แม้ว่าปัญหาสิว จะเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น แต่ธรรมชาติของผิวหน้าแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันออกไป บางคนผิวหน้าแห้ง บางคนผิวหน้ามัน บางคนเป็นแบบผิวผสมกล่าวคือ บริเวณ T-zone ซึ่งได้แก่ หน้าผาก และจมูก จะมีความมันมากกว่าบริเวณอื่นๆ ส่วนบริเวณแก้มกลับเป็นผิวธรรมดาถึงแห้ง จึงทำให้บางคนเป็นสิวมาก ส่วนบางคนก็เป็นสิวน้อย

ซึ่งสิวบนใบหน้าของเรานั้นมีสารพัดชนิดหลากหลายมากค่ะ ฉะนั้น วิธีการรักษาสิวแต่ละชนิดจึงอาจต้องใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไปตามอาการที่เป็น สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีรักษาสิวบนใบหน้าที่กำลังเป็นอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นสิวชนิดใดกันแน่ ลองศึกษาบทความนี้ เพื่อทำความเข้าใจและรักษาสิวที่เป็นอยู่ได้อย่างถูกต้องตามอาการค่ะ

ประเภทของสิว โดยทั่วไปเราแบ่งสิวออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. สิวไม่อักเสบ (non-inflammatory acne) เป็นประเภทของสิวที่พบได้มากกว่า 70% ของปัญหาสิว มักพบในวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว (หลัง) เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมัน (Sebaceous gland) จำนวนมาก
  2. สิวอักเสบ (inflammatory acne)  เราอาจสังเกตสิวอักเสบด้วยวิธีการง่ายๆ คือ มีการบวม แดง และอาจมีอาการเจ็บได้

เทคนิคการรักษาสิวแต่ละประเภท

1. สิวผด

สิวชนิดนี้ มีลักษณะเป็นผดเม็ดเล็กๆ แต่ไม่มีหัว มักขึ้นบริเวณหน้าผาก ไรผม จมูกและแก้ม และมักขึ้นตอนที่เหงื่อออกมากๆ อาจเพราะอากาศที่ร้อน รวมถึงการเช็ดถูผิวหน้าอย่างรุนแรงเกินไป

วิธีรักษาสิวผด

  1. ลองสังเกตตัวเองว่าใช้ครีมทาหน้า/โฟมล้างหน้ายี่ห้อไหนแล้วแพ้ ควรหยุดใช้ โดยเลือกใช้ครีมหรือโฟมที่อ่อนโยน และไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไป แค่วันละ 2 ครั้งพอค่ะ
  2. หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ และควรทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้านค่ะ
  3. ลองเปลี่ยนยาสระผมที่ใช้อยู่ เพราะสิวผดอาจเกิดจากการที่เราแพ้ยาสระผมก็ได้ค่ะ
  4. ถ้าปฏิบัติตามวิธีข้างต้นแล้วไม่หาย แนะนำว่าควรไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาสิวผดค่ะ

2. สิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ

มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเม็ดเล็กและมีรูเปิดจนเห็นหัวสิวได้อย่างชัดเจน มีจุดๆ อยู่ตรงกลางหัว ซึ่งจุดดำนั้น เกิดจากเซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้ว มารวมตัวกันกับไขมัน จนทำให้เกิดเป็นการอุดตันภายในรูขุมขนนั่นเอง

วิธีรักษาสิวหัวดำ

  1. ผลัดเซลล์ผิว ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือสารสกัดจากผลไม้ธรรมชาติที่มีฤทธิ์เป็นกรด จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขน กำจัดเซลล์ผิวเก่าทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและทำให้รูขุมขนเล็กลง
  2. มาร์กหน้า การใช้โคลนหรือถ่านมาส์กหน้าจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าจากสิ่งสกปรก กำจัดเซลล์ผิวเก่าและน้ำมันที่อุดตันในรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก และซึ่งช่วยลดการเกิดสิวหัวดำได้
  3. หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยน แม้ว่าแผ่นลอกสิ้วเสี้ยนและมาส์กหน้าชนิดต่างๆ อาจช่วยกำจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขนได้ แต่ก็อาจทำให้ผิวแห้งและเกิดการระคายเคืองได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้นและเกิดการอุดตันเป็นสิวหัวดำมากกว่าเดิมค่ะ
  4. กดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญ  การใช้เครื่องมือกดสิวเพื่อกำจัดสิวหัวดำโดยขาดความชำนาญก็อาจทำให้ผิวหน้าเป็นแผลและเกิดรอยแผลเป็นตามมาได้ ดังนั้น หากต้องการกดสิว ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่มีความรู้และประสบการณ์ในการกดสิว เพื่อกำจัดสิวออกไปอย่างถูกวิธีค่ะ

