เมื่อใบหน้าเริ่มหย่อนคล้อยไปตามกาลเวลา หลายคนก็ต้องเริ่มหาตัวช่วยที่จะทำให้หน้ายังคงความสวยใสเหมือนวัยรุ่นดังเดิม “การร้อยไหม” เป็นวิธีปรับรูปหน้าเรียวอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมเสมอมา หลักการคือ ร้อยเส้นไหมชนิดพิเศษเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง จากนั้นร่างกายก็จะทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ผิวเราสวยใสเต่งตึงตามที่ต้องการ

ไหมมีกี่ประเภท

สมัยก่อนไหมที่นิยมในการนำมาร้อยปรับรูปหน้านั้นทำมาจากวัสดุที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโลหะหนัก (ทองคำ) หรือพลาสติก(พอลิโพไพรลีน) ที่ทนความร้อนสูงและไม่ละลายง่าย แต่ในระยะยาวกลับปรากฏว่าไหมที่ไม่ละลายอาจนำมาซึ่งผลเสียที่เยอะกว่าเช่นเส้นไหมทะลุเพราะชั้นผิวหนังและชั้นไขมันใต้ผิวหนังของเราบางลง

ปัจจุบันนี้ จึงนิยมการใช้ “ไหมละลาย” ซึ่งเป็นไหมสังเคราะห์ชนิดพิเศษที่ทำขึ้นมาเพื่อใช้ในวงการความงาม การปรับรูปหน้าเรียวโดยเฉพาะ มีทั้งไหม PDO (Polydioxanone) และไหม PGA (Synthetic Absorbable Monofilament) มีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง ได้แก่ ไม่ทำปฏิกิริยาที่ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ, ช่วยลดอาการอักเสบและติดเชื้อ, เมื่อไหมหมดอายุการใช้งาน (6-8 เดือน) มันจะสามารถสลายหายไปได้เอง, และยังถูกออกแบบมาหลากหลายรูปแบบเพื่อคุณสมบัติที่เฉพาะเจาะจงขึ้น

  • ไหมสปริง (Spring Lifting) หรือบางคนเรียกว่าไหมเกลียว คุณลักษณะจะมีซิลิโคนกลมพันอยู่รอบเส้นไหม เพื่อเกี่ยวและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าเรียวได้มากขึ้น
  • ไหมก้างปลา (Barb) เป็นไหมที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันนี้ โดยเป็นไหมที่ถูกบากให้เป็นเงี่ยงออกมา เมื่อทำการร้อยเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเงี่ยงก้างปลาก็จะเกี่ยวพันเนื้อเยื่อให้ยกขึ้นและดึงให้ตึงขึ้น
  • ไหม Molding PDO เป็นไหมอีกประเภทที่ได้รับความนิยมพอๆกับไหมก้างปลา คุณสมบัติเด่นคือเป็นไหมที่หล่อขึ้นมาทั้งเส้น จุดบากมีความแข็งแรง สามารถเกี่ยวพันเนื้อเยื่อได้ดีกว่า ปรับรูปหน้าเรียวเห็นผลนานกว่า 
  • ไหมกรวย (Silhouette soft) ไหมกรวยตัวเส้นไหมจะมัดเป็นปม และจะมีพลาสติกทรงกรวยอยู่ระหว่างปมของเส้นไหม มีหน้าที่ในการช่วยยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

ผู้ที่เหมาะและไม่เหมาะสำหรับการทำร้อยไหม

การร้อยไหมเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด โดยทั่วไปเป็นช่วงอายุประมาณ 35 – 55 ปี ซึ่งจะเห็นผลได้ชัดเจนมากกว่า เป็นวิธีการปรับรูปหน้าเรียวที่รวดเร็ว ร้อยไหมปุ๊บเริ่มเห็นผลทันทีและจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่ อีกทั้งผลลัพธ์นี้สามารถอยู่ได้นานราว 6 เดือนถึง 1 ปีเลยทีเดียว

หลายคนบอกว่าการร้อยไหมสามารถทำได้ทุกคน เพราะเป็นกระบวนการยกกระชับ ปรับรูปหน้าเรียว ช่วยลดเลือนริ้วรอยซึ่งประโยชน์ของมันนั้นไม่ผิดเลย แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่มีอายุยังน้อย ที่ยังไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากนัก ก็อาจจะยังไม่จำเป็นต้องร้อยไหมก็ได้  เพราะสามารถปรับรูปหน้าเรียวได้ด้วยวิธีอื่นอีกหลายวิธี

ร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน ทำได้อีกครั้งเมื่อไหร่

สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าเรียวอย่างเห็นได้ชัด สามารถกลับมาร้อยไหมซ้ำหลังจากทำครั้งแรกไปแล้วอย่างน้อย 3 เดือน หลังจากการร้อยไหมเสร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันทีไม่ต้องพักฟื้น แต่สิ่งที่ต้องระวังคือในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการร้อยไหม ควรเลี่ยงการอ้าปากกว้าง หัวเราะดัง ๆ ตะโกนดัง ๆ หรือแสดงอารมณ์ทางสีหน้ามากเกินไปเพื่อป้องกันไหมฉีกขาดและอักเสบ

ส่วนผลข้างเคียง นอกจากการบวมเขียวช้ำที่เกิดได้ตามปกติแล้ว อาจเกิดการติดเชื้อ เกิดรอยบุ๋ม หน้าไม่เรียบได้ ฉะนั้นควรที่จะทำภายใต้คลินิกที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน เพราะแพทย์ที่เชี่ยวชาญจะเข้าใจดีว่าควรร้อยไหมเข้าไปในระดับความลึกแค่ไหนจึงจะเหมาะสม

สำหรับผู้ที่ต้องการร้อยไหมปรับรูปหน้าเรียว สร้างความเต่งตึง หรืออยากสอบถามปรึกษาปัญหาผิวหน้าสามารถเข้ามาสอบถามกับคลินิกรมย์รวินท์ของเราได้ทุกสาขา จากประสบการณ์มากกว่า 14 ปี บวกกับความทันสมัยของเครื่องมือ เราเชื่อว่าจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับคนไข้ที่มาใช้บริการของเราค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here