารที่นำมาใช้แบ่งได้เป็น 3 ชนิดใหญ่ๆ คือ ฟิลเลอร์ชนิดถาวร ฟิลเลอร์ชนิดกึ่งถาวรและฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวหรือไม่ถาวร ในที่นี้สารฟิลเลอร์ที่นิยมใช้มากที่สุดคือ ฟิลเลอร์ชนิดที่ให้ผลชั่วคราวเลียนแบบผิวตามธรรมชาติอย่าง ไฮยารูโรนิกแอซิด (Hyaluronic acids) หรือเรียกสั้นๆ ว่า HA HA เป็นสารที่พบได้ปกติในร่างกายเรา ตั้งแต่เกิดร่างกายจะมีการสร้าง HA อยู่ในชั้นผิวทั่วร่างกาย ทำให้ผิวเรามีความชุ่มชื้นอุ้มน้ำ ยืดหยุ่นและดูสุขภาพดี แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น HA จะถูกสร้างลดน้อยลงและยังถูกร่างกายทำลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ HA ในชั้นผิวลดน้อยลง เมื่อ HA ลดลง สิ่งที่เกิดตามมาคือ ปัญหาผิวแห้ง ร่องลึกและริ้วรอยบนผิว เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก นอกจากนี้เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันใต้ผิวที่หายไปหรือหย่อนลงตามแรงโน้มถ่วงโลก ร่วมไปกับชั้นกระดูกที่ยุบตัวไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ยังทำให้เกิดปัญหาหน้าแก้มแบนเว้า แก้มตอบ ขมับตอบ กรอบหน้าไม่ชัด คางสั้นลง ซึ่งการแก้ไขจุดบกพร่องเหล่านี้ สามารถรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ บริเวณต่างๆ ที่สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มรูปหน้าให้ดูสวยเข้ารูปมากขึ้นได้ ได้แก่ หน้าผาก หน้าแก้ม จมูก ริมฝีปาก คาง ร่องแก้ม แก้มตอบ ขมับและผิวชั้นหนังแท้ทั่วใบหน้าเพื่อสร้างความชุ่มชื้น โดยเมื่อฉีดเข้าไปแล้วฟิลเลอร์จะมีอายุอยู่ได้อย่างน้อย 6 เดือน - 2 ปี ก่อนจะสลายไปตามธรรมชาติ แม้สาร HA จะมีความปลอดภัยต่อร่างกาย แต่หลังจากฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดโดยตรง เพราะเสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อของผิวผ่านรูเข็มได้ นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดๆ และความร้อนโดยตรง ในช่วง 48 ชั่วโมง เพราะจะส่งผลต่อการเซ็ตตัวของฟิลเลอร์ และเนื่องจากหลังจากฉีดฟิลเลอร์ไป ผิวของเราจะระคายเคืองได้ง่ายจากรอยเข็ม การโดนความร้อนจึงอาจทำให้เกิดรอยแดง ระคายเคือง หรือเกิดผื่นได้

ฟิลเลอร์ของแท้ดูอย่างไร ?

ฟิลเลอร์แท้ดูอย่างไร การเลือกรับบริการการฉีดฟิลเลอร์จากสถานบริการที่ได้รับมาตรฐานช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ส่วนหนึ่ง ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับการรับรองการนำเข้าฟิลเลอร์อย่างถูกต้อง ซึ่งยี่ห้อฟิลเลอร์ในปัจจุบันมีให้เลือกใช้มากมาย ทั้งที่ผลิตจากประเทศในสหภาพยุโรปและที่ผลิตจากประเทศในเอเชียอย่างเกาหลี ฟิลเลอร์ HA แท้จะสามารถย่อยสลายในร่างกายได้เองตามธรรมชาติและมีความปลอดภัย สามารถฉีดสลายได้หากผลลัพธ์การฉีดไม่เป็นไปอย่างต้องการ หรือหากเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ ก็สามารถแก้ไขได้ทันด้วยการฉีดสลายด้วยสารไฮยารูโลนิเดส (Hyarulonidase) นอกจากนี้ ฟิลเลอร์หลายยี่ห้อมีการให้สแกนบาร์โค้ดที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ว่าฟิลเลอร์นั้นเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ส่งมาจากผู้ผลิตโดยตรง

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ?

การฉีดฟิลเลอร์ไม่ว่าบริเวณใดในร่างกาย ควรพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
  1. สถานบริการต้องสะอาดและได้มาตรฐาน
  2. ฉีดโดยแพทย์ผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ รวมทั้งสามารถแก้ไขผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
  3. การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต้องเหมาะสมกับตำแหน่งที่ฉีด เป็นฟิลเลอร์ของแท้และมีความปลอดภัย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและดูเป็นธรรมชาติ ตรงกับปัญหาที่คนไข้กังวล
โดยหากสามารถเลือกทั้ง 3 ปัจจัยได้อย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้การฉีดฟิลเลอร์เป็นไปได้อย่างปลอดภัย

บริเวณต่าง ๆ ที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้

บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ได้

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

เมื่อดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ และยังเป็นจุดที่ดึงดูดสายตาของคนมองที่สุดจุดหนึ่งบนใบหน้า ผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะบริเวณใต้ตาก็เช่นเดียวกัน เพราะมันเป็นตัวสะท้อนถึงความเหนื่อยล้าไม่ว่าจะจากการทำงาน การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดและความร่วงโรยแห่งวัย ซึ่งหลาย ๆ คนอาจมีปัญหาใต้ตามาตั้งแต่เกิดและดูแย่ลงเรื่อยๆ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ทำให้ดูเสียบุคลิก และสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยทำให้บริเวณที่มีปัญหาใต้ตาดูสดใสขึ้นได้ ปัญหาใต้ตาเกิดขึ้นได้ทั้งสาเหตุจากกรรมพันธุ์และอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยกระตุ้นให้แย่ลงจากภายนอก เช่น การขัดถูผิวรอบดวงตาอย่างรุนแรง การนอนหลับพักผ่อนไม่พอ การชอบหรี่ตาหรือขยี้ตา เป็นต้น การฉีด Filler ใต้ตาจึงช่วยแก้ปัญหาใต้ตาแบบไม่ต้องผ่าตัดได้ในหลาย ๆ กรณี ดังนี้ แก้ปัญหาร่องใต้ตา