3. สิวหัวปิดหรือสิวหัวขาว

ลักษณะของสิวชนิดนี้จะไม่สามารถเห็นได้ชัดเจนเท่าสิวหัวดำ แต่สิวหัวขาวนั้นจะเป็นตุ่มนูน หากเอามือลูบไล้จะรู้สึกคล้ายกับมีไตก้อนเล็กๆ อันเกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ภายในต่อมไขมันและรูขุมขน ถ้าปล่อยเอาไว้นาน หัวสิวก็จะปิดจนมีขนาดตุ่มที่ใหญ่ขึ้น กระทั่งกลายมาเป็นสิวอักเสบในที่สุด

วิธีรักษาสิวหัวขาว

  1. ใช้ยาที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้เร็วขึ้น และช่วยลดการเติบโตของเชื้อสิว P.acne แนะนำยากลุ่ม Benzoyl peroxide ควรเลือกใช้ในระดับความเข้มข้นที่น้อยก่อนที่ 2.5% หากไม่เห็นผลจึงเพิ่มเป็น 5% ได้ในภายหลัง
  2. กดสิวร่วมในการรักษา เพื่อเปิดหัวสิวให้ออกไวขึ้น เพื่อป้องกันการอักเสบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะช่วยให้สิวหายไวขึ้นได้ แต่แนะนำให้พบผู้เชี่ยวชาญด้านกดสิวเพื่อการรักษาสิวอย่างเห็นผลและปลอดภัยค่ะ
  3. ใช้เลเซอร์ร่วมในการรักษาสิว เพื่อเปิดหัวสิวจะช่วยย่นระยะเวลาในการรักษาสิวหัวขาวหายได้เร็วขึ้นค่ะ

4. สิวอักเสบ

เป็นสิวที่เกิดขึ้นมาจากการอักเสบของเซลล์ผิวหนัง ลักษณะของสิวอักเสบจะเป็นเม็ดที่มีขนาดใหญ่ บวมแดงและเป็นหนอง

วิธีรักษาสิวอักเสบ

  1. การดูแลตนเองเบื้องต้น เช่น ล้างหน้าให้สะอาด, พักผ่อนให้เพียงพอ, การทำความสะอาดเครื่องนอน, ไม่รับประทานอาหารประเภทของทอดมันๆ รวมถึงทำจิตใจให้ผ่อนคลายไม่เครียดด้วยค่ะ
  2. รักษาสิวอักเสบด้วยวิธีธรรมชาติโดยใช้สมุนไพร เช่น การใช้โยเกิร์ตผสมน้ำผึ้ง หรือใช้น้ำมันมะกอกและมะนาว นำมาทำเป็นสูตรพอกหน้าแบบต่างๆ เพื่อรักษาสิวอักเสบค่ะ
  3. การรักษาด้วยการกินยา ยากินที่ใช้รักษาสิวคือ Isotretinoin หรือที่เรารู้จักกันในนาม Acnotin  ยากลุ่มนี้เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวมาก ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน จึงทำให้การเกิดสิวลดลง แต่ก็มีผลข้างเคียงมากมาย ซึ่งต้องใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
  4. ใช้นวัตกรรมรักษาสิว โดยจะประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การกดและฉีดสิว เพื่อลดปริมาณการอักเสบและอุดตันของสิว  พร้อมเอาไขมันใต้ผิวเป็นการป้องกันไม่ให้อุดตันและอักเสบขึ้นในอนาคต จากนั้นจึงเลเซอร์เพื่อฆ่าเชื้อสิว ช่วยให้ต่อมไขมันใต้ผิวทำงานน้อยลง ส่งผลให้สิวอุดตันที่เกิดการอักเสบลดปริมาณลง สุดท้าย คือการทำทรีทเม้นท์ เพื่อกำจัดหัวสิวด้วยการผลักตัวยา P Anti Acne เข้าผิวไปสร้างสมดุลและป้องกันสาเหตุของการเกิดสิวอย่างแข็งแรงอีกชั้นค่ะ

5. สิวเสี้ยน

มีลักษณะเป็นจุดดำ หรือตุ่มไขมันสีขาว มักพบบริเวณจมูก แก้ม คาง เมื่อกดสิว หรือใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนจะเห็นว่า มีเส้นไขมันสีขาวหรือเม็ดสิวเล็ก ๆ หลุดออกมา ซึ่งเกิดจากการอุดตันของไขมัน และสิ่งสกปรกในรูขุมขน

