คุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจทำหน้าเรียวแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีใช่หรือไม่! เพราะในปัจจุบันมีเทคนิควิธีการปรับรูปหน้าเรียวมากมายหลากหลายประเภท ซึ่งล้วนแล้วแต่ให้ผลลัพธ์คล้ายคลึงกันทั้งสิ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นเราลองมาพิจารณากันในรายละเอียดดีกว่าว่าวิธีการทำหน้าเรียวนั้นมีกี่ประเภทและเหมาะกับใครบ้าง

  1. โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin)โบท็อกซ์เป็นวิธีการทำหน้าเรียวรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โบท็อกซ์เป็นโปรตีนสกัดจากแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” เมื่อฉีดเข้าไปจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเป็นอัมพาตชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัว ช่วยลดริ้วรอยและเหมาะสำหรับใช้ปรับรูปหน้าให้ยกกระชับดูเรียว แต่ถ้าใช้มากเกินไปจะทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าไม่สามารถแสดงอารมณ์ได้และบางรายอาจมีอาการปวดบริเวณที่ฉีด
  2. ร้อยไหมการปรับรูปหน้าเรียวด้วยวิธีร้อยไหมละลายจำนวนหลายร้อยเส้นเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นอักเสบ ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่บริเวณรอบเส้นไหม จึงทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวถูกดึงรั้งขึ้นจนเต่งตึงทำให้หน้าเรียวดูกระชับวิธีการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ผิวหนังยังไม่หย่อนคล้อยมากนัก แต่การร้อยไหมจะทำให้รู้สึกเจ็บ ไม่สบายหน้า บวม ฟกช้ำ ต้องใช้เวลา 1-2 วันจึงจะกลับมาเป็นปกติ
  3. เมโสแฟตเป็นการปรับรูปหน้าเรียวโดยใช้วิธีการฉีดยาที่เป็นสารสกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดงและวิตามินต่างๆ โดยฉีดเข้าไปที่ชั้นไขมัน เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะทำให้ไขมันบริเวณดังกล่าวสลายตัว ทำให้เนื้อเยื่อมีความแข็งแรงและยกกระชับมากขึ้น การทำหน้าเรียวแบบนี้เหมาะสำหรับผู้มีสุขภาพดีแต่มีไขมันสะสมบริเวณต่างๆ บนใบหน้า ทั้งนี้ในบางรายอาจจะมีอาการแพ้สารที่ฉีดหรือติดเชื้อ หรือเกิดรอยช้ำและแผลเป็นรวมถึงอาจทำให้เป็นโรคชั้นไขมันอักเสบได้ ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการเลือกสถานบริการเสริมความงาม
  4. ฟิลเลอร์เป็นสารชนิดหนึ่งที่ใช้ฉีดเข้าสู่ผิวหนังเพื่อเติมเต็มบริเวณริ้วรอยหรือร่องลึกบนใบหน้า เป็นการทำหน้าเรียวอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี ฟิลเลอร์มีสองประเภทคือ แบบชั่วคราวซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติมีความปลอดภัยสูงและสลายตัวตามธรรมชาติ กับประเภทถาวรที่สกัดจากซิลิโคน หรือน้ำมันพาราฟิน ซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงได้ การฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับผู้มีริ้วรอย ร่องลึกบริเวณรอบดวงตา มุมปาก แก้ม รวมถึงบริเวณอื่นๆ บนใบหน้า ซึ่งสามารถฉีดเติมตามจุดที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก แต่สำหรับบางรายอาจมีอาการบวมแดงหรือจับตัวเป็นก้อนได้ถ้าฉีดในปริมาณมากเกินไป
  5. HIFUหรือ High Intensity Focus Ultrasound เป็นการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์เข้มข้นสูงเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้ชั้นผิวหนังหดตัว กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับและปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยไม่มาก วิธีการทำหน้าเรียวแบบนี้ราคาไม่แพง ไม่ทำให้ผิวแสบร้อนและไม่ต้องใช้ยาชา แต่สำหรับบางรายอาจมีรอยแดงหลังทำแต่จะหายไปเองภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง

การปรับรูปหน้าเรียวแต่ละประเภทมีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการควรหาศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนโดยเลือกรับบริการจากสถานเสริมความงามที่ปลอดภัยได้มาตรฐานอย่างเช่นที่ รมย์รวินท์ คลินิก ด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 14 ปีจึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถดูแลลูกค้าทุกท่านด้วยบริการปรับรูปหน้าเรียวที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยสามารถโทรเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนได้ที่เบอร์ โทร 080 153 9000 หรือ 080 154 9000

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here