ปัญหาร่องใต้ตา

เหมาะกับคนที่มีเงาดำที่เกิดจากความเป็นร่องบริเวณใต้ตา เมื่อฉีดใต้ตาเติมร่องให้เต็มขึ้น ทำให้เงาดำหายไป จะทำให้ผิวใต้ตาเรียบเนียน ฉีดฟิลเลอร์ถุงใต้ตา

ปัญหาถุงใต้ตา

เหมาะกับคนที่มีถุงไขมันใต้ตาในระดับที่ไม่รุนแรงต้องการฉีดบริเวณร่องใต้ถุงเพื่อบดบังความเป็นถุง เกลี่ยให้ผิวดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น ถ้าเป็นในระดับที่รุนแรงมาก อาจฉีดกลบได้ไม่เรียบเนียนเท่าคนที่มีถุงใต้ตาในระดับที่รุนแรงน้อย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก่อนทำการรักษา

ปัญหาใต้ตาดำคล้ำ

เหมาะกับคนที่มีผิวใต้ตาดำคล้ำที่เกิดจากผิวใต้ตาบางจนมองเห็นสีของกล้ามเนื้อรอบตาและเส้นเลือดดำใต้ผิว

ปัญหาริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นและผิวแห้งบริเวณใต้ตา

การใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลเล็ก ๆ สามารถนำมาฉีดเกลี่ยที่ผิวชั้นตื้น ๆ บริเวณใต้ตาได้ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและอุ้มน้ำ ทำให้ริ้วรอยใต้ตาดูจางลง

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน ?

ส่วนมากแล้วการฉีด Filler ใต้ตาสามารถอยู่ได้โดยเฉลี่ยอย่างน้อย 3 – 6 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ประเภทของฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีด รวมถึงเทคนิคของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บวมกี่วัน

ใต้ตาเป็นบริเวณที่ค่อนข้างบอบบาง หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อาจจะมีอาการบวมแดงบ้าง เนื่องจากรอยเข็ม ในระยะ 2-3 วันแรก หลังจากทำการฉีดฟิลเลอร์ หรือหากมีอาการช้ำอันเกิดจากเส้นเลือดดำที่ผิวฉีกขาดขณะทำการฉีด อาจมีรอยช้ำบวมได้ ซึ่งอาจจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ถึงหายเป็นปกติ จึงแนะนำให้ทำก่อนออกงานหรือก่อนมีงานสำคัญอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ?

การฉีด filler บริเวณใต้ตา เป็นตำแหน่งที่ต้องอาศัยความชำนาญในการฉีดมากกว่าบริเวณอื่น เนื่องจากบริเวณนี้ผิวมีความบอบบางอย่างมากและมีเส้นเลือดมาเลี้ยงบริเวณรอบดวงตามากมาย การฉีดอย่างไม่ถูกหลักการอาจทำให้เกิดก้อน ดูไม่เป็นธรรมชาติโดยเฉพาะเวลายิ้มหรือหัวเราะ หากการฉีดทำอย่างรุนแรงหรือไม่ระวังให้ดี อาจทำให้เส้นเลือดดำฉีกขาด เกิดรอยช้ำที่ผิวหลังทำได้ และหากฉีดเข้าเส้นเลือดใต้ผิวจะทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตัน โดยเฉพาะถ้าเกิดกับเส้นเลือดแดงอาจทำให้เกิดเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง หรือถ้าฟิลเลอร์ไหลเข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณลูกตา อาจส่งผลให้ตาบอดได้เช่นกัน ดังนั้นแพทย์ผู้ฉีดนอกจากจะต้องมีความรู้ความชำนาญในการฉีดแล้ว ยังต้องสามารถจัดการกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นขณะทำฟิลเลอร์ด้วยเช่นกัน

เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี

การเลือกคลินิกเสริมความงาม ที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรพิจารณาจากคลินิกเสริมความงามที่มีแพทย์ผู้ชำนาญและเป็นคลินิกที่เชื่อถือได้ เนื่องจากบริเวณใต้ตา เป็นบริเวณที่ผิวมีความบอบบาง การจะฉีดฟิลเลอร์ตาแล้วออกมาสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ จึงขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์และการเลือกใช้ชนิดของฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับปัญหาด้วย

การฉีดฟิลเลอร์คาง

การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะการมีรูปหน้าที่ได้สัดส่วนสวยงาม หมายถึงการมีรูปคางที่มีความยาวพอดีไม่สั้นหรือยาวเกินไปเมื่อดูหน้าตรง โดยมีสัดส่วนของความสูงตั้งแต่ระดับคิ้วถึงไรผม:ระดับคิ้วถึงฐานจมูก:ระดับฐานจมูกถึงปลายคาง เท่ากับ 1:1:1 ดังรูป การฉีดฟิลเลอร์คาง และความพุ่งของคางจะต้องรับกับความสูงของปลายจมูกและริมฝีปากเมื่อหันหน้าด้านข้าง ดังรูป ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า จะเห็นได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์คาง นอกจากจะแก้ไขปัญหาหน้าดูสั้นแล้ว ยังทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นและเหนียงใต้คางดูลดน้อยลง ซึ่งรูปทรงของคางที่แตกต่างกันก็สามารถฉีดด้วยเทคนิคที่แตกต่างกันได้ อย่างในผู้หญิงก็จะมีรูปคางที่เรียวเล็ก ส่วนในผู้ชาย คางจะออกเป็นรูปทรงเหลี่ยมคางหมู ไม่เรียวอย่างในผู้หญิง ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า นอกจากนี้ รูปทรงของคางก็ยังขึ้นกับเทรนด์หรือค่านิยมของแต่ละคนด้วย เช่น ในผู้ชายที่ชอบคางสไตล์พระเอกเกาหลีอาจจะอยากมีคางที่ดูเรียวแหลมคล้ายผู้หญิง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับปัจจัยอื่นอีกอย่างเช่นรูปทรงโดยรวมของใบหน้าคนไข้ ในผู้หญิงที่มีรูปหน้าเหลี่ยมอาจจะไม่เหมาะกับการมีคางแหลม แต่อาจทำคางเป็นรูปทรงที่โค้งมนให้รับกับรูปหน้า เป็นต้น

ฉีดฟิลเลอร์คางอันตรายไหม ?

