AD 01

5 ปัญหารอบดวงตา บ่งบอกความร่วงโรย

____ผิวรอบดวงตาเป็นผิวที่มีความบอบบางมาก อีกทั้งยังมีต่อมไขมันน้อยจึงสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ทำให้เกิดปัญหาผิวได้ง่ายกว่าผิวบริเวณส่วนอื่นๆบนใบหน้า นอกจากนั้นดวงตายังเป็นจุดที่เห็นเด่นชัด เวลามองใบหน้าคนเราก็มักจะโฟกัสที่ดวงตาก่อนเป็นอันดับแรก หากดูแลผิวบริเวณรอบดวงตาไม่ดี ก็จะทำให้คุณดูเสียบุคลิก ไม่มั่นใจ ดูโทรม หมอง ไม่สดใส และดูมีอายุ แก่ก่อนวัยอีกด้วย

____มาดูกันค่ะว่า คุณกำลังเสี่ยงต่อการมีปัญหาผิวรอบดวงตายอกฮิตทั้ง 5 แบบนี้อยู่หรือไม่ และจะสามารถป้องกันแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

หัวข้อ … ปัญหารอบดวงตา

รอยคล้ำใต้ตา รอบดวงตาหมองคล้ำ

____ปัญหายอดฮิตรอบดวงตาอันดับหนึ่งที่ทำให้หลายคนถูกทักเป็นหมีแพนด้า ซึ่งสามารถเป็นได้จากหลายสาเหตุ มีทั้งที่เกิดจากกรรมพันธุ์มักเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ หรือเกิดพฤติกรรมของเราเอง เช่นจากการอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด สูบบุหรี่จัด หรือชอบขยี้ตาแรงๆซ้ำไปซ้ำมาบ่อยๆจนเป็นนิสัย ทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณรอบดวงตาไม่ดี หลอดเลือดดำจึงขยายตัว บวกกับเส้นเลือดฝอยมีความเปราะบาง เลือดคั่งอยู่จึงรั่วซึมออกมาทำให้เกิดความหมองคล้ำบริเวณรอบๆ ดวงตาได้

____หรืออาจจะเกิดจากการมีเม็ดสีเมลานินสะสมอยู่ตรงบริเวณชั้นหนังกำพร้ามากเกินไป ซึ่งมักพบเมื่อมีอายุมากขึ้น หรือในเคสที่เป็นโรคภูมิแพ้

  1. รอยคล้ำใต้ตารักษารักษาวิธีใดได้บ้าง ?
  • NU PICO
    จัดการเม็ดสีผิวหมองคล้ำด้วยนวัตกรรม Picosecond Laser ที่จะช่วยแก้ปัญหาความผิดปกติของเม็ดสีผิว ช่วยทำลายเม็ดสีที่ดำคล้ำใต้ตา ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน รูขุมขนเล็กละเอียดขึ้นด้วย
  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
    การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการเติมสารไฮยาลูรอนิค แอซิด เข้าบริเวณใต้ตา โดยฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วยดูดซับน้ำบริเวณรอบๆ และอุ้มน้ำไว้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอิ่มฟูให้ผิวที่บริเวณนั้น สามารถแก้ไขปัญหาที่ทำให้คุณดูโทรม ดูเหนื่อยล้า และดูแก่กว่าวัยได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งพักผ่อนน้อย ภูมิแพ้ หรือกรรมพันธุ์ ให้ดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้น
  1. ริ้วรอยรอบดวงตา

____เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการสร้างสร้างคอลลาเจน อิลาสติน และไฮยาลูโรนิค-แอซิด จะค่อยๆลดลง ยิ่งผิวที่บริเวณรอบดวงตาที่มีความบอบบางเป็นพิเศษด้วย แล้วปัญหาริ้วรอยจะมาเร็วกว่าผิวบริเวณอื่นๆ ทั้งริ้วรอยรอบดวงตา รอยย่นใต้ตา รอยย่อนบริเวณหางตา หรือตีนกา 

____รวมถึงยังมีสาเหตุกระตุ้นอื่นๆที่ทำให้เกิดริ้วรอยได้เร็วขึ้น ได้แก่ อดนอนบ่อยๆ พักผ่อนน้อย ทำความสะอาดผิวรอบดวงตาผิดวิธี การเเสดงอารมณ์ทางใบหน้าที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ยิ้ม หัวเราะ การชอบหยีตาเวลาที่อยู่กลางแจ้ง หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ ล้วนเป็นปัจจัยเสริมที่จะทำให้คุณมีริ้วรอยก่อนวัยเร็วขึ้น

ริ้วรอยรอบดวงตารักษาวิธีใดได้บ้าง ?

