สาวๆ ส่วนใหญ่คงเคยได้ยินคำว่า “ทำทรีทเม้นท์ผิวหน้า” มาบ้างแล้วนะคะ สำหรับคนที่ทำทรีทเม้นท์ผิวหน้าอยู่เป็นประจำ สังเกตได้ไม่ยากค่ะ เพราะใบหน้าของสาวๆ ที่ทำทรีทเม้นท์จะแลดูใส กระจ่าง ไม่หมองคล้ำ อย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ แต่สาวคนไหนที่ยังไม่เคยทำทรีทเม้นท์ และอาจยังไม่ทราบว่า ทรีทเม้นท์ผิวหน้าคืออะไร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้างนั้น เราได้รวบรวมขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์ผิวหน้าแบบต่างๆ และผลลัพธ์หลังการทำทรีทเม้นท์มาฝาก สำหรับสาวๆ ที่ต้องการทำหน้าใส ไร้รอยรบกวน แบบสามารถโชว์ผิวหน้าเกลี้ยงๆ ได้อย่างมั่นใจเกินร้อยค่ะ

ทรีทเม้นท์ผิวหน้าคืออะไร

คือ กระบวนการเพื่อปรนนิบัติผิวหน้า อาจมีหลายขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนในการทรีทเม้นท์ผิวหน้า จะเน้นเพื่อการขจัดปัญหาแต่ละสภาพผิว ให้ประโยชน์โดยรวมกับผิวหน้า จากวิตามิน แร่ธาตุ และสารพัดเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผิวหน้าเกิดความกระจ่างใส เรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ 

ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดผิวหน้า การใช้เครื่องพ่นละอองน้ำ อาจเป็นชนิดอุ่นหรือเย็น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ต้องการทรีทเม้นท์ผิวหน้า การผลัดเซลล์หรือขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพโดยไม่ทำลายผิว การกดบีบสิวอย่างถูกหลักสุขอนามัย การนวดหน้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต การมาส์คหน้าเพื่อให้สารอาหารตามความต้องการของผิว การบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสภาพผิว เพื่อคืนความแข็งแรง ลดเลือนริ้วรอย ลดการอุดตัน เพิ่มความขาวกระจ่าง ทำหน้าใส โดยสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหลังการทำ ทรีทเม้นท์ผิวหน้าได้อย่างชัดเจน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนและหลังทำทรีทเม้นท์

  • เลือกทำทรีทเม้นท์ผิวหน้าที่มีใบรับรองถูกต้อง จากสถาบันที่เชื่อถือได้เท่านั้น
  • หากเป็นผู้ที่มีผิวคล้ำ การลอกผิวอาจนำปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอมาสู่คุณได้
  • หากเป็นผู้ที่มีเส้นเลือกฝอยเปราะบาง และอยู่ตื้นมาก ควรเลือกใช้วิธีการทรีทเม้นท์ผิวหน้า ที่ผลัดผิวชนิดที่อ่อนโยนจริง ๆ เท่านั้น
  • หลังทำทรีทเม้นท์ผิวหน้าจะทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดเสมอ
  • เว้นจากการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินเอ เป็นเวลา 72 ชั่วโมง หลังการทำทรีตเม้นท์ผิวหน้า เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองและรอยแดง

เลือกทำทรีทเมนต์ที่ไหนดี

  1. เลือกสถานบริการที่มีมาตรฐาน มีชื่อเสียงรับรอง
  2. ความสะอาดของสถานที่
  3. เลือกสถานบริการที่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา และคำแนะอย่างละเอียดก่อนทำทรีทเม้นท์
  4. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำทรีทเม้นท์ผิวหน้าที่มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ชัดเจน ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาแต่ละสภาพผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

ตัวอย่างขั้นตอนของการทำทรีทเม้นท์โปรแกรม Transforming Lift

โปรแกรมการทำทรีทเม้นท์ผิวหน้าที่ทรงประสิทธิภาพที่รวมเทคโนโลยียกกระชับ และวิทยาการฟื้นฟูผิวที่สำคัญๆ เอาไว้ เพื่อช่วยย้อนวัยให้คุณมีผิวที่แลดูอ่อนเยาว์ ทำหน้าใส ตึงกระชับ เรียบเนียน ลดริ้วรอย และยังช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวหน้า ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ

  1. Thermage Total tip 1200 เป็นการใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุไปช่วยกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนที่เก่าเสื่อมสภาพ ให้หดตัวกระชับขึ้น เกิดการจัดเรียงตัวและปรับโครงสร้างผิวชั้นคอลลาเจน เส้นใยคอลลาเจนใหม่ที่สมบูรณ์และแข็งแรงจะถูกผลิตออกมาเพิ่มขึ้น ผิวตึงแน่นกระชับ ช่วยลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์ผิวหน้านี้ ย้งช่วยปรับรูปหน้าให้คมชัด เพราะพลังงานจะช่วยสลายไขมันที่สะสมเฉพาะจุดบนใบหน้า อย่างเช่น ใต้คางแก้มยุ้ยๆ รูปหน้าจึงแลดูเรียวเข้ารูปขึ้น
  2. Duo Lift up เป็นการใช้พลังงานผสมผสานซึ่งอ่อนโยน ไปช่วยยกกระชับในจุดที่บอบบาง อย่างเช่นใต้ตา ลำคอ คิ้ว ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์ผิวหน้านี้จะช่วยเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เผยผิวกระชับ ยืดหยุ่นและช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย
  3. Botulinum Lift เสริมประสิทธิภาพการยกกระชับ ด้วยเทคโนโลยีทรีทเม้นท์ผิวหน้าทรงประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอย คืนความกระชับให้โครงหน้า กรอบหน้าดูคมชัด หน้าไม่แบน แลดูมีมิติโดดเด่นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนริ้วรอยลดเลือน ทำหน้าใส รูขุมขนกระชับอีกด้วยค่ะ
  4. Color Ice เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวด้วยเทคโนโลยี ที่ใช้ความเย็นสุดคูล อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ผนวกกับพลังงานแสง 3 สีที่ช่วยลดสิว ริ้วรอย จุดด่างดำ ทำหน้าใส ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์ผิวหน้านี้ ยังช่วยลดการอักเสบจากแสงแดดและมลภาวะ ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง กระจ่างใสค่ะ

ควรทำทรีทเม้นท์ผิวหน้าถี่แค่ไหน

อายุระหว่าง 20 – 30 ปี สำหรับคนในวัยนี้ ผิวจะยังคงดูมีสุขภาพดี มีความเรียบเนียนสดใสและกระชับค่ะ เป็นเพราะผิวยังมีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทุกๆ 14-25 วัน แต่จะอาจมีปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้นบ้าง มีริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดจากการแสดงอารมณ์บ้าง (ริ้วรอยก่อนวัย) สำหรับคนที่เริ่มมีริ้วรอยปรากฎบนใบหน้า แนะนำให้รับบริการทรีทเม้นท์ผิวหน้าเพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย ประมาณ เดือนละ 1-2 ครั้งซักระยะ และดูแลทรีทเม้นท์ผิวหน้าต่อเนื่องอย่างน้อย ทุก 2-3 เดือน ควรมีการกลับไปดูแลและบำรุงเองด้วยครีมบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื้นผิวต่อที่บ้านทุกๆ วันค่ะ

อายุระหว่าง 30–40 ปี ในวัยนี้ เซลล์ผิวเริ่มมีการผลัดเปลี่ยนช้าลง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30 วันขึ้นไป นอกจากนี้ ผิวจะมีความหมองคล้ำและเริ่มขาดความกระชับ มีสภาพขาดความชุ่มชื้นและแห้งลงกว่าเมื่ออายุ 20 กว่าปี การผลิตน้ำมันลดลง ทำให้ปริมาณน้ำมันที่ปกป้องผิวมีน้อยลง ริ้วรอยปรากฎชัดขึ้นโดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและปาก ความยืดหยุ่นของผิวลดลง เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสตินมีการเสื่อมลง แนะนำให้รับบริการทรีทเม้นท์ผิวหน้าเพื่อแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และดูแลทรีทเม้นท์ผิวหน้านี้ต่อเนื่องอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งค่ะ

อายุระหว่าง 40-50 ปีขึ้นไป การลดลงของเอสโตรเจน เป็นสาเหตุให้โครงสร้างผิวที่อยู่ลึกลงไปมีการยุบตัว ผิวขาดความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้น ผิวขาดความกระชับและยืดหยุ่น ชั้นผิวบางลงและมักขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอยลึกขึ้นและปรากฎชัดอยู่ทั่วใบหน้า แนะนำให้รับบริการทำทรีทเม้นท์ผิวหน้า เพื่อต่อต้านริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ติดต่อกันซักระยะ และดูแลทรีทเม้นท์ผิวหน้านี้ ต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์ต่อครั้งค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here