ปัญหาที่หลาย ๆ คนกังวล คือฉีดฟิลเลอร์คางมาแล้ว ดูเป็นก้อน ไม่เป็นธรรมชาติ คางดูเบี้ยว หรือจับตัวเป็นก้อน ทำให้ใบหน้าดูผิดรูป ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจากตัวฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ไม่ได้มาตรฐาน อย่างการนำฟิลเลอร์ชนิดถาวรพวกซิลิโคนมาใช้ ทำให้ไม่สามารถสลายได้ พออายุมากขึ้นผิวหย่อนคล้อย ก้อนซิลิโคนก็ย้อยลงมาตามผิวทำให้รูปคางบิดเบี้ยว นอกจากนี้ยังขึ้นกับความเชี่ยวชาญของแพทย์ ความรู้เกี่ยวกับตำแหน่งและชั้นผิวที่ฉีด เทคนิคการฉีด การเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่ฉีดอย่างเหมาะสม รวมถึงแพทย์ต้องสามารถดีไซน์รูปหน้าให้เหมาะสมกับคนไข้ และเมื่อเกิดผลข้างเคียงแพทย์ก็สามารถตรวจเจอและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถฉีดฟิลเลอร์คางได้อย่างปลอดภัย

วิธีการแก้ไขฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นก้อน

  • การฉีดสลายฟิลเลอร์
วิธีนี้เหมาะสำหรับการแก้ไขฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid ตัวยาที่ใช้ฉีดสลายคือ Hyarulonidase : HYAL ทั้งนี้การฉีดสลายฟิลเลอร์ที่เป็นก้อน จำเป็นต้องทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อสามารถประเมินการใช้ยาได้อย่างเหมาะสมและป้องกันไม่ให้ตัวยาที่ใช้สลายนี้ไปทำลายเนื้อเยื่อส่วนอื่น ๆ โดยเห็นผลการรักษาได้ในทันทีระดับหนึ่ง และเห็นผลเต็มที่ภายใน 2-3 วัน และหากต้องการฉีดใหม่ ควรทิ้งระยะเวลาประมาณอย่างน้อย 1-2สัปดาห์หลังการฉีดสลายฟิลเลอร์
  • การขูดฟิลเลอร์
ในกรณีที่คนไข้ต้องการไปศัลยกรรมเสริมซิลิโคนในตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์ไป อย่างในฟิลเลอร์คาง ศัลยแพทย์อาจจะทำการขูดฟิลเลอร์ที่ยังสลายไม่หมดออก เพื่อให้ผลการเสริมซิลิโคนที่ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • การทำศัลยกรรมผ่าตัด
วิธีนี้เป็นการแก้ไขสำหรับผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์กลุ่มถาวรประเภทซิลิโคนเหลว ที่เป็นก้อนและเกาะตัวแข็งจนมีพังผืดของร่างกายมาห่อหุ้ม จนเกิดการเคลื่อนของก้อนฟิลเลอร์ลงไปตามแรงโน้มถ่วง หรือมีการอักเสบติดเชื้อเกิดขึ้น ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องทำการเอาฟิลเลอร์เหล่านี้ออก ซึ่งวิธีการนี้ก็ยังไม่สามารถเอาฟิลเลอร์ออกได้ทั้งหมด

ฉีดฟิลเลอร์คาง นอนตะแคงได้ไหม? และมีข้อห้ามอย่างไรบ้าง ?

หลังการฉีดฟิลเลอร์คาง ข้อแนะนำที่คนไข้ควรปฏิบัติโดยเฉพาะช่วง 1-2 สัปดาห์แรกคือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณคางบ่อยๆ หรือแรงๆ อย่างการนั่งเท้าคาง การออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณคาง เพื่อให้ฟิลเลอร์คงตัวตามทรงที่ฉีดและกลืนไปกับผิวได้ดีก่อน สำหรับประเด็นเรื่องการนอนตะแคงหลังจากการฉีดฟิลเลอร์คางนั้น สามารถทำได้ เมื่อฟิลเลอร์เซ็ตตัวเข้าที่แล้ว โดยหลังฉีดช่วงสัปดาห์แรก จะมีความระบมบริเวณคางอยู่ คนไข้จะไม่อยากนอนสัมผัสใบหน้ากับหมอนไปเอง เมื่อเวลาผ่านไปพอฟิลเลอร์กลืนเข้ากับผิว เวลาจับสัมผัสก็จะรู้สึกเหมือนเนื้อคางเราจริงๆ ก็จะไม่ต้องกังวลว่าทรงคางจะเปลี่ยน ซึ่งจากนั้นจะนอนท่าไหนก็ได้ตามปกติ

ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาเท่าไหร่ ?

การฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนของฟิลเลอร์ที่ใช้ รวมถึงประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ ซึ่งราคาจะแตกต่างกันไปในช่วงราคาหลักหมื่นบาทต่อหนึ่งซีซี

จะฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ไหนดี ?

ฟิลเลอร์คางเป็นส่วนที่ต้องฉีดให้เหมาะสม รับกับใบหน้า จึงจะออกมาสวยงาม ดังนั้นจึงควรปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญก่อนจะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์คาง ที่รมย์รวินท์คลินิก มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญพร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

การมีหน้าผากที่โหนกนูน ไม่ยุบ บุ๋ม แบนเป็นที่นิยมกันอย่างมากในผู้หญิงเอเชีย และในผู้ชายข้ามเพศที่ต้องการมีหน้าผากที่ดูละมุนเหมือนผู้หญิง การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ได้หน้าผากที่มีสัดส่วนสวยงาม แถมไร้ริ้วรอยร่องลึก หน้าผากของผู้หญิงและผู้ชายมีความแตกต่างกันตามลักษณะโครงกระดูกใบหน้า ในผู้หญิงหน้าผากจะมีความโค้งมนมากกว่าและหน้าผากแคบกว่าในผู้ชาย หน้าผากในผู้ชายจะมีความเรียบแบน กระดูกโหนกคิ้วเด่นชัด มีความกว้างของหน้าผากมากกว่า ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะช่วยแก้ไขปัญหารูปทรงของหน้าผาก รวมทั้งริ้วรอยร่องลึกที่เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากได้ ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้เทคนิคการฉีดขั้นสูงจึงต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์ในการฉีด เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ให้ได้หน้าผากที่เรียบเนียนไม่เป็นคลื่น ยิ่งไปกว่านั้น โอกาสเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดก็ยังมีสูงกว่าบริเวณอื่น เพราะบริเวณหน้าผากมีเส้นเลือดมาเลี้ยงผิวชั้นบนมากมาย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟิลเลอร์อุดตันหลอดเลือดสูงเช่นกัน และบริเวณหน้าผากยังต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณมากกว่าบริเวณอื่น เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้เพิ่มโอกาสการกดทับหลอดเลือดที่ส่งผลให้เกิดเนื้อตายได้