AD 02
  • ฉีด Botox
    ใช้ในการแก้ไขปัญหาลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยบริเวณหางตา หรือตีนกาจากการยิ้มหรือหัวเราะ Botox จะออกฤทธิ์ให้ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว ผิวด้านบนก็จะเรียบตึงไปด้วย โดยริ้วรอยจะเริ่มหายภายใน 5-7 วัน และคงออกฤทธิ์นาน 4-6 เดือน
  • ฉีดฟิลเลอร์
    ใช้ฟิลเลอร์ (เป็นสารสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิค แอซิด) ที่มีโมเลกุลเล็กละเอียด สำหรับช่วยปรับคุณภาพผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ผิวดูอิ่มฟู มีน้ำมีนวลขึ้น และยังช่วยทำให้รูขุมขนดูกระชับ เนียนเรียบขึ้นได้
  • รักษาด้วยการใช้คลื่น RF และ คลื่น Ultrasound
    การใช้คลื่นวิทยุ (RF) และ คลื่นอัลตร้าซาวด์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา โดยสามารถใช้เดี่ยวๆ หรือใช้เสริมกับการรักษาอื่นๆ เช่น เลเซอร์ Botox หรือ Filler เพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็ได้ ซึ่งคลื่น RF และ Ultrasound จะช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ผิวหนังจะอิ่มฟูขึ้น ปัญหาริ้วรอยจึงลดลง ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้คลื่น RF ได้แก่ Thermage และเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ ได้แก่ Ulthera และ Hifu เป็นต้น
  1. ถุงใต้ตาบวม

____ปัญหาถุงใต้ตาบวมทำให้ใครหลายๆคนสูญเสียความมั่นใจได้พอสมควร และปัญหานี้ยังเกิดได้ ตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ ถุงใต้ตาจะมีลักษณะบวมเป็นถุงตรงบริเวณขอบตาล่าง ทำให้หน้าดูโทรม ดูเหนื่อย และแก่กว่าวัย

____ปัญหาถุงใต้ตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งเกิดจากกรรมพันธุ์ ไขมันมาบริเวณใต้ตามากเกินไป หรือเกิดจากการบวมคั่งน้ำในถุงไขมันใต้ตา รวมถึงอายุที่มากขึ้นไขมันใต้ตาอาจเคลื่อนตัวลงมาตามสภาพผิวหนังที่หย่อนคล้อย ทำให้เป็นถุงหย่อนลงมา หรืออาจเป็นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ใช้สายตาเยอะ ชอบขยี้ตา หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นประจำ ก็ทำให้เกิดถุงใต้ตาบวมขึ้นมาได้

ถุงใต้ตาบวมรักษาวิธีใดได้บ้าง ?

