ในยุคสมัยที่คนนิยมความเฟอร์เฟคเกี่ยวกับรูปร่างด้วยเหตุผลนานัปการ ด้วยมีผลเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของหน้าที่การงาน หรือเรื่องของสุขภาพ ซึ่งวิธีการสืบเสาะค้นหาหนทางกำจัดและสลายไขมันให้สิ้นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งรูปร่างสวยนั้นมีให้เลือกปฏิบัติอย่างมากมายหลายวิธี จนตัวคุณเองเริ่มสับสนว่าควรจะเลือกวิธีการสลายไขมันแบบไหนดีจึงจะปลอดภัย เห็นผลได้จริง และต้องการมีรูปร่างที่ดีอย่างนี้ตลอดไปโดยไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ

ดังนั้น มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอย่างมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยคณะแพทย์ จึงได้คิดค้นนวัตกรรม Coolsculpting ขึ้นมา เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น ซึ่งมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง และผ่านการรับรองจาก อย. สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย นับเป็นวิธีการสลายไขมันอีกรูปแบบหนึ่งที่ให้ผลน่าพอใจค่ะ

การสลายไขมันด้วย Coolsculpting ปลอดภัยแค่ไหน?

– โดยทางการแพทย์ได้พบว่า ความเย็นสามารถกำจัด สลายไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังให้สลายไปได้ด้วยการส่งความเย็นต่อเนื่องนานประมาณ 1 ชั่วโมง เซลล์ไขมันจะค่อยๆ แข็งตัว เกิดอักเสบและตายไป โดยที่เซลล์อื่นๆ ไม่เป็นอันตราย และร่างกายยังกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้ว ด้วยกระบวนการทางธรรมชาติ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการประเมินพื้นที่สำหรับสลายไขมัน หลังจากนั้น จะติดตั้งเครื่องมือเข้ากับผิวหนังบริเวณที่จะทำการรักษา เครื่องจะปล่อยคลื่นความเย็นต่อเนื่อง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างการรักษาช่วงเวลา 5-10 นาทีแรก คนไข้จะรู้สึกตึงหรือบีบรัดในบริเวณที่ทำการรักษา และอาจจะมีความรู้สึกเย็นในบริเวณดังกล่าว ก่อนที่อาการจะเบาบางลงจนกลายเป็นอาการชา ซึ่งระหว่างทำการรักษาสลายไขมันสามารถผ่อนคลายด้วยการอ่านหนังสือเล่มโปรด ดูโทรทัศน์ หรือฟังเพลงไปพร้อมๆ กันได้ค่ะ

ดังนั้น Coolsculpting จึงเป็นวิธีการช่วยยกกระชับสัดส่วนและสลายไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือเจาะ ไม่มีบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งเป็นวิธีการสลายไขมันแบบถาวร ไม่ทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง และไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงค่ะ

– ผลการรักษานั้นจะปรากฏอย่างเร็วประมาณ 3 สัปดาห์หลังรับการรักษา และเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในสัปดาห์ที่ 6 จากนั้นจะดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องในเดือนที่ 2 โดยที่ร่างกายเรายังคงทำหน้าที่ขจัดเซลล์ สลายไขมันที่ตายแล้วเหล่านั้นไปเรื่อยๆ กระทั่งเข้าเดือนที่ 4 โดยระหว่างนั้นร่างกายจะไม่เกิดอาการข้างเคียงใดๆ

คุณแม่หลังคลอดบุตรสามารถทำได้หรือไม่?

สำหรับคุณแม่หลังคลอด ปัญหาที่ตามมาส่วนใหญ่คือ รูปร่างที่เปลี่ยนไปจากเดิมต้นแขน หน้าท้อง หรือเหนียงใต้คางที่หนาขึ้น ดั้งนั้น หากคุณแม่ต้องการสลายไขมัน เพื่อลดกระชับสัดส่วนก็สามารถใช้นวัตกรรม Coolsculpting รักษาได้เช่นกันค่ะ แต่ก็มีข้อแนะนำสำหรับคุณแม่ที่เป็นโรคแพ้ความเย็นอย่างรุนแรงอย่าง Cryoglobulinemia หรือ Paroxysmal cold hemoglobinuria แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ก่อนการตัดสินใจรักษาค่ะ

มีข้อห้ามสำหรับผู้ที่ทำ Coolsculpting หรือไม่?

นวัตกรรมการสลายไขมันด้วยความเย็น Coolsculpting เป็นเครื่องมือที่ไม่มีการเจาะ ทิ่มแทงสิ่งใดเข้าสู่ในร่างกาย หรือต้องเตรียมตัวอะไรก่อนการรักษา ดังนั้น จึงสามารถทำได้ทุกเพศ ทุกวัย แม้แต่ในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรค SLE  ฯลฯ ก็สามารถรักษาได้ โดยไม่กระทบต่อปัญหาที่มีอยู่เดิม ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ทำให้โรครุนแรงมากขึ้น เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการลดน้ำหนัก เพื่อลดการปวดเข่า ปวดข้อ เป็นต้น

ข้อปฏิบัติหลังการสลายไขมัน Coolsculpting

การสลายไขมันด้วย CoolSculpting จะทำให้ลดจำนวนเซลล์ไขมันลง แต่ถึงเซลล์จะเหลือน้อยก็สามารถอ้วนขึ้นได้เพราะยังมีเซลล์ไขมันหลงเหลืออยู่แต่อาจจะใช้เวลานานขึ้น ดังนั้น เมื่อเข้ารับการรักษาสลายไขมันแล้ว จากนี้ไปก็ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคุณเอง หากต้องการรูปร่างที่ดีและสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงก็ควรควบคุมเรื่องอาหารและออกกำลังกายควบคู่กันอย่างสม่ำเสมอค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here