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก บวมกี่วัน

การบวมจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเกิดได้ในหลายกรณี ได้แก่
  • การบวมจากการฉีดยาชาเพราะการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้ยาชาปริมาณมาก ด้วยหน้าผากเป็นบริเวณกว้าง และการฉีดหน้าผากให้ดูสวยเรียบเนียนจำเป็นต้องฉีดในชั้นลึกใต้ชั้นกล้ามเนื้อ ทำให้โอกาสสูงที่เข็มจะผ่านเส้นประสาทรับความรู้สึกปวด ทำให้รู้สึกเจ็บปวดได้มากกว่าบริเวณอื่น
  • การบวมจากการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ การบวมอาจจะเกิดจากการช้ำ และขั้นตอนการฉีดซึ่งความยากง่ายมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
กล่าวคือ การฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าผาก อาจทำให้เกิดการบวมได้มากสุดในระยะ 2-3 วันแรกหลังทำการฉีด และอาการบวมจะค่อยๆ ดีขึ้น ในหลายเคสที่ฉีดยาชาปริมาณมากจนร่างกายขับออกไม่ทัน อาจเกิดอาการบวมน้ำไหลจากบริเวณหน้าผากลงมาที่เปลือกตาและดั้งจมูก ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ไหล ซึ่งจริงๆ เป็นแค่การกำจัดน้ำที่เกินจากยาชาซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองใน 1 สัปดาห์ เร็วช้าขึ้นกับปริมาณยาชาที่ใช้ และอาการบวมจะหายไปได้เร็วขึ้นด้วยการนอนหัวสูง

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อันตรายจริงหรือ ?

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณส่วนบนของใบหน้าซึ่งมีเส้นเลือดสำคัญไปหล่อเลี้ยงผิวมากมายรวมไปถึงมีแขนงเส้นเลือดที่เชื่อมต่อเข้าไปเลี้ยงภายในดวงตาด้วย ทำให้การฉีดฟิลเลอร์บริเวณนี้ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญมากเพียงพอ หากฉีดผิดพลาดอาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายตามมาถึงขั้นตาบอดได้ การเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจึงควรเลือกฉีดกับคลินิกเสริมความงามที่มีความน่าเชื่อถือ และฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อจะได้มีหน้าผากที่สวยรับกับใบหน้า และมีความปลอดภัยด้วย

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเหมาะกับใคร ?

  • ผู้หญิงที่มีหน้าผากแบนเว้าไร้มิติ โดยเฉพาะเวลาหันข้าง
  • ผู้ชายที่หน้าผากไม่เรียบ ดูเว้าลึก ดูไม่เรียบแบน
  • ผู้ชายที่ต้องการมีหน้าผากละมุนคล้ายผู้หญิง ไม่อยากมีกระดูกโหนกคิ้วที่ดูเด่น
  • ผู้ที่เห็นแนวกระดูกที่เป็นรอยต่อระหว่างหน้าผากกับขมับชัด ต้องการฉีดฟิลเลอร์ให้หน้าผากดูกลมเนียนไปกับบริเวณขมับ ซึ่งอาจจะทำการฉีดขมับร่วมด้วย
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขร่องลึกบริเวณหน้าผาก หรือในคนที่มีข้อห้ามในการฉีดโบหน้าผากแล้วอยากทำให้ริ้วรอยที่หน้าผากดูตื้นขึ้น ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์หน้าผากได้

จะเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ไหนดี ?

  • คลินิกที่แพทย์มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์
  • คลินิกที่ได้รับมาตรฐาน มีการดำเนินการอย่างถูกต้อง และมีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้
  • คลินิกที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์แท้

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นอีกหนึ่งบริเวณยอดฮิตที่เป็นที่นิยมกันมาก ๆ ในการฉีดฟิลเลอร์ และยังเป็นบริเวณแรกๆ ที่คนเริ่มทดลองฉีด เพราะไม่ว่าอายุไหนก็มีปัญหาร่องแก้มลึกได้ ลักษณะของร่องแก้มลึก สามารถปรากฏเป็นเส้นยาว โค้งลงมาถึงมุมปาก และมักลึกขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น ฉีดฟิลเลอร์แก้ปัญหาร่องแก้ม ร่องแก้มลึกอาจจะเกิดจากพันธุกรรม ทำให้เห็นปัญหาตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ หรือในบางคนก็มีร่องแก้มลึกยาวมาตั้งแต่เกิด ยิ่งเวลายิ้มหรือหัวเราะยิ่งทำให้เห็นปัญหาของร่องแก้มเด่นชัดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้อย่างที่กล่าวไป อายุที่เพิ่มมากขึ้นก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความกังวล ทั้งยังมาพร้อมกับความหย่อนคล้อยของใบหน้า จากการยุบตัวของกระดูกหน้าแก้มบริเวณใต้ตา และกระดูกบริเวณร่องแก้มเอง ทำหน้าไขมันและผิวหน้าแก้มตกลงมากองอยู่เหนือร่องแก้ม ทำให้ดูแล้วร่องแก้มมีความลึกมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม สามารถช่วยแก้ไขปัญหาร่องแก้มลึกได้โดยตรง โดยสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังการฉีด และในคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวเหนือบริเวณร่องแก้มร่วมด้วย (เช่นในคนที่อายุมากขึ้น อาจสังเกตจากการมีร่องใต้ตา หรือมีหน้าแก้มแบน) การฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าแก้ม (midface) ร่วมด้วย ก็จะช่วยทำให้ร่องแก้มลึกดูตื้นขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากจะเห็นผลความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีแล้ว ผลลัพธ์ก็อยู่ได้นานราว 12 - 18 เดือน แล้วแต่ชนิดของฟิลเลอร์และผิวแต่ละคน

ปัญหาร่องแก้มลึกเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ?

