อ้วนลงพุง บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะผู้ชายที่อ้วนลงพุง แล้วมีคนชมคุณว่า “หุ่นเหมือนอาเสี่ย” อย่าเพิ่งดีใจไปนะคะ เพราะปัญหาอ้วนลงพุงถือเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว และอันตรายต่อสุขภาพที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่งค่ะ  สาวๆ บางคนไม่อ้วนแต่มีพุง ส่วนบางคนอ้วนแม้จะลดความอ้วนยังไงพุงก็ไม่ยุบ

ทั้งนี้ ลักษณะของอ้วนลงพุงในแต่ละคนนั้น ยังสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ซึ่งเราได้นำสาเหตุของอ้วนลงพุงในแต่ละประเภทมาให้ดูกัน และในแต่ละประเภทก็จะสื่อถึงปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันออกไป หากปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานก็ยิ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายของเรานะคะ ดังนั้น เราจึงมีวิธีแก้ไขปัญหาลดพุง สลายไขมันออกไป เพื่อให้คุณมีรูปร่างดี และสุขภาพที่แข็งแรงค่ะ

อ้วนลงพุงมีแบบไหนบ้าง

พุงเป็นชั้น (Spare Tyre Tummy) แค่พูดก็เห็นภาพของการอ้วนลงพุงเลยค่ะ โดยที่จะมีชั้นของไขมันที่มากบริเวณหน้าท้องและรอบเอว และมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน สาเหตุหลัก มาจากการกินอาหารที่มีรสหวานมากจนเกินไป และขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอ  คนที่มีพุงเป็นชั้นๆ ส่วนมากมักจะเป็นชาวออฟฟิสที่ทำงานแบบนั่งโต๊ะ โดยมีนิสัยชอบกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ข้าว แป้ง ขนมปัง เค้ก และขนมหวานจนทำให้เป็นคนอ้วนลงพุง

พุงป่อง (The Bloated Tummy) อ้วนลงพุงลักษณะนี้ มักจะแบนราบในตอนเช้า และบวมอืดในตอนกลางวัน เนื่องจากแก๊สที่มาจากอาหารไม่ย่อย หรือที่เรียกว่าท้องอืดนั่นเอง และเป็นไปได้ว่า จะเกิดจากการแพ้อาหาร ลำไส้ทำงานไม่เต็มที่ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารไม่ดี หรืออาจเกิดจากการแพ้อาหารโดยที่เราไม่รู้ตัวจนทำให้กลายเป็นคนอ้วนลงพุง

พุงคุณแม่ (The Mummy Tummy) เป็นลักษณะการอ้วนลงพุงของคุณแม่ที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตรหลัง 3 เดือนไป ซึ่งโดยปกติแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ร่างกายจึงจะกลับคืนสู่สภาพปกติที่เราเรียกว่า มดลูกเข้าอู่นั่นเอง ซึ่งคุณแม่ทั้งหลายก็อย่าเพิ่งรีบร้อนที่จะทำให้หน้าท้องกลับคืนสู่สภาพเดิมจนกว่าจะถึงเวลานะคะ รอเวลาซักหน่อยหากพุงยังไม่ยุบค่อยหาวิธีสลายไขมันเพื่อลดพุงหลังจากร่างกายพร้อมค่ะ

พุงเครียด (Stress Tummy) ความเครียดทำให้อ้วนลงพุง เคยสังเกตไหมคะว่าเวลาเรามีความเครียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องอื่นๆ หรือยิ่งพยายามลดความอ้วนก็ยิ่งทำให้เราเกิดความเครียด เราจะเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) จึงทำให้หน้าท้องเกิดการบวมอืด โดยจะมีหน้าท้องยื่นออกมาระหว่างช่วงสะดือ และกระบังลม อีกทั้ง เมื่อเกิดความเครียดขึ้น ร่างกายก็จะผลิต คอร์ติซอล (cortisol) ฮอร์โมน ที่ทำให้ร่างกายผลิตไขมันขึ้นที่บริเวณหน้าท้อง คนที่มีนิสัยชอบกินอาหารไม่ตรงตามเวลา ยิ่งทำให้กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ ทำให้มีพุงห้อยยื่นออกมากลายเป็นอ้วนลงพุงค่ะ

พุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง (The Little Pooch) โดยเฉพาะสาว  Working Woman ที่มีธุรกิจรัดตัว ทำงานยุ่งอยู่ตลอดเวลา แต่ก็รักการออกกำลังกายเพื่อให้มีรูปร่างดีอยู่ตลอด ด้วยท่าออกกำลังกายซ้ำๆ ท่าเดิม แน่นอนว่าการออกกำลังกายช่วยทำให้รูปร่างของเราสมส่วน แต่ทำไมกลับมีพุงยื่นออกมา นั่นเป็นเพราะ เราออกกำลังกายหน้าท้องมากเกินไป จนทำให้หน้าท้องมีกล้ามเนื้อและดันไขมันให้ยื่นออกมาให้เห็นแทนที่รูปร่างจะสวยสมส่วน ต้องกลับกลายเป็นสาวพุงยื่นค่ะ

อันตรายของคนอ้วนลงพุง

ไขมันที่สะสมในช่องท้องของคนอ้วนลงพุง หรือไขมันบริเวณพุงจะสลายตัวเป็นกรดไขมันอิสระ (free fatty acid หรือ non-esterified fatty acid, NEFA) ส่งผลให้ในกระแสเลือดมีกรดไขมันอิสระเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลเสียต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกาย โดยกรดไขมันชนิดนี้จะไปยับยั้งกระบวนการเผาผลาญของกลูโคสที่กล้ามเนื้อ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ความดันโลหิตสูง อาจส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็งตีบและอุดตันได้ค่ะ

นอกจากนี้ ไขมันในช่องท้องของคนอ้วนลงพุง ถือเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะมันสามารถละลายเข้าสู่กระแสเลือด และไปสะสมอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ได้ อาทิ

  • สมอง : ไขมันสะสมตามผนังเส้นเลือด ขวางการไหลเวียน มีผลให้เกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบ อาจเสียชีวิตกะทันหันได้
  • ปอด : เมื่อไขมันช่องท้องของคนอ้วนลงพุงเพิ่มขึ้น จะทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ระบบหายใจผิดปกติ และอาจนำไปสู่การหยุดหายใจขณะหลับได้
  • หัวใจ : ถ้าไขมันอุดตันในหลอดเลือด ก็จะทำให้หัวใจต้องสูบฉีดแรงขึ้น หากรุนแรงมาก อาจส่งผลให้หัวใจวายได้
  • ตับ : ไขมันช่องท้องของคนอ้วนลงพุง ขัดขวางการเผาผลาญน้ำตาลในเซลล์ ตับจึงต้องทำงานหนักมากขึ้นในการผลิตอินซูลิน ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูง และนั่นก็เป็นสาเหตุสำคัญของโรคเบาหวาน
  • ถุงน้ำดี : ไขมันช่องท้อง ทำให้น้ำดีมีสภาพข้นและเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ง่าย
  • หัวเข่า : เมื่อเรามีไขมันช่องท้อง จะส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่ม หัวเข่าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น อาจทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม

วิธีลดพุง ลดโรค สลายไขมันรอบเอว

ผลเสียที่ตามมาจากการอ้วนลงพุง น่ากลัวมากเลยว่าไหมคะ… ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ยืนยาว แข็งแรง และรูปร่างที่ดูดี เราต้องสลายไขมันรอบเอวและพุงออกอย่างเร่งด่วน ซึ่งมีหลากหลายวิธี ดังนี้ค่ะ

1. เปลี่ยนแปลงอาหารการกิน

เริ่มจากอาหารการกินในชีวิตประจำวันของเราก่อนเลยค่ะ โดยคนส่วนใหญ่มักคิดว่าการอดอาหารมื้อเย็นจะทำให้พุงยุบลงได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารแต่ยังคงรับประทานตามปกติที่สามมื้อต่อวัน ก็สามารถช่วยสลายไขมันให้พุงยุบได้ดีกว่าเป็นหลายเท่าตัว ป้องกันการอ้วนลงพุงได้ค่ะ

การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่ให้อ้วนลงพุง อาจไม่จำเป็นต้องงดรับประทานอาหารที่ชอบแต่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเลยทั้งหมด ควรเริ่มจากค่อยๆ ลดปริมาณการรับประทานอาหารเหล่านั้นลง และหันมารับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์แทน ซึ่งผู้ที่ต้องการลดพุง ไม่อยากอ้วนลงพุงควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของตนเอง ดังนี้ค่ะ

