romrawin 61 scaled

เลเซอร์ป้องกันฝ้าในอนาคตได้ไหม? 

ทำงานอย่างไร? ต้องทำบ่อยแค่ไหน? แล้วหน้าจะบางลงหรือเปล่า?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเกี่ยวกับปัญหาฝ้าบนใบหน้า และกำลังหาวิธีการรักษาที่เหมาะกับตัวเองอยู่ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าวิธีไหนจะสามารถกำจัดฝ้าอย่างได้ผล เลเซอร์ดีจริงไหม? ต้องทำบ่อยไหม? ผิวจะบางหรือเปล่า? รักษาหายแล้วฝ้าจะกลับมาไหม? วันนี้เราจะมาตอบข้อสงสัย ไขข้อข้องใจเรื่องเลเซอร์รักษาฝ้ากันค่ะ

หัวข้อ … เลเซอร์ป้องกันฝ้า

เลเซอร์ป้องกันฝ้าในอนาคตได้จริงไหม?

ปัญหาฝ้าเกิดจากการที่มีเม็ดสีผิวหมองคล้ำ หรือเมลานินสะสมอยู่บนผิวหนังเป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากการกระตุ้นการผลิตเม็ดสีโดยแสงแดด จึงมักจะเกิดกับผู้ที่ต้องโดนแดด ต้องเผชิญแสงแดดอยู่บ่อยครั้งมาเป็นเวลานาน หรือเป็นสาเหตุมาจากความเครียด ฮอร์โมน หรือการใช้ยาบางชนิดก็ได้

การรักษาด้วยเลเซอร์ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่สามารถจัดการกับปัญหาฝ้า กระอย่างได้ผล เป็นการใช้พลังงานแสงยิ่งไปที่ผิวหนังบริเวณที่มีปื้นฝ้า ซึ่งในเลเซอร์แต่ละตัวก็จะมีกระบวนการการทำงานที่แตกต่างกัน การจะเลือกใช้เลเซอร์ชนิดใดนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวของคนไข้ก่อนเพื่อที่จะวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม 

เพราะฉะนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ การรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือต้องเลือกรักษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะการรักษาฝ้าให้ได้ผลดีนั้นค่อนข้างมีความละเอียดซับซ้อน แพทย์ต้องวิเคราะห์ประเภทของฝ้า ประเมินสภาพผิว เพื่อเลือกวิธีการรักษาทีเหมาะสมที่สุดให้กับคนไข้ ซึ่งอาจจะเลือกใช้เป็นเลเซอร์ชนิดเดียว หรือผสมผสานการรักษาด้วยการใช้เลเซอร์หลายชนิดเข้าด้วยกันก็ได้ รวมถึงอาจใช้ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆด้วย

เลเซอร์จึงสามารถป้องกันการเกิดฝ้าในอนาคตได้ หากมีการวางแผนการรักษาที่ดีของแพทย์ และความร่วมมือของคนไข้ในการดูและรักษาผิวให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฝ้าใหม่ เพื่อผลการรักษาที่ดีอย่างยั่งยืนค่ะ

 เลเซอร์แต่ละชนิดทำงานอย่างไร?

3 02

ไม่ใช่เลเซอร์ทุกชนิดจะสามารถใช้รักษาฝ้าได้ หากแพทย์ผู้รักษาไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอแล้ว เลือกใช้เลเซอร์ผิดประเภท ก็อาจจะทำให้ปัญหาฝ้าลุกลามได้ รักษาไปแรกๆอาจจะรู้สึกว่าฝ้าจางลง แต่เกิดผลข้างเคียงตามมาทีหลัง เช่น เกิดจุดด่างขาวขึ้นในฝ้า หรือฝ้าอาจจะกลับมาเข้มขึ้นกว่าเดิมเมื่อไม่ได้รักษาต่อเนื่อง เป็นต้น

ที่ Romrawin Clinic เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการดูแลรักษาปัญหาฝ้าโดยเฉพาะ ซึ่งทีมแพทย์ได้ร่วมกันออกแบบเทคนิคการรักษาฝ้าที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับคนไข้ โดยโปรแกรมเลเซอร์ที่จะเลือกใช้ในการรักษาฝ้า ที่ทีมแพทย์ Romrawin Clinic พิสูจน์มาแล้วว่าสามารถรักษาฝ้าอย่างได้ผล รวมถึงลดโอกาสการเกิดใหม่ของฝ้าในอนาคตได้มี 2 โปรแกรม คือ NU PICO และ Super Smart FEM

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยวิเคราะห์ปัญหา วางแผน และเลือกวิธีรักษาฝ้าที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ พร้อมทั้งยังมีการแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังจากการรักษา เพื่อลดโอกาสการกลับมาเกิดฝ้าใหม่ในอนาคตด้วย

NU PICO
จัดการฝ้าอย่างเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก
ด้วยนวัตกรรม Picosecond Laser

NU PICO คือนวัตกรรม Picosecond Laser ที่จะช่วยแก้ปัญหาความผิดปกติของเม็ดสีผิว ทั้งฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงรอยสัก ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน รูขุมขนเล็กละเอียด ทั้งยังช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นหลุมสิวได้ด้วย ซึ่ง นวัตกรรม Picosecond Laser เป็นการรักษาฝ้าที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง โดยไม่ทำให้ผิวเกิดความร้อน ไม่เสี่ยงต่อผิวไหม้