  • กรรมพันธุ์ มีร่องแก้มลึกเป็นลักษณะใบหน้าของคนในครอบครัว
  • อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการยุบตัวของกระดูกบริเวณใต้ตาและร่องแก้ม ในบางคนมีหน้าแก้มหย่อนคล้อยทับลงมาที่ร่องแก้มทำให้ร่องแก้มดูลึกลงไปอีก
  • การแสดงออกทางสีหน้า การยิ้มหรือหัวเราะบ่อยๆ ทำให้เกิดร่องแก้มลึกที่ผิวซ้ำๆ
  • ผิวแห้ง ทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวได้ง่าย
  • ชอบนอนตะแคงข้าง ทำให้ใบหน้าข้างหนึ่งถูกกดทับบ่อยๆ เกิดร่องแก้มลึกชัดในข้างนั้นได้

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ราคาเท่าไหร่

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ราคาจะขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และยิ่งถ้าร่องแก้มลึกนั้นเกิดจากหน้าแก้มที่หย่อนตกลงมาด้วย ก็จำเป็นที่จะต้องฉีดแก้ปัญหาหน้าแก้มเพื่อทำให้ร่องแก้มดีขึ้นด้วย ทำให้อาจจะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากกว่าแค่การฉีดบริเวณร่องแก้มเองอย่างเดียว ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณและชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้ เพื่อให้เหมาะสมที่สุดกับปัญหาร่องแก้มของแต่ละคน

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม บวมกี่วัน อันตรายหรือไม่ ?

จริง ๆ แล้วการฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้มถือเป็นอีกหนึ่งหัตถการยอดฮิต แต่ก็มีความเสี่ยงในการฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดที่จะนำไปสู่เนื้อเยื่อผิวขาดเลือดหรือเกิดเนื้อตายได้ โดยเฉพาะบริเวณผิวที่ชิดฐานจมูกเพราะเป็นบริเวณที่เส้นเลือดเป็น bifurcation คือมีการแตกแขนงของเส้นเลือดออกเป็นสองทางและเส้นเลือดเหล่านี้อยู่บริเวณผิวตื้นๆ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ฉีดตื้นด้วยเข็มคมบริเวณผิวที่ชิดฐานจมูก การบวมจากการฉีดฟิลเลอร์บริเวณนี้เจอได้บ้าง ในกรณีที่มีการฉีกขาดของเส้นเลือดที่ผิว ทำให้เกิดอาการบวมช้ำได้ หรือหากใส่ฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินไปก็อาจจะเกิดการบวม และมีการเคลื่อนของฟิลเลอร์ได้ เพราะบริเวณร่องแก้มเป็น mobile area หรือเรียกได้ว่าเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาจากการยิ้มหรือหัวเราะ การบวมหรือรอยช้ำอาจพบได้ใน  1-2 สัปดาห์แรก แล้วจะค่อยๆ ดีขึ้น ถ้าฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินไป อาจใช้การนวดด้วยนิ้วมือทั้งจากผิวภายนอกและจากภายในปาก แต่หากไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องสลายฟิลเลอร์ออกบางส่วนด้วยตัวยาสลาย Hyaluronidase ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาจากการตรวจติดตามผลหลังทำ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี?

เมื่อตัดสินใจจะฉีดฟิลเลอร์ ควรพิจารณาเลือกคลินิกเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ มีแพทย์ผู้ชำนาญการให้บริการฉีดฟิลเลอร์ และสามารถตรวจสอบได้ ว่าฟิลเลอร์ที่ใช้นั้นเป็นฟิลเลอร์แท้

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เห็นผลอย่างไร ?

โดยปกติแล้วการฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้มจะสามารถเห็นผลได้ทันที และคงอยู่ได้นานราว 12 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและแบรนด์ที่แพทย์เลือกใช้ ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เมื่อครบตามกำหนดแล้ว สารเติมเต็มดังกล่าวจะสลายไปได้เองตามธรรมชาติ โดยหลังฉีดยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย

ผู้ที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องแก้มลึก จากอายุที่มากขึ้น
  • ผู้ที่อายุยังน้อย แต่ใบหน้าดูแก่กว่าวัยจากการมีร่องแก้ม ทำให้ขาดความมั่นใจ
  • ผู้ที่แก้ไขปัญหาหน้าแก้มหย่อนคล้อยจากการฉีดฟิลเลอร์แล้ว แต่ยังทำให้ร่องแก้มลึกไม่หาย 100%
  • ผู้ที่อยากแก้ไขผิวหย่อนคล้อย ร่องลึกบนผิว แบบไม่ต้องผ่าตัด

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีภาวะอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่ต้องการฉีด
  • ผู้ที่เคยมีประวัติในการแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์
  • ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะเลือดไหลไม่หยุด

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • งดการรับประทานยา ก่อนทำ 1 สัปดาห์
  • งดวิตามินหรืออาหารเสริมบางชนิดที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว เช่น วิตามินอี ซี น้ำมันปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
  • หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้เป็นประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ

วิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • สามารถแต่งหน้าบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ได้ตามปกติ หลังการฉีด 24 ชั่วโมง
  • ภายใน 48 ชั่วโมง ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ หรือตากแดดร้อน ๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงบริเวณรูเข็มได้
  • ไม่นวดหรือคลึงบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเอง เพราะอาจทำให้เกิดการบวมหรือการเคลื่อนตำแหน่งของฟิลเลอร์ได้
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
  • ควรดื่มน้ำเยอะๆ ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน ช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้มากขึ้น
  • ภายใน 2 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้ม ควรงดการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน และงดการอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์บริเวณใบหน้า รวมถึงการทำเครื่องมือกลุ่ม RF

การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ แก้มตอบเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

  • พันธุกรรม มักเกิดในคนที่มีกระดูกโหนกแก้มสูง
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว หรือการลดน้ำหนัก
  • การถอนฟัน ขาดตัว support ใต้กระพุ้งแก้ม
  • การปรับรูปหน้าด้วยวิธีต่างๆ เช่นการทำเครื่อง RF บริเวณข้างแก้มด้วยพลังงานสูงเกินไป

ผู้ที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ

  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบจนเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส
  • ผู้ที่อยากมีใบหน้าอิ่มเอิบขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด และทำให้เห็นผลเร็วขึ้น