AD 04
  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
    ใช้แก้ไขปัญหาถุงใต้ตาที่มาจากสาเหตุกระดูกใต้ตายุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งเมื่อกระดูกยุบตัวลงผิวที่อยู่บริเวณใต้ตาจึงเป็นถุงหย่อนคล้อยลงมาด้วย การรักษาทำได้โดยฉีดฟิลเลอร์ลงไปเติมเต็มตรงชั้นกระดูกใต้ตาที่ยุบลงไป เมื่อผิวกลับคืรสู่ตำแหน่งเดิม ถุงใต้ตาจะลดลงไปด้วย
  • รักษาด้วยการใช้คลื่น RF
    การใช้คลื่นวิทยุ อาทิ เทคโนโลยี Thermage ในการช่วยลดถุงใต้ตา เป็นการปล่อยคลื่น RF ส่งผ่านไปยังผิวหนังรอบๆดวงตา ทำให้ถุงไขมันใต้ตาเกิดการหดตัวเล็กลง รวมถึงจะช่วยคลายผิวหนังชั้นบนให้ผิวหนังใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้นได้
  • ศัลยกรรมตัดถุงใต้ตา
    หากปัญหาถุงใต้ตามีความรุนแรงมาก แพทย์อาจจะพิจารณาใช้วิธีการรักษาโดยการผ่าตัดเพื่อกำจัดถุงใต้ตา ซึ่งปัจจุบันมีทั้งการผ่าตัดธรรมดา และผ่าตัดโดยการใช้เลเซอร์ วิธีนี้เหมาะกับปัญหาถุงใต้ตาที่มีหนังตาหย่อนคล้อยมากๆร่วมด้วย ซึ่งจำเป็นต้องตัดหนังตาที่หย่อนคล้อยออกไปด้วย
  • ดูดไขมันใต้ตา
    เป็นวิธีการผ่าตัดอีกวิธีหนึ่ง แต่แผลจะเล็กกว่า โดยจะดูดไขมันใต้ตาออกทางด้านในเปลือกตา เป็นวิธีที่จะสามารถกำจัดถุงไขมันใต้ตาออกไปอย่างถาวร แต่ไม่เหมาะกับเคสที่ถุงใต้ตาหย่อนคล้อยมากๆ
  1. ร่องลึกใต้ตา

____ปัญหาร่องลึกใต้ตามักเกิดเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เกิดจากการยุบตัวของกระดูกเบ้าตา การสูญเสียมวลไขมัน และกล้ามเนื้อ รวมถึงการสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสตินไป ทำให้เกิดเป็นร่องบุ๋มใต้ตา หรือเบ้าตาดูลึก ซึ่งปัญหานี้ทำให้คุณดูมีอายุมากขึ้น

ร่องลึกใต้ตารักษาวิธีใดได้บ้าง ?

AD 03
  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
    โดยฉีดสารเติมเต็มเข้าไปที่ชั้นกระดูกใต้ตาส่วนที่ยุบลงไป ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือเห็นผลทันทีหลังฉีดเสร็จ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถปรับเพิ่มเติม หรือแก้ไขได้ทันที และเมื่อทำร่วมกับหัตถการอื่นๆเช่น เลเซอร์ปรับสภาพผิว หรือนวัตกรรมยกกระชับอื่นๆ จะยิ่งทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
  • ฉีดไขมันใต้ตา
    วิธีนี้หมอจะใช้ไขมันของคนไข้เอง โดยดูดไขมันออกมาจากส่วนหน้าท้อง หรือต้นขาของคนไข้ แล้วนำไปปั่นแยกออกมาใช้ฉีดเติมเต็มใต้ตา ข้อดีคือเป็นวิธีที่ปลอดภัยเพราะไม่มีสิ่งแปลกปลอม ข้อเสียคืออาจจะไม่ได้ผลในการฉีดครั้งแรก และเสี่ยงต่อการฉีดผิดตำแหน่ง และไม่เรียบเนียนหากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญมากพอ
  1. หนังตาหย่อนคล้อย คิ้วตก

____หนังตาตก และหย่อนคล้อยมักเกิดจากอายุที่มากขึ้น ทให้กล้ามเนื้อและคอลลาเจนใต้ชั้นผิวเสื่อมสภาพ ขาดความแข็งแรง ไม่ยืดหยุ่น จนหย่อนคล้อยลงมา หนังตาหย่อนคล้อย คิ้วตกจะทำให้ดูเสียบุคลิก ไม่สดใส ขาดความมั่นใจแล้ว และดูมีอายุเกินจริง

หนังตาหย่อนคล้อย คิ้วตก รักษาวิธีใดได้บ้าง ?