วิธีรักษาสิวเสี้ยน

  1. ใช้สครับบริเวณสิวเสี้ยน การสครับผิวเพื่อให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยควรสครับอผิวอย่างเบามือเพียงแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอค่ะ
  2. ลอกสิวเสี้ยน เป็นวิธีการรักษาสิวเสี้ยนที่ถูกวิธี แต่ไม่ควรทำบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวแห้งและลอกได้
  3. เลือกใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวชนิดไม่มันมากเกินไป และควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางให้สะอาด ถึงแม้ไม่ได้แต่งหน้าก็ควรเช็ดทำความสะอาดคราบความมันและสิ่งสกปรกออกจากผิวทุกวัน
  4. การรักษาสิวโดยเลเซอร์ เพื่อลดการทำงานของต่อมไขมัน และช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูเนียนใสขึ้นด้วยค่ะ

6. สิวหนอง

มีลักษณะเป็นนูนๆ สีขาวซึ่งมีหนองอยู่ข้างใน สาเหตุของสิวหนองเกิดจากการอักเสบของรูขุมขนหรือจากไขมันภายในร่างกายขับออกมาจากรูขุมขนในปริมาณมาก จนทำให้รูขุมขนมีการอักเสบและกลายมาเป็นสิวหนองนั่นเอง สิวชนิดนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักจะมีอาการเจ็บปวดสิวร่วมด้วย

วิธีรักษาสิวหนอง

  1. เมื่อสิวมีลักษณะเป็นไต คือเป็นตุ่มแดงและแข็งเมื่อสัมผัสและจับดูอาจจะรู้สึกเจ็บ การดูแลในเบื้องต้นเพื่อลดการ เป็นสิวหัวหนองควรล้างหน้าอย่างเบามือ และหายาทาเพื่อลดการอักเสบของผิว ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน แต่สิวลักษณะนี้จะค่อยๆ หายและยุบลงไปโดยไม่เกิดหนองได้ค่ะ
  2. สิวเกิดหัวหนองและหัวสิวยังไม่สุกดี วิธีการรับมือที่ดีที่สุดของระยะนี้คือ การกระตุ้นหรือกดสิวออกให้เร็วที่สุด ซึ่งควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันรอยแผลเป็นค่ะ
  3. เมื่อสิวหนองสุกเต็มที่แล้ว การรักษาสิวหนองในระยะนี้เราสามารถที่จะเอาหนองออกได้หมดอย่างง่าย โดยใช้ยาทาแต้มสิวหรือครีมแต้มสิวที่ช่วยเรื่องการสมานแผลสิวให้หายได้เร็วขึ้น และลดการทิ้งรอยแผลหรือหลุมสิวที่จะตามมาจากการเอาหนองออก

7. สิวหัวช้าง

สิวอักเสบขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการรวมของสิวอักเสบทั้งหลายที่เป็นสิวอุดตันที่อักเสบแล้วพลอยลามให้สิวอุดตันรอบข้างอักเสบไปด้วย พอรวมตัวกันเป็นแผงเลยกลายเป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ เราเรียกว่า สิวหัวช้าง

วิธีรักษาสิวหัวช้าง

  1. รักษาด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ ถ้ายังไม่ถึงขนาดเรื้อรัง สามารถรักษาสิวด้วยสมุนไพรในครัวเรือนอย่างน้ำมะนาว และหัวหอมแดง โดยการคั้นเอาเฉพาะน้ำ แล้วใช้สำลีจุ่มแปะที่สิว ทำทุกครึ่งชั่วโมง และทาทิ้งไว้ก่อนนอน
  2. แต้มด้วยยาฆ่าเชื้อ สิวอักเสบขนาดใหญ่อย่างสิวหัวช้างนั้น หากปล่อยจนมีการแตก แห้ง จะมีโอกาสเกิดสิวซ้ำตรงที่เดิมอีก ดังนั้น ควรใช้ยาฆ่าเชื้อแต้มที่สิวเพื่อฆ่าเชื้อที่ทำให้เกิดสิว
  3. กินยารักษาสิว กรณีที่เราไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาสิว แพทย์จะสั่งยารักษาสิว ซึ่งจะเป็นลักษณะยาแก้อักเสบนั่นเองค่ะ
  4. ฉีดสิว นิยมทำในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เช่น ต้องออกงาน และรอการรักษาสิววิธีอื่นไม่ทันการ
  5. รักษาด้วยเลเซอร์ สามารถทำได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

สำหรับคนที่มีสิวหัวช้างนั้นจะมีอาการเจ็บปวดอย่างมาก หากยังคงปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจกลายมาเป็นฝีหรือผิวหนังอักเสบหนักขึ้นได้  ดังนั้น หากใครเป็นสิวหัวช้าง แนะนำให้ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรีบทำการรักษาสิวอย่างถูกต้องโดยเร็วจะดีที่สุดค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here