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ

การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ เป็นการแก้ไขปัญหารูปหน้าเฉพาะจุดด้วยการใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic acids หรือ HA ที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งเห็นผลหลังทำทันที สามารถปรับรูปหน้าได้โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น หากฉีดตื้นเกินไปหรือเลือกใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลใหญ่และมีความหนืดมาก อาจคลำได้ก้อนหรือรู้สึกผิวยังไม่เรียบเนียนในบริเวณที่ฉีดโดยอาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์แก้มตอบจะสลายไปเองตามธรรมชาติ โดยระยะเวลาที่สลาย ขึ้นอยู่กับขนาดโมเลกุลและลักษณะของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้  จะฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบที่ไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความเชี่ยวชาญของแพทย์ จะทำให้การฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้มตอบให้เห็นผลลัพธ์ที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ

การฉีดฟิลเลอร์จมูก

การฉีดฟิลเลอร์จมูก เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ ว่าสามารถช่วยปรับรูปจมูกให้สวยได้ดั่งใจ และเป็นธรรมชาติ หลายๆ คนอาจจะกำลังลังเลว่าจะฉีดฟิลเลอร์จมูกดีไหม ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูกนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่อยากปรับแต่งรูปทรงของจมูกให้สวยได้รูปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากการผ่าตัดเสริมจมูกจะให้ผลที่อยู่ได้นานกว่า คงรูปกว่า และไม่แนะนำในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการมีการวางแผนจะผ่าตัดเสริมจมูกในอนาคต เพราะอาจจะต้องมีการขูดฟิลเลอร์ออกก่อนใส่ซิลิโคนเพื่อให้ผิวจมูกหลังผ่าตัดมีความเรียบเนียน ฉีดฟิลเลอร์จมูกอันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์จมูกอันตรายไหม ?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรามักได้เห็นปัญหาของการฉีดฟิลเลอร์จมูกกันมากมาย โดยส่วนหนึ่งจะเป็นเคสที่ตาบอดหลังจากฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูก นั่นเป็นเพราะว่าด้านข้างของสันจมูกจะมีเส้นเลือดชื่อ Dorsal nasal artery เชื่อมต่อเข้ากับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตาของเรา เมื่อเส้นเลือดอุดตันจากฟิลเลอร์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อการมองเห็นได้ การฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์อาจทำให้ปลายเข็มฉีดเข้าเส้นเลือด ทำให้เนื้อฟิลเลอร์ไปอุดตันหรือกดทับในบริเวณนี้ได้ หากตัดสินใจจะฉีดฟิลเลอร์จมูกที่ไหนดีแล้วจึงควรเลือกทำหัตถการกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์และคลินิกที่ได้รับมาตรฐานเท่านั้น จะได้สวยอย่างปลอดภัยและมีความเสี่ยงน้อยที่สุด!

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูก

  • บวมช้ำน้อย
  • เห็นผลลัพธ์ทันที ไม่ต้องพักฟื้น
  • เหมาะสำหรับคนที่มีฐานจมูกอยู่แล้วในระดับหนึ่ง
  • หากผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจ สามารถฉีดเพิ่ม หรือฉีดสลายออกได้ด้วย Hyaluronidase

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูก

  • หากทำหัตถการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์น้อย หรือไม่มีประสบการณ์มากพอ อาจทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นตาบอดได้ หรือแม้แต่แพทย์ที่มีประสบการณ์ก็อาจจะเกิดผลข้างเคียงได้เพราะการฉีดจมูกเป็นบริเวณที่มีขนาดเล็กและเนื้อแน่น ทำให้มีโอกาสฉีดเข้าเส้นเลือดได้สูง
  • หากเลือกใช้ประเภทของฟิลเลอร์ที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ทรงจมูกผิดเพี้ยนไปจากความต้องการได้ หรือทำให้ทรงจมูกคงตัวไม่ดี หากเติมฟิลเลอร์เพิ่มเรื่อยๆ อาจทำให้จมูกดูใหญ่ และดูไม่เป็นทรงได้
  • หากเปลี่ยนใจหรือต้องการผ่าตัดเสริมซิลิโคนหลังการฉีดฟิลเลอร์ อาจจำเป็นต้องขูดฟิลเลอร์ออกก่อน ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ผิวจะบางลง และทำให้ราคาค่าผ่าตัดแพงขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์จมูกเหมาะกับใครบ้าง ?

  • ผู้ที่จมูกไม่มีสัน เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแล้วจะทำให้รูปทรงจมูกดูคมมากขึ้น
  • ผู้ที่จมูกผิดรูป หรือไม่สมส่วน
  • ผู้ที่อยากมีดั้งโด่งขึ้น แบบไม่อยากผ่าตัด และยอมรับในความเสี่ยงได้

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์จมูก

หากฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว อยากผ่าตัดเสริมซิลิโคนที่จมูก จำเป็นจะต้องขูดเอาฟิลเลอร์ออกก่อน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ของแพทย์ในการผ่าตัดแก้ไขอย่างมาก เนื่องจากเมื่อฉีดเข้าไปแล้ว จะมีบางส่วนของฟิลเลอร์ที่จะเข้าไปผสานกับเนื้อเยื่อบริเวณจมูกของเรา หากขูดออกหมดก็อาจทำให้เนื้อที่ดีหลุดออกไปด้วย ทำให้ผิวบริเวณจมูกบาง ไม่เรียบและเป็นคลื่นได้

หลังฉีดฟิลเลอร์ที่จมูก ควรดูแลตัวเองอย่างไร

  • หลังฉีดทันที ไม่ควรจับบริเวณจมูก เพราะฟิลเลอร์ยังไม่เซ็ตตัว อาจเคลื่อนตำแหน่งได้
  • ในช่วง 48 ชั่วโมง งดการออกกำลังกายและโดนความร้อน
  • หลังฉีดฟิลเลอร์ที่จมูกควรดื่มน้ำในปริมาณอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน ทำฟิลเลอร์ฟูอุ้มน้ำ
  • สามารถแต่งหน้า หรือทาครีมบำรุงได้ตามปกติ

การฉีดฟิลเลอร์ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นอีกเทรนด์ความงามที่สาวๆ ฮิตกันมากในปัจจุบัน เพราะปากถือเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดสายตาที่ทำให้สาวๆ รู้สึกเซ็กซี่และมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์บริเวณปาก จะช่วยทำให้ริมฝีปากดูสวย อวบอิ่ม และยังช่วยให้ริมฝีปากดูเป็นสัดส่วน คมชัด ได้รูปและดูเด็กลงมากยิ่งขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์ปากเหมาะกับใครบ้าง ?