  • อาหารที่อุดมด้วย คาร์โบไฮเดรต ส่วนใหญ่แล้วจะก่อให้เกิดปริมาณไขมันบริเวณหน้าท้อง และรอบเอวที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เราจึงควรจำกัดปริมาณของอาหารเหล่านี้ ไม่ให้เกินปริมาณสัดส่วนของแคลอรี่ที่ต้องการในแต่ละวัน พร้อมกับเลือกรับประทานอาหารจำพวก โฮลเกรน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ข้าวบาร์เลย์ หรือควินัว ที่มีใยอาหารและแร่ธาตุสูงกว่าก็ทำให้ไม่อ้วนลงพุงแล้วค่ะ
  • เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน (ควรเน้นแบบไร้มัน) เช่น อกไก่ ไข่ เต้าหู้ ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์นมพร่องมันเนย
  • ลดปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันลง โดยเริ่มจากการงดใช้น้ำมันปรุงอาหาร น้ำสลัด หรือซอสปรุงอาหารต่างๆ ที่ให้ปริมาณแคลอรี่ค่อนข้างสูง
  • ลดปริมาณการบริโภคน้ำตาล โดยเฉพาะบรรดาขนมหวานอย่าง เค้ก ลูกอม ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้อ้วนลงพุงได้ง่ายค่ะ
  • งดการดื่มเบียร์ สุรา หรือแอลกอฮอล์ชนิดต่างๆ

2. ออกกำลังกายลดพุง สลายไขมันมี 2 ขั้นตอน ดังนี้ค่ะ

ขั้นตอที่ 1 คือ คาร์ดิโอ เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยบริหารหัวใจ เป็นการออกแบบเน้นความอึด เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินขึ้นลงบันได การออกกำลังกายพวกนี้ไม่ได้ทำให้คุณได้กล้ามท้องหรือลดหน้าท้องคุณลดในทันทีนะคะ แต่เป็นการใช้แรงระยะยาวเพื่อที่ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น และสามารถทำให้ร่างกายเผาผลาญสลายไขมันได้ดีขึ้น พุงของคุณจะค่อยๆ ยุบลงและไม่อ้วนลงพุงค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 คือ การออกกำลังกายโฟกัสไปที่พุง หรือการสร้างกล้ามท้อง พร้อมกับช่วยสลายไขมันรอบพุง ลดความอ้วนลงพุง โดยมีท่าแนะนำง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

  1. บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง โดยการโยกตัวไปมา ซ้าย – ขวา  20 ครั้ง ควรทำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
  2. ยกขาสองข้างขึ้นลงไม่แตะพื้น 10 ครั้ง ควรทำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
  3. ยกขาสองข้างสลับขึ้นลงไม่แตะพื้น 10 ครั้ง ควรทำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
  4. นอนหงาย มือทั้งสองข้างวางไว้เหนือศีรษะ ขาทั้งสองข้างเหยียดตรง จากนั้นค่อยๆ ยกลำตัวและขาขึ้นเป็นตัว  V พยายามให้ขาเหยียดตรงอยู่เสมอ ค้างไว้ 3 วินาที แล้วยกขาขึ้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง ควรทำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็จะช่วยให้คุณไม่อ้วนลงพุงแล้วค่ะ
  5. นอนคว่ำ ตั้งศอกลงกับพื้น เกร็งลำตัวให้ตรง 30 วินาที ควรทำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
  6. อันนี้ท่าฮิตทั่วประเทศ แกว่งแขวนวันละ 30 นาที ลดความอ้วนลงพุง ลดโรคค่ะ ควรทำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

3. ลดพุงด้วยนวัตกรรมสลายไขมันด้วยความเย็น

วิธีการลดความอ้วนลงพุงนี้ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสม และต้องการสลายไขมันเฉพาะส่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันหน้าท้องและไขมันส่วนเกินบริเวณเอว โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วิเคราะห์และประเมินรูปแบบการสลายไขมันด้วยคลื่นความเย็นเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยไม่ใช้วิธีการผ่าตัดจึงไม่เสี่ยงต่อการเจ็บตัว 

ซึ่งนวัตกรรมสลายไขมันด้วยความเย็น Coolsculpting  ทำงานด้วยการส่งคลื่นความเย็นในอุณหภูมิ -11 องศาเซลเซียส ลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมันด้วยความเย็นคงที่ จะทำให้เซลล์ไขมันแข็งตัว เกิดอักเสบและตายไป โดยที่เซลล์อื่นๆ ไม่เป็นอันตราย และร่างกายยังกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้ว ด้วยกระบวนการทางธรรมชาติ  เทคโนโลยีนี้สามารถสลายไขมันรอบพุง ลดความอ้วนลงพุงของคุณได้แบบถาวร แต่อย่างไรก็ดี คุณควรออกกำลังกายและควบคุมอาหารหลังการรักษาเพื่อคงรูปร่างที่ดี ไม่ให้ความอ้วนลงพุงกับเข้ามาในชีวิตคุณค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here