Picosecond Laser สามารถปล่อยพลังงานแสงตกกระทบผิวในระยะเวลาที่สั้นและเร็วมาก ในระดับ Picosecond (1 ในล้านล้านวินาที) ทำให้เลเซอร์ NU PICO สามารถบีบพลังงานให้สูงขึ้น จนเกิดเป็นคลื่นไปกระแทกเม็ดสีเมลานินให้แตกละเอียดเป็นอนุภาคเล็กๆทันที พลังงานจะโฟกัสไปสลายเม็ดสีของฝ้าได้ทุกประเภท แล้วร่างกายก็จะกำจัดออกไป

ต้องทำบ่อยแค่ไหน? :  แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง ห่างกัน 2-4 สัปดาห์ หรือขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

NU PICO จึงถือเป็นโปรแกรมที่สามารถจัดการกับปัญหาฝ้าได้อย่างดีเยี่ยม รักษาฝ้า กระ จุดดำทุกชนิด รวมถึงกระลึก ฝ้าที่ดื้อต่อการรักษา ปานดำ ข้อดีคือไม่เกิดความร้อนสะสม พลังงานที่ยิงนั้นจะมีความนุ่มนวลต่อผิวมาก หลังทำไม่มีบาดแผล ผิวไม่ลอก หน้าไม่บาง และแทบจะไม่มีสะเก็ดแผล ซึ่งเครื่องมือเลเซอร์แบบเดิมไม่สามารถทำได้

Super Smart FEM
ตัดวงจรฝ้า หมดปัญหาฝ้าซ้ำซ้อน

โปรแกรมเลเซอร์ Super Smart FEM ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ รอยด่างดำ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่ระบุว่าสาร Vascular Endothelial Growth Factor หรือ VEGF ที่เป็น Growth Factor ชนิดหนึ่งเป็นอีกสาเหตุของการเกิดฝ้า ซึ่งสาร VEGF นี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีให้ผลิตเม็ดสีออกมาเพิ่มขึ้น จึงเป็นอีกตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดฝ้าได้

โดยโปรแกรมเลเซอร์ Super Smart FEM นี้ จะมีประสิทธิภาพในการไปช่วยลดปริมาณสาร VEGF ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเม็ดสีผิวส่วนเกิน จึงเป็นการตัดวงจรการสร้างเม็ดสี ทำให้ฝ้าเก่าลดเลือนไป และยังช่วยรับมือกับปัญหาฝ้าที่อาจจะเกิดใหม่ซ้ำซ้อนได้

นอกจากนั้นแล้วโปรแกรม ‘Super Smart FEM’ ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงทำให้ผิวจะดูกระชับ เรียบเนียน ริ้วรอยลดลงไปได้ด้วย เมื่อคอลลาเจนฟูเปล่งปลั่งผิวจึงกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ต้องทำบ่อยแค่ไหน? : แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง ห่างกัน 2-4 สัปดาห์

 โปรแกรม Super Smart FEM เป็นเลเซอร์มีความนุ่มนวล และปลอดภัยมาก ระหว่างทำจะไม่รู้สึกร้อน หรือเจ็บใดๆ แค่รู้สึกอุ่นๆเท่านั้น หลังทำยังสามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ ไม่ต้องหลบแดด

เลเซอร์ฝ้าแล้ว…หน้าจะบางลงไหม?

คำถามยอดฮิตสำหรับผู้ที่กำลังจะตัดสินใจทำเลเซอร์รักษาฝ้าคือ เลเซอร์ฝ้าแล้วหน้าจะบางลงไหม? คำตอบคือ เมื่อได้รับการการรักษาที่ถูกต้อง เลือกประเภทเลเซอร์ที่เหมาะสม และมีการกำหนดพลังงานที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว เลเซอร์จะไม่ทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าบางอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากการรักษาเลเซอร์บางชนิดแพทย์อาจจะแนะนำให้ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลบเลี่ยงแสงแดดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อให้ผิวได้มีการสร้างคอลลาเจนใหม่ และฟื้นฟูอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นก็ดูแลผิว บำรุงผิวด้วยครีมบำรุงเป็นประจำสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสาเหตุปัจจัยการเกิดฝ้าใหม่ และทำกิจกรรมอื่นได้ตามปรกติค่ะ

การรักษาฝ้าให้หายขาดจะเป็นเรื่องยาก และค่อนข้างซับซ้อน แต่ด้วยเทคโนโลยีความงามและนวัตกรรมด้านการแพทย์ในปัจจุบันก็สามารถช่วยชะลอการเกิดฝ้า และทำให้ฝ้าดูจางลงได้มาก หากคนไข้ตั้งใจเข้าโปรแกรมรักษาอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงแสงแดด ตามคำแนะนำของแพทย์ ก็สามารถช่วยให้ฝ้าจางลง และลดโอกาสการเกิดฝ้าใหม่ได้เป็นอย่างดีค่ะ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
สามารถปรึกษาเราได้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก

📱 โทร.080-1539000 และ  080-1549000
📮 Line@ : @Romrawinclinic

line

Similar Posts