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับทุกคนทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยนอกจากจะเป็นการปรับรูปปากให้เข้ากับใบหน้าแล้ว ยังช่วยเติมเต็มร่องปาก ยกมุมปาก และลดริ้วรอยทั้งตัวเนื้อปากและบริเวณรอบริมฝีปาก ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเด็กลง ดูน่าดึงดูดขึ้น ทั้งนี้สัดส่วนริมฝีปากที่ดี คือควรมีสัดส่วนความสูงริมฝีปากบน 1 ส่วนต่อความสูงริมฝีปากล่าง 1.6 ส่วน นั่นหมายถึงว่าริมฝีปากล่างต้องมีขนาดใหญ่กว่า โอบรับริมฝีปากบน ทำให้ดูแล้วหน้าไม่เศร้าและมุมปากทั้งสองข้างควรเสมอกันหรือยกขึ้น ไม่คว่ำลงให้เกิดเป็นร่องมุมปากหรือร่องน้ำลาย และมีขนาดปากเหมาะสมกับขนาดของใบหน้า เช่น ใบหน้าใหญ่ ควรมีรูปปากกว้างรับกับใบหน้า ริมฝีปากบนและล่างต้องปิดสนิท ฉีดฟิลเลอร์จมูกอันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม ?

การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นตำแหน่งการฉีดที่ค่อนข้างปลอดภัย เพราะมีเส้นเลือดไปเลี้ยงมากมาย ส่วนใหญ่ถ้าเกิดการอุดตันเส้นเลือดใดเส้นเลือดหนึ่ง มักจะมีเส้นเลือดอื่นมาเลี้ยงบริเวณนั้นชดเชยได้ ทำให้ไม่ค่อยพบภาวะเนื้อตายเมื่อมีการฉีดฟิลเลอร์ปาก แต่การปรับรูปปากให้สวยงามได้สัดส่วน ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีของผลิตภัณฑ์และคลินิกที่ใช้บริการด้วย ข้อควรระวัง! สำหรับผู้เข้ารับบริการที่เคยผ่านการผ่าตัดใด ๆ บริเวณริมฝีปากมาก่อนหรือเป็นแผลเป็นบริเวณริมฝีปาก ควรแจ้งแพทย์ที่ดูแลก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการการฉีดฟิลเลอร์ปากเนื่องจากเส้นเลือดบางส่วนของคนไข้อาจเกิดเป็นพังผืด และอาจทำให้การฉีดฟิลเลอร์ปากอันตรายมากขึ้น ไม่ขึ้นรูปทรงที่ต้องการและต้องใช้ความระมัดระวังในการฉีดมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

การฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานมากน้อยแค่ไหน

โดยปกติแล้วการฉีดฟิลเลอร์บริเวณปาก จะอยู่ได้นานราว 6 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณและขนาดโมเลกุลของฟิลเลอร์ที่ใช้ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วย หากมีการกินอาหารที่ร้อนจัดเป็นประจำ ก็อาจทำให้ฟิลเลอร์ปากสลายง่ายขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน

หลังจากฉีดฟิลเลอร์บริเวณปาก อาจจะมีอาการบวมได้ในระยะเวลา 2-3 วันเนื่องจากผิวบริเวณริมฝีปากค่อนข้างบาง และอาจจะเกิดรอยช้ำได้เนื่องจากรอยเข็มที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์ และต้องระวังหากมีก้อนเลือดคั่งจากการฉีกขาดของเส้นเลือดบริเวณริมฝีปาก อาจทำให้รอยบวมช้ำยาวนานกว่าปกติ แต่ก็หายเองได้ใน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งหลังการฉีดควรทาวาสลีนสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการสัมผัสปาก แกะหรือเกา และทำความสะอาดริมฝีปากหลังการรับประทานอาหารทุกครั้ง

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ข้อห้ามมีอะไรบ้าง

  • ภายใน 12 ชั่วโมงแรก งดการใช้หลอดดูดน้ำ การจูบ การทาลิปสติก และงดสูบบุหรี่
  • ขยับบริเวณปากให้น้อยลงช่วง 3 วันแรกหลังฉีด
  • งดการออกกำลังกายหนัก ๆ
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • งดสัมผัสบริเวณที่ฉีด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มและอาหารร้อน ๆ
  • ห้ามลอกผิวหนังบริเวณริมฝีปาก เพราะอาจเกิดแผลและเกิดการติดเชื้อตามมาได้ ควรทาวาสลีนให้ชุ่มละปล่อยให้หายเอง

การฉีดฟิลเลอร์ขมับ

การฉีดฟิลเลอร์ขมับเหมาะกับผู้ที่มีความต้องการปรับรูปหน้าให้หน้าดูอิ่ม ไม่โทรม หรือในคนที่มีปัญหาขมับตอบ ขมับยุบ ขมับบุ๋ม จนเห็นกระดูกรอยต่อระหว่างหน้าผากกับขมับรวมทั้งกระดูกโหนกแก้มเด่นชัด นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ขมับยังสามารถช่วยยกเปลือกตาบริเวณหางตาขึ้นได้ เป็นการแก้ไขปัญหาหนังตาตกอีกด้วย ขมับตอบเกิดจากอะไรได้บ้าง ?
  • พันธุกรรมของโครงสร้างกะโหลกศีรษะแต่ละคน ทำให้เห็นแนวกระดูกเด่นชัด
  • อายุที่มากขึ้น ทำให้กระดูกยุบตัว ชั้นไขมันหายไป ผิวขมับจึงดูยุบและตอบลง
  • น้ำหนักตัวลดลง ทำให้ชั้นไขมันหายไป

การฉีดฟิลเลอร์ขมับเหมาะกับใครบ้าง ?