AD 05
  • ฉีด Botox ยกคิ้ว
    แพทย์จะฉีด Botox หรือสาร Botulinum Toxin-A ไปที่กล้ามเนื้อหน้าผากบริเวณเหนือคิ้วเพื่อให้ตัวยาไปผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ดึงหนังตาให้ตกลง จึงให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกหนังตาขึ้นสามารถดึงคิ้ว และยกหนังตาขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ทำให้ดวงตาเปิด และดูสดใสมากขึ้นด้วย แต่วิธีนี้ไม่สามารถใช้แก้ปัญหาตาตกจากหนังตาเกินได้
  • ยกกระชับด้วยการใช้คลื่น RF
    เป็นการใช้เทคโนโลยีคลื่น RF อย่างนวัตกรรม Thermage ส่งคลื่นวิทยุไปถึงชั้นหนังแท้ที่มีอิลาสตินและคอลลาเจนอยู่ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวยกกระชับ นอกจากนี้ยังเหมาะกับใบหน้าที่มีชั้นไขมันหนา เพราะสามารถปรับระดับการยิงให้เหมาะกับความหนาของชั้นไขมันได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับเปลือกตา หนังตาตก มีไขมันบริเวณเปลือกตาและใต้ตา และยังสามารถลดรอยย่นรอบดวงตาได้อีกด้วย
  • ยกกระชับด้วยการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์
    เป็นการใช้เทคโนโลยีการส่งคลื่น Focused Ultrasound เข้าไปจนถึงผิวชั้นลึก (SMAS) ซี่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการศัลยกรรมดึงหน้า เทคโนโลยีสามารถลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้หนังตาที่หย่อนคล้อย และคิ้วที่ตกถูกดึงให้กระชับขึ้นโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด
  • ศัลยกรรมเก็บหนังตา
    เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหนังตาตกมากจนไม่สามารถใช้วิธีที่กล่าวมาข้างต้นได้ และต้องการผลลัพธ์ถาวร ซึ่งศัลยแพทย์จะทำการประเมินหนังตาก่อนว่าจะใช้เทคนิคใด ซึ่งอาจจะเป็นการทำตาสองชั้นร่วมกับตัดเก็บหนังตาส่วนเกินเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีถาวร

ปรึกษาทุกปัญหาผิวรอบดวงตา
ที่ Romrawin Clinic

____ปัญหารอบดวงตานั้นเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน ที่ต้องวิเคราะห์อย่างซับซ้อน เพราะคนไข้อาจไม่ได้มาด้วยปัญหาเดียวแต่เป็นหลายๆปัญหารวมกันอยู่ จึงต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญ และมีประสบการณ์สูงในการวินิจฉัยอาการ และประเมินปัญหาอย่างถูกต้อง เพื่อการรักษาที่ปลอดภัย และเกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อคนไข้

____ที่ Romrawin Clinic เรามีทีมแพทย์ผู้ที่เชี่ยวชาญ ที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหาผิวรอบดวงตา ทั้งในเรื่องความหมองคล้ำ ริ้วรอย และความหย่อนคล้อย โดยล่าสุดได้คิดค้นโปรแกรมการรักษาปัญหาผิวรอบดวงตาแบบครบจบทุกปัญหา ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะรมย์รวินท์ คลินิกเท่านั้น

____โปรแกรมนี้มีชื่อว่า ‘MASJ – Enchanting Eyes’ ที่ Romrawin Clinic คิดค้นร่วมกับ Merz Aesthetics ผู้ผลิตนวัตกรรม Ulthera ที่เป็นการนำเอาวิธีการรักษาปัญหารอบดวงตาที่มีประสิทธิภาพ 3 วิธีมารวมไว้ด้วยกัน ได้แก่ Ultherapy, Botulinum Toxin และ Filler

____โดยแพทย์จะทำการประเมินปัญหาและนำเอา 3 วิธีการนี้มาวางแผนออกแบบการรักษา เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติ และคงอยู่ได้นานยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งการลดรอยคล้ำใต้ตา ลดริ้วรอยรอบดวงตา ยกหางตา เติมเต็มร่องลึกใต้ตา โปรแกรมนี้จึงสามารถตอบโจทย์หลายๆคนที่ต้องการแก้ทุกปัญหาผิวรอบดวงตาให้ครบจบในที่เดียวค่ะ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
สามารถปรึกษาเราได้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก

📱 โทร.080-1539000 และ  080-1549000
📮 Line@ : @Romrawinclinic

line

Similar Posts