  • คนที่มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เนื้อที่ใบหน้าบางส่วนอาจยุบหายไปด้วย การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณขมับ ก็จะช่วยให้ใบหน้าสดใสมากขึ้น
  • ผู้ที่มีโหนกแก้มชัด มักทำให้ขมับดูตอบ ใบหน้าดูโทรม
  • ผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อาจต้องฉีดฟิลเลอร์ขมับร่วมด้วย เพื่อให้ใบหน้าโดยรวมสวยเข้ารูป ดูละมุนขึ้น
  • ผู้ที่มีอายุมากขึ้น เนื้อบริเวณขมับจะเริ่มยุบลง จนขมับดูตอบ เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณดังกล่าว จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยมากขึ้น และยังช่วยแก้ไขผิวหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าส่วนล่าง จากการดึงผิวขึ้นต้านแรงโน้มถ่วงของปริมาตรฟิลเลอร์บริเวณขมับที่ฉีดเข้าไป

ฉีดฟิลเลอร์ขมับอันตรายหรือไม่ ?

ความปลอดภัยของการฉีดฟิลเลอร์ขมับ ขึ้นกับเทคนิคและวิธีการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งเกิดจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ฉีด หากฉีดในชั้นผิวที่ถูกต้องจะลดความเสี่ยงในการอุดตันเส้นเลือดที่อาจส่งผลให้เกิดเนื้อเยื่อขาดเลือดและกระทบต่อการมองเห็นได้ ส่วนการจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ขมับที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกที่ได้รับมาตรฐาน เลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ และแพทย์ต้องมีประสบการณ์สูง เนื่องจากบริเวณขมับ มีเส้นเลือดที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงบริเวณลูกตาได้ และอาจจะต้องฉีดในชั้นลึกรวมทั้งผิวชั้นตื้น หากแพทย์ชำนาญไม่มากพอ ก็อาจเกิดอันตราย รวมทั้งผิวเป็นคลื่น และเป็นก้อนที่ผิวจากการฉีดฟิลเลอร์ขมับชั้นตื้นได้  

ผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์

โดยทั่วไปผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ สามารถเกิดขึ้นได้เป็นปกติ เพราะเป็นหัตการที่มีการใช้เข็ม ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการฉีดโดยใช้เข็มปลายแหลม หรือการใช้เข็มปลายทู่ แต่การใช้เข็มปลายทู่จะช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจาการฉีดฟิลเลอร์ได้มากกว่า โดยเฉพาะผลข้างเคียงที่รุนแรงอย่างการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงดวงตาที่สามารถส่งผลให้เกิดปัญหาตาบอดตามมาได้อย่างที่เห็นตามข่าวในปัจจุบัน ซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความหวาดกลัวฟิลเลอร์ นอกจากนี้การใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ในกลุ่มถาวรที่ไม่สามารถสลายได้เอง ยังทำให้เกิดก้อนแข็งค้างอยู่ใต้ผิว ส่งผลให้ใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูป ก้อนห้อยย้อยเมื่อผิวเกิดความแก่ตามอายุ และแม้ผ่าตัดออกอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หมดเพราะมีพังผืดเกิดขึ้นล้อมก้อนฟิลเลอร์แปลกปลอมใต้ผิวหนัง ผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการฉีดฟิลเลอร์ สามารถสรุปได้ดังนี้
  • อาการบวมช้ำ เกิดจากการใช้เข็ม ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งตำแหน่งที่ฉีดยาชา และตำแหน่งที่เป็นรูเข็มฉีดฟิลเลอร์ โดยเกิดจากการฉีกขาดของหลอดเลือดในผิวหนัง ซึ่งรอยช้ำบวมจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ การรักษาอาจใช้การประคบเย็นช่วยให้เลือดหยุดและลดบวมในตำแหน่งที่สงสัยว่ามีเลือดออกข้างใต้ผิวภายใน 24 ชั่วโมงแรกของการทำหัตถการ
อาการบวมช้ำจากการฉีดฟิลเลอร์
  • การติดเชื้อที่ผิวหนัง สามารถทำให้เกิดการบวมของก้อนฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ฉีดได้ ซึ่งเกิดจากความไม่ sterile ในกระบวนการฉีด การทำความสะอาดผิวก่อนการฉีดไม่ดี อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการฉีดไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ การติดเชื้อของผิวหนังของคนไข้ รวมทั้งคลินิกที่ไม่สะอาดไม่ได้มาตรฐาน
  • เกิดการกระตุ้นโรคติดเชื้อที่ผิวอื่นๆ เช่น โรคเริม โดยเฉพาะในคนที่ฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก ในคนที่มีประวัติเคยเป็นโรคเริมมาแล้วอาจจะให้การรับประทานยากลุ่ม antivirus ป้องกันไว้ก่อน กินก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ หรือถ้ากำลังเป็นโรคเริมอยู่ ควรเลื่อนการฉีดฟิลเลอร์ออกไปก่อน
  • อาการบวมเป็นก้อนจากการแพ้ฟิลเลอร์ ปฏิกิริยาการแพ้ฟิลเลอร์แบบช้า คืออาการบวมของฟิลเลอร์ที่เกิดอย่างน้อย 3 เดือนหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ และหายได้เองหรือสามารถรักษาให้หายได้ง่ายด้วยการรับประทานยากลุ่มสเตียรอยด์ และการฉีดสลายก้อนฟิลเลอร์ด้วยยาฉีดสลาย
  • เนื้อตายจากผิวขาดเลือดไปเลี้ยง สาเหตุเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ไปอุดตันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงผิวหนัง ซึ่งสามารถเกิดทั้งบริเวณเฉพาะที่ที่ฉีดฟิลเลอร์และบริเวณกว้างที่แขนงเส้นเลือดเหล่านั้นไปเลี้ยง
  • ตาบอด สาเหตุเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ไปอุดตันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงดวงตา ซึ่งหากรักษาไม่ทันก็จะส่งผลกระทบต่อดวงตาอย่างรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้
จะเห็นได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยแก้ไขปัญหารูปหน้าและผิวได้อย่างมากมาย แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้ ซึ่งควรหาข้อมูลให้เพียงพอก่อนการตัดสินใจ ทั้งการเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ สถานบริการและอย่าลืมที่จะตรวจสอบมาตรฐานของฟิลเลอร์นั้น ๆ ว่าเป็นของแท้หรือไม่ก่อนรับบริการ ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ได้ที่รมย์รวินท์คลินิกทุกสาขาค่ะ